ช่องแคบฮอร์มุซ : เกมต่อรองของอิหร่าน

การจะปิด และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ กำลังเป็นเกมต่อรอง และตอบโต้กันไป-มาระหว่างกันอย่างเข้มข้น ซึ่งฝ่ายใดคุมเกมเรื่องนี้ได้ ก็ค่อนข้างจะมีศักยภาพชี้นำความขัดแย้งได้ดีกว่า เมื่อ 22 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ ภายใน 48 ชม. (24 มีนาคม2569 ) มิฉะนั้น สหรัฐฯ จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ในห้วงเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพขีปนาวุธ และฐานการผลิตอาวุธ รวมทั้งศักยภาพของกองทัพเรือและอากาสของอิหร่านก็อ่อนแอลง อิหร่านตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทันที เมื่อ 22 มีนาคม 2569 ว่า กองกำลัง IRGC ของอิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด รวมทั้งอิหร่านจะโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน  ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดของสหรัฐฯ และ พันธมิตรในภูมิภาค หากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน อิหร่านยังแสดงอิทธิพลว่าเป็นผู้ครอบครองช่องแคบฮอร์มุช และคุมเส้นทางพลังงาน โดยไม่ให้สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง และเป็นศัตรูกับสหรัฐฯ โดยสิ้นเชิง ด้วยการพร้อมเป็นผู้ปกป้อง และรักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว ซึ่งผู้แทนอิหร่านประจำองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime…

สงครามอิหร่านขยายขอบเขต เสี่ยงยืดเยื้อถึง เมษายน 2569

สถานการณ์สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และอิสราเอล มีแนวโน้มยืดเยื้อจนถึงห้วง เมษายน 2569 และขยายขอบเขตพื้นที่มากกว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่เชื่อว่าสงครามจะยุติได้ภายใน 3-4 สัปดาห์ หรือภายใน มีนาคม 2569 ปัจจุบัน การโจมตีระหว่างคู่ขัดแย้งยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พัฒนาการสำคัญ เมื่อ 22 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า อิสราเอลโจมตีพื้นที่ภาคตะวันออกของอิหร่าน รวมทั้งเพิ่มปฏิบัติการโจมตีและปราบปรามกองกำลังติดอาวุธในเลบานอน จนทำให้เลบานอนวิตกว่าอิสราเอลจะส่งกองทัพปฏิบัติการภาคพื้นดินเร็ว ๆ นี้ ด้านอิหร่านประณามกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลพยายามโจมตีโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ Natanz ของอิหร่านเมื่อ 21 มีนาคม 2569 ว่าเป็นการก่ออาชญากรรม เพราะทำให้ทั้งภูมิภาคเสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม สำนักงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่าแล้ว่าไม่พบกัมมันตรังสีนิวเคลียร์รั่วไหลในอิหร่าน รวมทั้งอิหร่านพร้อมจะตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและฐานทัพ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีและเป็นเงื่อนไขในการทำสงครามมากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือได้ตามปกติ ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านไม่หวาดกลัวกับคำขู่ และตอบโต้ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความเชื่อมโยงหรือเป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั้งหมด ท่าทีดังกล่าวจึงทำให้บรรยากาศด้านความมั่นคงตึงเครียดขึ้นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น กรณีซาอุดีอาระเบียและกาตาร์กำหนดให้เจ้าหน้าที่การทูตและการทหารอิหร่านเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์…

กัมพูชาหาแหล่งนำเข้าน้ำมันควบคูไปกับสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

กัมพูชาเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีความขัดแย้งบริเวณชายแดนกับไทย กัมพูชานำเข้าพลังงานจากไทยเป็นส่วนใหญ่ ส่วนประเทศอื่น ๆ ได้แก่ เวียดนาม และจีน เป็นต้น อย่างไรก็ดี กัมพูชาได้มีการวางแผนการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น หลังจากไทยระงับการส่งออกน้ำมันให้เมื่อกลางปี 2568 ประกอบกับวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลางในห้วงนี้ ซึ่งเมื่อ 19  มีนาคม 2569 อยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว ทำให้กัมพูชาต้องแสวงหาแหล่งการนำเข้าน้ำมันแหล่งใหม่ทดแทน จากการที่จีนและเวียดนามก็จำกัดการส่งออกไปยังเวียดนาม ซึ่งอย่างน้อยไปจนถึง สิ้น มีนาคม 2569 เช่นกัน กัมพูชากำลังเจรจานำเข้าพลังงานเพิ่มจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย (ตัวเลขเมื่อปี 2567 ทั้งสองประเทศมีสัดส่วนการนำเข้ารวมกว่า ร้อยละ 30) ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของกัมพูชาแถลงเมื่อ 18 มีนาคม 2569 และยังคงน้ำเข้าน้ำมันจากจีนเล็กน้อย จากที่เคยนำเข้าร้อยละ 7 ของการนำเข้าทั้งหมด ขณะที่บริษัทผู้จัดหาน้ำมัน 2 บริษัท ได้แก่ Total และ Chevron ก็สามารถช่วยลดภาวะความเสี่ยงที่ประชาชนจะเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันและก๊าซได้ ส่วนในระยะยาว ในอีก 4-5 ปี…

จีนสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศ ผ่านการประชุม CDF ประจำปี 2569

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน และเป้าหมายของจีนที่ต้องการเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีร่วมกับประเทศอื่น ๆ อย่างเท่าเทียม โดยเมื่อ 22-23 มีนาคม 2569 จีนจัดการประชุม China Development Forum (CDF) ประจำปี 2569 ที่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศ และเชิญผู้ประกอบการและนักลงทุนรายใหญ่ของโลกไปเข้าร่วม เพื่อรับฟังแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ นโยบายด้านการตลาด และโอกาสการลงทุนในจีน โดยมีนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีน เป็นประธานในการประชุมและต้อนรับผู้ร่วมการประชุม เช่น ผู้บริหารบริษัท Apple บริษัท Volkswagen Group  บริษัท Mercedes-Benz และบริษัท Samsung Electronics จีนใช้การประชุม CDF เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพิ่มการลงทุนและขยายความร่วมมือกับจีน เนื่องจากปัจจุบันจีนให้ความสำคัญกับการผลิตที่มีคุณภาพสูง และจีนเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมือง รวมทั้งการกำหนดนโยบายที่โปร่งใส ให้ความสำคัญกับการแข่งขันอย่างยุติธรรม ดังนั้น  จีนจึงเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อใจได้ จีนยังใช้การประชุม CDF โจมตีนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในเชิงลบ พร้อมกับย้ำว่าจีนจะเป็นผู้ปกป้องตลาดโลกให้มีเสถียรภาพ โดยพาดพิงถึงการใช้มาตรการและเครื่องมือทางเศรษฐกิจฝ่ายเดียว (unilateralism) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านการค้า ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะที่จีนให้ความสำคัญกับระเบียบการค้าระหว่างประเทศ ธรรมาภิบาล…

ภัยคุกคามในและนอกประเทศที่สหรัฐฯ จะเผชิญในปี 2569   

ประชาคมข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ เมื่อ 18 มีนาคม 2569 เผยแพร่รายงานประเมินภัยคุกคามประจำปี 2569 (2026 Annual Threat Assessment) เพื่อเสนอให้รัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ รวมทั้งชาวอเมริกัน ตระหนักภัยคุกคามต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งในมาตุภูมิ และในต่างประเทศ  เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติเห็นว่าควรจัดสรรงบประมาณเพื่อให้หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ดำเนินการจัดการและควบคุมภัยคุกคามดังกล่าว รายงานดังกล่าวประชาคมข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ จัดทำและเผยแพร่รายงานเป็นประจำทุกปี ตามกฎหมายหรือรัฐบัญญัติ Intelligence Authorization Act โดยประชาคมข่าวกรองมีหน้าที่รวบรวมและประเมินภัยคุกคามให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ซึ่งในรายงานปี 2569 จะให้ความสำคัญกับความมั่นคงในมาตุภูมิสหรัฐฯ ก่อนเป็นอันดับแรก ตามนโยบาย American First ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สาระสำคัญของรายงานดังกล่าว มีอย่างน้อย 3 ประเด็น ….. ประเด็นแรก หน่วยข่าวกรองประเมินว่ามาตุภูมิสหรัฐฯ เผชิญภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบในปัจจุบันและในอนาคต ที่สำคัญ คือ อาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบค้ายาเสพติด ผู้อพยพ การก่อการร้ายและอุดมการณ์อิสลามที่นิยมความรุนแรง ผลกระทบจากการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ และการแพร่กระจายของอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) โดยประเทศที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ…

การโจมตีคลังและโรงกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลางลุกลามมากขึ้น  

ความรุนแรงของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ตอกย้ำวิกฤตความมั่นคงพลังงาน เนื่องจากเมื่อ 19-20 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าคลังและโรงกลั่นน้ำมัน รวมทั้งท่าเรือขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางตกเป็นเป้าหมายโจมตีทางการทหาร โดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) กาตาร์ โอมาน และอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ไปยังยุโรปและเอเชีย สำหรับเหตุการณ์ที่อาจทำให้สถานการณ์ยกระดับความรุนแรง คือ เมื่อ 18 มีนาคม 2569 อิสราเอลโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและผลิตก๊าซธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องของอิหร่าน หรือ South Pars ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ North Dome ของกาตาร์ ซึ่งทั้ง 2 แห่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจาก South Pars  ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย เป็นแหล่งผลิตก๊าซที่สำคัญของประเทศ จึงตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศอื่น ๆ ในอ่าวอาหรับ สร้างความเสียหายต่อโรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือขนส่งน้ำมัน และท่าขนส่งน้ำมันผ่านท่อใต้ทะเล อิหร่านยืนยันว่าการโจมตีกลับดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ และก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ประกาศเตือนแล้วว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี อิหร่านก็มีสิทธิจะตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของชาติเช่นกัน การตอบโต้ของอิหร่านทำให้สหรัฐฯ กดดันอิสราเอลไม่ให้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อควบคุมความเสียหายไม่ให้ลุกลามบานปลายไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค…

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ บรรลุแผนโครงการเสริมความมั่นคงพลังงาน

นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ซานาเอะ นำคณะเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ 19 มีนาคม 2569 เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ผลการพบหารือที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ วอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า ญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ บรรลุแผนการดำเนินโครงการลงทุนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในสหรัฐฯ แลกเปลี่ยนกับให้ผู้นำสหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีตอบโต้สินค้าจากญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นให้คำมั่นว่าจะลงทุนมากกว่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการผลิตพลังงาน รวมทั้งโรงกลั่นน้ำมัน ในสหรัฐฯ เช่น รัฐโอไฮโอ รัฐเพนซิลเวเนีย และรัฐเทกซัส และจะเพิ่มการลงทุนเพื่อสร้างโรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในรัฐแอละแบมา และรัฐเทนเนสซี ของสหรัฐฯ ด้วย เท่ากับว่าญี่ปุ่นจะลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสหรัฐฯ อย่างน้อย 3 โครงการใหญ่ ๆ ที่จะเป็นผลดีต่อการจ้างงานและความมั่นคงพลังงานในสหรัฐฯ ระยะยาว นอกจากความร่วมมือด้านการผลิตพลังงานในสหรัฐฯ มีรายงานว่า ญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ จะเพิ่มความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตแร่หายากร่วมกัน รวมทั้งปฏิบัติการสำรวจแร่หายากในทะเลลึก ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าญี่ปุ่นสำรวจพบแร่หายากที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง บริเวณเกาะ Minamitori ของญี่ปุ่น โดยมีรายชื่อบริษัทของทั้ง 2 ประเทศที่พร้อมดำเนินการทันที ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ ที่ต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีน ผู้นำญี่ปุ่นหารือกับผู้นำสหรัฐฯ…

สังคมไทยกับการเปลี่ยนแปลงคำนำหน้าชื่อของผู้หลากหลายทางเพศ

สังคมไทยเปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ส่งผลให้ประเด็นสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้รับความสนใจและกลายเป็นข้อถกเถียงในพื้นที่สาธารณะอย่างกว้างขวาง เช่น การผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมจนประสบความสำเร็จและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ มกราคม 2568  เป็นต้น แต่ก็มีประเด็นตามมาที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างร้อนแรงในสังคมไทยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหลากหลายทางเพศในขณะนี้ คือ การเรียกร้องให้สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของบุคคลให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในโลกออนไลน์ เพราะคำนำหน้าชื่อ เช่น นาย นาง นางสาว กำลังสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีคำนำหน้าชื่อไม่ตรงกับเพศภาพ ที่ส่งผลต่อทั้งการดำเนินชีวิตประจำวัน การเข้าถึงสิทธิ และการยอมรับในสังคม อัตลักษณ์ที่ถูกจำกัด แม้มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับ เพศกำเนิด (sex assigned at birth) ที่มีการจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ เพศหญิงและเพศชาย แต่การรับรู้ตัวตนทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) สำหรับบางคนนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการตกตะกอนและค้นหาตนเอง ซึ่งอาจไม่ตรงกับเพศกำเนิดที่ได้มีการระบุไว้ จึงนำไปสู่การนิยามตัวตนในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การระบุว่าตนเป็นบุคคลข้ามเพศ หรือมีอัตลักษณ์ทางเพศอื่น ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับกรอบทางภาษาที่ได้ระบุไว้ว่ามีเพียงแค่เพศชายและเพศหญิง และคำนำหน้าที่มีเพียงแค่นายและนางสาว การกำหนดคำนำหน้าชื่อโดยรัฐเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้าง “ตัวตนทางกฎหมาย” (legal identity) ซึ่งมีผลต่อสิทธิ หน้าที่ และสถานะของบุคคลในสังคม สำหรับประเทศไทย การระบุเพศในเอกสารราชการ เช่น บัตรประชาชน…

ศรีลังกาประกาศให้วันพุธเป็นวันหยุด เพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงาน

ประเทศในเอเชียจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้การขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน หยุดชะงัก และไม่เป็นผลดีต่อการสำรองน้ำมันในประเทศ เนื่องจากสงครามส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในช่องแคบฮออร์มุซที่เป็นช่องทางขนส่งน้ำมันร้อยละ 90 ไปยังเอเชีย ดังนั้น หลายประเทศทยอยออกมาตรการบรรเทาความตึงเครียดในวิกฤตพลังงาน รัฐบาลศรีลังกา เมื่อ 17 มีนาคม 2569 ประกาศให้วันพุธเป็นวันหยุดชั่วคราว มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ เพื่อลดการใช้พลังงานในห้วงที่ศรีลังกาเสี่ยงเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน ด้านประธานาธิบดี Anura Kumara Dissanayake ของศรีลังกายอมรับว่ารัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่สุด แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะแก้ไขปัญหาได้ นอกจากนี้ ยังให้สถาบันการศึกษาเปิดทำการเป็นเวลา 4 วัน แทน 5 วัน รวมทั้งชี้แจงว่าเลือกประกาศวันหยุดทุกวันพุธ เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลยังคงเปิดทำการได้ต่อเนื่อง ไม่นานกว่า 2 วัน เพราะจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน นอกจากนี้ ศรีลังกายังประกาศจำกัดการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสม ซึ่งทำให้ประชาชนบางส่วนไม่พอใจ เพราะการกำจัดการเติมน้ำมันที่ 15 สิตร/คัน นั้นไม่เพียงพอต่อการเดินทาง ศรีลังการนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันกลั่นจากต่างประเทศมากเป็นอันดับที่ 55 ของโลก หรือมูลค่าประมาณ 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี  ศรีลังกามีโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศ แต่มีกำลังการผลิตเพื่อการอุปโภคภายในประเทศได้ร้อยละ 40 ทำให้ยังคงพึ่งพาการน้ำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศร้อยละ 60 นอกจากศรีลังกา…

สหรัฐฯ ต้องการให้คิวบาแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ แลกเปลี่ยนกับการคว่ำบาตร

คิวบาซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคละตินอเมริกาจะตกเป็นเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นลำดับถัดไป ซึ่งจะใช้ความมั่นคงทางพลังงานเป็นเครื่องมือ โดยมีรายงานเมื่อ 17 มีนาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ เดินหน้ากดดันรัฐบาลคิวบาให้เปลี่ยนแปลงผู้นำ ด้วยการคงมาตรการยกเลิกการส่งน้ำมันและพลังานไปให้คิวบา ส่งผลให้คิวบาเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงานและเศรษฐกิจพร้อม ๆ กัน แรงกดดันของสหรัฐฯ ที่เข้มขึ้นขึ้นตั้งแต่ มกราคม 2569 ทำให้คิวบาเผชิญวิกฤตพลังงานรุนแรงขึ้นทั่วประเทศ ประชาชนจำนวนมากไม่มีพลังงานใช้ในการอุปโภค ประสบเหตุการณ์ไฟดับทั้งประเทศ รวมทั้งกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ชีวิต และนักศึกษาไม่สามารถเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากไม่มีไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่น ๆ  ประชาชนบางส่วนต้องการเดินทางออกจากประเทศเพราะไม่ต้องการเผชิญความไม่แน่นอน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าคิวบากำลังเผชิญสถานการณ์เลวร้าย และสหรัฐฯ เตรียมดำเนินการบางอย่างเพื่อแทรกแซงคิวบา โดยอ้างว่าจำเป็นต้องเข้าไปฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเมืองให้ประเทศ เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งสหรัฐฯ มีเป้าหมายชัดเจนต่อคิวบา คือ ต้องการให้ประธานาธิบดี Miguel Díaz-Canel ลาออกจากตำแหน่ง และเปิดเศรษฐกิจให้บริษัทของสหรัฐฯ เข้าไปลงทุน รวมทั้งสหรัฐฯ จะวางแผนปฏิรูปเศรษฐกิจให้คิวบา สหรัฐฯ ย้ำเป้าหมายดังกล่าวในการเจรจากับรัฐบาลคิวบาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการเจรจาในแต่ละครั้ง หรือรายชื่อบุคคลที่สหรัฐฯ ต้องการสนับสนุนให้เป็นผู้นำคิวบาคนใหม่ ด้านประชาชนชาวคิวบาจำนวนมาก เห็นต่างกับสหรัฐฯ…