ปัญหาทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อสันติภาพไทย-กัมพูชา

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ DW ของเยอรมนี รายงานระบุว่า แม้ไทยและกัมพูชาจะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่เรื่องทุ่นระเบิดยังคงเป็นประเด็นหลักที่สร้างความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยไทยกล่าวหาว่ากัมพูชายังคงวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บแล้วหลายนาย ด้านประชาชนในพื้นที่ชายแดนยังกังวล เนื่องจากอันตรายจากทุ่นระเบิดทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของไทยเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่ ด้านนักวิชาการมองว่าปัญหาทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพ ข้อเท็จจริงที่ทหารไทยยังคงได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดหลังจากการหยุดยิงเป็นสัญญาณถึงความไม่จริงใจจากฝ่ายกัมพูชา และทุ่นระเบิดที่เหมือนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทำให้ข้ออ้างของกัมพูชาที่ว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าและเสื่อมสภาพแล้วนั้นอ่อนแอลง ขณะที่การบาดเจ็บของทหารไทยครั้งใหม่ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจในประเทศ และสร้างแรงกดดันให้กองทัพต้องตอบโต้

สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน

  สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation – FBI) ของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน ได้โจมตีและเจาะระบบของสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป้าหมายเกือบทุกภาคส่วน รายงานดังกล่าวที่มีชื่อว่า Countering Chinese State-Sponsored Actors Compromise of Networks Worldwide to Feed Global Espionage System มีความยาว 37 หน้า และเผยแพร่เมื่อ 25 สิงหาคม 2568 โดยมีหน่วยงานของประเทศต่าง ๆ 13 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ เรียกร้องให้ร่วมมือกันเฝ้าติดตาม และเสนอแนวทางลดความเสียหายให้เร็วที่สุดจากการถูกโจมตีจากแฮ็กเกอร์ที่จีนให้การสนับสนุน รายงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยงานด้านไซเบอร์ของ 13 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา  นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร เช็ก ฟินเลนด์ เยอรมนี…

หอการค้าอเมริกันในกัมพูชาช่วยกัมพูชากระตุ้นการท่องเที่ยว

  กัมพูชาจะเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญกับหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา (The American Chamber of Commerce in Cambodia หรือ AmCham Cambodia)  ที่จะช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวกัมพูชาเติบโตขึ้น จากที่การท่องเที่ยวของกัมพูชากำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยในการพบหารือระหว่างรัฐมนตรีการท่องเที่ยวของกัมพูชากับประธาน AmCham Cambodia เมื่อ 22 สิงหาคม 2568  AmCham Cambodia จะร่วมมือกับกัมพูชา ในการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการลงทุน และทำธุรกิจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยกัน ในขณะนี้ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของกัมพูชาต้องการแผนระยะสั้น และระยะกลางเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของกัมพูชาที่กำลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับไทย ซึ่งได้ระบุระหว่างพบกับประธาน AmCham Cambodia ถึงความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศ ความร่วมมือระดับผู้บริหาร ความร่วมมือกับภาคเอกชนในประเทศและกับต่างประเทศ ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตในกัมพูชา และความร่วมมือระหว่างประเทศ ความร่วมมือกับสื่อสารมวลชน และความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากบุคคลทั่วไป เป็นต้น ด้าน AmCham Cambodia ให้คำมั่นว่าจะช่วยส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสให้กับชาวอเมริกันที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนในกัมพูชาให้มากขึ้น ทั้งนี้  AmCham Cambodia มีเป้าหมายในการดำเนินภารกิจในกัมพูชา เช่น ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ…

เวียดนามเตรียมนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ครั้งแรกในปี 2568

  เวียดนามเป็นประเทศที่มีการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นของประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าบริษัท Binh Son Refining and Petrochemical (BSR) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat ของเวียดนาม สั่งซื้อน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) จากบริษัท Mercuria ของสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านบาร์เรล นับเป็นการสั่งซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ครั้งแรกของปี 2568 คาดว่าจะมีสั่งซื้อในกันยายน 2568 และส่งมอบในพฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ West Texas Intermediate (WTI) เป็นน้ำมันดิบชนิดมาตรฐานจากสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งในเกณฑ์อ้างอิงราคาหลักของโลก การสั่งซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ในครั้งนี้ของ บริษัท BSR เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีปัจจัยส่งเสริมในห้วงที่ราคาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางและรัสเซียปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทำให้น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ มีราคาที่น่าสนใจ ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดเอเชีย ทั้งนี้ บริษัท BSR ถือเป็นบริษัทที่ปกติแล้วจะใช้น้ำมันดิบในประเทศเป็นหลักในการแปรรูป หากนำเข้าจะมีแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบหลักส่วนใหญ่มาจากคูเวต บรูไน…

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยกำลังเติบโตเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น

สนข.Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานอ้างข้อมูลจากสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย คาดว่ากำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จาก 350 เมกะวัตต์เป็นประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ในปี 2570 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 213,000 ล้านบาท) เพื่อตอบสนองความต้องการด้านคลาวด์และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่ง เช่น Google Amazon Microsoft Nvidia กำลังลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทยและทั่วทั้งเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มายาวนาน กำลังเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ไทยตามทันมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้นำด้านดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในภูมิภาค

สงครามไซเบอร์ระหว่างไทย–กัมพูชาเป็นความท้าทายต่ออาเซียน 

เว็บไซต์ Fulcrum ของสถาบัน ISEAS – Yusof Ishak ในสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีกลุ่มแฮกเกอร์ทั้งของไทยและกัมพูชาโจมตีทางไซเบอร์ต่ออีกฝ่ายโดยมุ่งเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของรัฐจึงทำให้การหาผู้รับผิดชอบซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่กฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการควบคุมพฤติกรรมทางไซเบอร์ทั้งโดยรัฐและตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ ด้านกรอบปฏิบัติของอาเซียน เช่น ASEAN Checklist on Cyberspace Norms ยังขาดกลไกตรวจสอบและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อาเซียนสามารถใช้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และศูนย์เฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับภูมิภาคของอาเซียน (ASEAN CERT) เพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของภูมิภาค และเสริมสร้างขีดความสามารถร่วมกันเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์

การลงทุนของผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

สนข.Bloomberg รายงานเกี่ยวกับการลงทุนของ Netflix ที่ผลิตคอนเทนต์จากไทยอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างมาก โดยมีการลงทุนไปมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,500 ล้านบาท) ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก สอดคล้องกับเป้าหมายของไทยที่มีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงกระจายการลงทุนออกจากรูปแบบการเติบโตที่พึ่งพาการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งไทยได้รับแรงบันดาลใจจากกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ นอกจาก Netflix ยังมีผู้ผลิตหลายค่ายที่มาถ่ายทำในไทย โดยตั้งแต่ปี 2559 มีโครงการภาพยนตร์ต่างประเทศมากกว่า 4,600 โครงการที่เข้ามาใช้สถานที่ถ่ายทำในไทย โดยใช้ทีมงานที่มีฝีมือ และสตูดิโอที่ทันสมัย สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32,770 ล้านบาท) ซึ่งระบบการคืนเงินของไทยช่วยดึงดูดมากขึ้น

ปัญหาแอปเงินกู้เถื่อนยังคงระบาดในแพลตฟอร์มออนไลน์ 

จากรายงานข่าวการจับกุมสมาชิกแก๊งเงินกู้เถื่อนในแอปพลิเคชันอย่าง Nature Wallet และ New Wallet ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยบางกรณีสูงถึงร้อยละ 3,000 ต่อปี อีกทั้งการทวงหนี้ยังละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยสถิติจาก บช.สอท.ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 20 ส.ค. 68 พบคดีความออนไลน์ทั้งหมด 212,549 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงให้กู้เงินในลักษณะฉ้อโกง มากกว่าร้อยละ 8  ส่วนสาเหตุหลัก คือ ความยากลำบากในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เช่น การไม่มีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน รายได้ไม่แน่นอน หรือมีประวัติหนี้เสีย รวมถึงกระบวนการกู้เงินในระบบที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วนหันไปพึ่งแอปกู้เงินเถื่อนที่ให้กู้ได้ง่ายและเร็วกว่า โดยสามารถดาวน์โหลดได้ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น CreditU ไนน์พลัส PrimeGo BMP Lending Cofecre และ APM Money เนื่องจากช่องโหว่ในกระบวนการตรวจสอบใบอนุญาต ซึ่งแอปเหล่านี้มักใช้ใบอนุญาตในนามของธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ หรือใบอนุญาตอื่นที่ไม่ตรงกับลักษณะบริการจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากแพลตฟอร์มและหน่วยงานที่กำกับดูแล

แฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุนเจาะข้อมูลด้านกำลังพลของยูเครน

ข้อมูลความสูญเสียของฝ่ายตรงข้ามในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ถูกเปิดเผยโดยแฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุน  การที่แฮกเกอร์ยังเจาะข้อมูลของคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นสงครามไซเบอร์ที่ถูกใช้เป็นยุทธศาสตร์ เพื่อชิงความได้เปรียบจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า cyber warfare strategy ซึ่งทำให้เกิดการตอกย้ำว่า ความขัดแย้งใด ๆ ก็ตาม การตั้งรับสมรภูมิไซเบอร์ของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เกิดขึ้นในมิติทางทหารและควบคู่ไปกับทางไซเบอร์เป็นที่รับรู้กันตั้งแต่รัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครนเมื่อกุมภาพันธ์ 2564  ล่าสุดมีรายงานว่า แฮกเกอร์กลุ่ม Killnet ที่รัสเซียให้การสนับสนุนได้เข้าไปเจาะฐานข้อมูลของกองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน เมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ทำให้ได้ข้อมูลสูญเสียกำลังพลกองทัพยูเครน และรายชื่อประเทศ และอาวุธที่ยูเครนได้รับการสนับสนุน ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลการสูญเสียกำลังพลดังกล่าวย่อมหวังผลทางจิตวิทยาที่ชี้ให้เห็นความสูญเสียของยูเครน และการทำงานที่ผิดพลาดของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี ของยูเครน ข้อมูลที่แฮกเกอร์สนับสนุนรัสเซียสามารถเจาะเข้าไปได้ เช่น ความสูญเสียของกำลังพลกองทัพยูเครนระหว่างปี 2565-2568 มีทั้งหมด 1,739,000 นาย โดยปี 2568 มีแนวโน้มจะสูญเสียสูงสุด ซึ่งมีจำนวน  621,000 นาย ทั้งที่ยังไม่สิ้นสุดปี  ส่วนปี 2565 มีจำนวน 118,500 นาย ปี 2566 มีจำนวน 405,400 นาย…

ฟิลิปปินส์ระงับการนำเข้าข้าวชั่วคราวเพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศ

  ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ของฟิลิปปินส์ประกาศคำสั่ง เมื่อต้นสิงหาคม 2568 ระงับการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน – 30 ตุลาคม 2568 เป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องชาวนาท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการที่ราคาข้าวเปลือก ตกต่ำลงอย่างมากในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวปัจจุบัน โดยราคาข้าวเปลือกในบางพื้นที่ลดลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรฟิลิปปินส์อย่างมาก อย่างไรก็ดี มาตรการระงับการนำเข้าข้าวชั่วคราวจะมีผลครอบคลุมเฉพาะข้าวขัดสีทั่วไป และข้าวขัดสีคุณภาพดี ขณะที่ข้าวบาสมาติและข้าวไรซ์เบอร์รี่ รวมถึงข้าวพิเศษชนิดอื่น ๆ จะได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในข่ายการระงับนำเข้า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อนุมัติคำสั่งดังกล่าวตามข้อเสนอแนะของกระทวงเกษตรฟิลิปปินส์ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวฟิลิปปินส์ลดลงมาจากหลายปัจจัย อาทิ ข้าวจากต่างประเทศราคาถูกไหลเข้าตลาด เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลกและการนำเข้าข้าวในปริมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวจากประเทศคู่ค้าอย่างเวียดนามและไทย ซึ่งมีราคาถูกกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนาฟิลิปปินส์ ทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศตกต่ำลงอย่างมาก การลดภาษีนำเข้าข้าว เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อและลดราคาข้าวสำหรับผู้บริโภค รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลดภาษีนำเข้าข้าวจากเดิม ร้อยละ 35 ลงเหลือ ร้อยละ 15  ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายปี 2567 มาตรการนี้ทำให้ข้าวจากต่างประเทศยิ่งมีราคาถูกลงและเข้ามาในตลาดฟิลิปปินส์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศลดลงตามไปด้วย ผลผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง มกราคม-มิถุนายนของปี 2568 ฟิลิปปินส์มีการผลิตข้าวเปลือกได้ในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.08 ล้านตัน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มปริมาณข้าวในตลาดและกดดันให้ราคาลดลง รวมถึง…