เวียดนามเพิ่มโอกาสความมั่นคงทางพลังงานกับหุ้นส่วนต่างประเทศ

เวียดนามได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน ซึ่งในระดับระหว่างประเทศ เวียดนามได้มีการหารือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบ ซึ่งมีโรงกลั่นขนาดใหญ่ จำนวน 2 โรง และสามารถผลิตตอบสนองความต้องการใช้ในประเทศได้ร้อยละ 70 โดยน้ำมันดิบส่วนใหญ่ นำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกกลาง  ในห้วงสถานการณ์ปกติ และเมื่อปี 2568 เวียดนามนำเข้าน้ำมันดิบ จำนวน 14.2 ล้านตัน เพิ่มจากปี 2567 ร้อยละ 5.3 เวียดนามเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานในระยะสั้น และยะยาวควบคู่กันไป โดยรัฐมนตรีด้านการค้าและอุตสาหกรรมของเวียดนามได้หารือนอกรอบการประชุมสุดยอดด้านพลังงานที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น กับผู้แทนของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เมื่อ14-15 มีนาคม 2569 ถึงความเป็นไปได้ที่เวียดนามจะนำเข้าน้ำมันดิบจากทั้งสองประเทศ หรือหาช่องทางช่วยให้เวียดนามสามารถนำเข้าน้ำมันดิบได้มากขึ้น พร้อมกับวางแผนเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ด้วยการเชิญชวนให้ญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนเกี่ยวกับการผลิตก๊าซธรรมชาติ และ พลังงานนิวเคลียร์ในเวียดนาม เวียดนามยังเชิญชวนให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้าไปในลงทุนในเวียดนามเพิ่ม โดยในการพบกับเอกอัครราชทูต UAE กับนายกรัฐมนตรีเวียดนามที่ฮานอย เมื่อ 17 มีนาคม 2569 ก็ได้เชิญชวนให้ไปลงทุนด้านการจัดหาน้ำมัน ด้านไฮเทคโนโลยี ดิจิทัล…

อิหร่านยังมีเสถียรภาพทางการเมือง แม้สูญเสียเจ้าหน้าที่ระดับสูง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เมื่อ 18 มีนาคม 2569 ย้ำว่าการเมืองอิหร่านและนโยบายด้านความมั่นคงยังมีเสถยีรภาพ แม้จะสูญเสียนาย นายอะลี ลารีญานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด  พร้อมบุตรชาย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ซึ่งอิหร่านยืนยันเมื่อ 17มีนาคม 2569 เนื่องจากโครงสร้างการเมืองและรัฐบาลอิหร่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียว อย่างไรก็ดี อิหร่านจะแก้แค้นเอาคืนเพื่อตอบโต้ความสูญเสียครั้งนี้ เนื่องจากนายลารีญานี อายุ 67 ปี เป็นบุคคลที่มีความสำคัญและสร้างผลงานด้านความมั่นคงให้อิหร่านมาโดยตลอด รวมทั้งมีบทบาทในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับประเทศตะวันตกด้วย นายลารีญานีเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สำคัญลำดับที่ 2 ที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ รองจากอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมระบุว่าอิหร่านไม่ต้องการสงคราม แต่เป็นสหรัฐฯ ที่เริ่มก่อนและต้องเป็นผู้รับผิดชอบผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอิหร่านก็ยิิงขีปนาวุธติดหัวรบแบบกระจายโจมตีอิสราเอล เพื่อตอบโต้การสังหาร ทั้งนี้ นายลารีญานี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญด้านยุทธศาตสร์ของอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางประเมินว่า อิสราเอลจะเดินหน้าแผนการสังหารผู้นำทางการเมืองและการทหารที่สำคัญของอิหร่าน โดยจะเร่งปฏิบัติการในสงครามครั้งนี้ เพื่อหวังผลบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งแม้ว่าอิหร่านจะเชื่อมั่นในโครงสร้างทางการเมืองและยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่แข็งแกร่ง แต่การสูญเสียเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว เนื่องจากขาดบุคลากรที่มีความสามารถสูงอย่างต่อเนื่อง จนอาจกระทบต่อความสามารถในการรักษาความมั่นคงในอนาคต ขณะที่อิหร่านเผชิญความท้าทายในการรับมือกับปฏิบัติการทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล มีรายงานจาก MarineTraffic องค์กรที่ติดตามเรือพาณิชย์ทั่วโลกตั้งข้อสังเกตว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือพาณิชย์เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้นเกือบเป็น 2…

ผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อพลังงาน ผู้อพยพ และความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับจีน

การปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านปัจจุบันยังมีความรุนแรงและการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีสัญญาณว่าจะเจรจาเพื่อหยุดยิงหรือไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ล่าสุดเมื่อ 16 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางทหารทั้งในอิหร่านและเลบานอน เพื่อทำลายฐานที่มั่นและคลังอาวุธของกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ด้านผู้นำอิหร่านยืนยันว่าไม่ต้องการสงคราม แต่มีสิทธิป้องกันตนเอง พร้อมสั่งการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,444 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 18,000 คน นอกจากนี้ ประเทศในตะวันออกกลางรายงานว่าสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สะท้อนว่า สงครามอิหร่านมีแนวโน้มขยายขอบเขตและสร้างความเสียหายให้ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น การที่ประเทศในตะวันออกกลางเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากการปฏิบัติการทางทหารโดยตรง ส่งผลให้วิกฤตด้านความมั่นคงพลังงานมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อ เนื่องจากประเทศในตะวันออกกลางเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และปัจจุบันคลังน้ำมันในประเทศตะวันออกกลางยังคงเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกในระยะยาวยังเพิ่มขึ้น จากที่ภูมิภาคตะวันออกกลางยังเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สงบเรียบร้อย นอกจากวิกฤตด้านพลังงาน ประเทศในตะวันออกกลางวิตกกับสถานการณ์ผู้อพยพ จากประชาชนในพื้นที่สงคราม โดยองค์การ UNHCR ของสหประชาชาติ ประเมินว่าสงครามครั้งนี้จะทำมีผู้พลัดถิ่นประมาณ 3.2 ล้านคน แม้ว่าอิหร่านจะยืนยันว่าจำนวนผู้อพยพออกนอกประเทศมีปริมาณไม่มาก แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและทวีความรุนแรง อาจทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพลี้ภัยสงครามขนาดใหญ่ที่เดินทางออกจากอิหร่านไปยังประเทศเพื่อน้บาน ได้แก่ อัฟกานิสถาน อาร์เมเนีย อาร์เซอร์ไบจาน อิรัก ปากีสถาน…

จีนปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณช่องแคบไต้หวัน

สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 16 มีนาคม 2569 รายงานอ้างไต้หวันว่าพบเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพจีน (PLA) จำนวน 26 เครื่อง ปฏิบัติการในน่านฟ้าบริเวณช่องแคยไต้หวัน โดยเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กองทัพจีนลดจำนวนยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการลาดตระเวนใกล้ช่องแคบไต้หวัน โดยในปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศเหนือน่านฟ้าไต้หวันครั้งล่าสุด เมื่อ 6 มีนาคม 2569 ส่งเครื่องบินรบไปเพียง 2 เครื่อง นอกจากนี้ เครื่องบินทหารอย่างน้อย 16 เครื่องปฏิบัติการลาดตระเวนรุกล้ำเขตระบุตัวตนการป้องกันทางอากาศ หรือ ADIZ ของไต้หวันทั้งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งพบว่าจีนส่งกองเรือประมาณ 7 ลำ เข้าไปปฏิบัติการใกล้ไต้หวันด้วย ความเคลื่อนไหวของจีนทำให้ไต้หวันสั่งเตรียมพร้อมกำลังพลหน่วยยามชายฝั่ง เพื่อป้องกันการยั่วยุทางทหารหรือการปฏิบัติการของจีน ไต้หวันคาดว่าความเคลื่อนไหวของจีนเกิดขึ้นก็เพื่อป้องปรามความร่วมมือด้านการทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ มีกำหนดการส่งยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวัน ใน 20 มีนาคม 2569 ทำให้จีนต้องการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารว่าสามารถทำให้ไต้หวันขาดการติดต่อกับประเทศอื่น ๆ ได้ ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายของจีนต่อไต้หวันระบุว่า ความเคลื่อนไหวของจีนสอดคล้องกับผลการประชุมสองสภาที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนมีความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางการเมือง จึงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อส่งสัญญาณให้ไต้หวันและทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ เห็นว่าจีนพร้อมจะรวมชาติกับไต้หวัน และเป็นการส่งสัญญาณก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเยือนจีนระหว่าง…

ทำไม USTR ต้องไต่สวนนโยบายการค้าของไทย!? และข้อเสนอ

ไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Trade Representative (USTR) ประกาศเมื่อ มีนาคม 2569 ว่าจะสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เน้นประเด็นการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ หรือรัฐบัญญัติ Trade Act มาตรา 301 พิเศษ โดยสหรัฐฯ ใช้กฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2532 เพื่อตรวจสอบสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่อาจมีมาตรฐานการค้าไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติ ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สอดคล้องกับค่านิยมของสหรัฐฯ เช่น เรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการอุดหนุนราคาสินค้าเพื่อการส่งออก ..เป้าหมายของ USTR คือ ผลประโบชน์ของสหรัฐฯ ล้วน ๆ ได้แก่ การปกป้องอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ผู้ผลิต และแรงงานในประเทศ ความคิดเห็นและการตรวจสอบของ USTR ค่อนข้างสำคัญ เพราะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะ USTR เป็นเครื่องมือ และองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญภายใต้สำนักงานทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุคลากรที่ทำงานใน USTR เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกฎหมายการค้า พร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านกฎหมายและมาตรฐานการค้าฝ่ายเดียว (unilateral) ของสหรัฐฯ ในการกำกับนโยบายการค้าของประเทศอื่น…

เวียดนาม-จีนขยายสาขาความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์

เวียดนามและจีนขยายสาขาความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยใน 15-16 มีนาคม 2569 ผู้แทนระดับรัฐมนตรีของจีนและเวียดนามจะจัดการประชุม 3+3 Strategic Dialogue หรือการประชุมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการทูต การทหาร และความมั่นคงสาธารณะ ที่กรุงฮานอย เวียดนาม ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกที่จีนและเวียดนามจะแลกเปลี่ยนด้านความมั่นคงสาธารณะระหว่างกัน สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีระบบการปกครองแบบเดียวกัน และต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จไปแล้วจากการหารือ 3+3 ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีนและเวียดนามเมื่อ ธันวาคม 2568 เวียดนามและจีนคาดหวังให้การประชุม 3+3 ครั้งนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างสังคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยในปี 2569 จีนส่งสัญญาณให้เวียดนามเห็นว่าให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางเยือนเวียดนามเป็นประเทศแรกในปี 2569 และสนับสนุนการยกระดับการประชุมความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์จาก 2+2 ให้เป็น 3+3 คือ เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ ที่จีนเชื่อว่าจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการขยายความไว้วางใจระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ การประชุม 3+3 จะเป็นผลดีต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับจีน และความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของจีนค่อนข้างน่าสนใจ เพราะสาเหตุที่จีนต้องการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ หรือ public security นั้นย่อมมีเป้าหมายปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ และความร่วมมือนี้อาจเปิดโอกาสให้จีนส่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไปปฏิบัติการร่วมในประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนกรณีการลาดตระเวนร่วมในแม่น้ำโขง  ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศเพื่อนบ้านของจีน ปัจจุบัน…

รู้จัก “ยุทธศาสตร์โมเสก” ศิลปะการป้องกันประเทศของอิหร่าน

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ในภาวะสงคราม หลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และใช้เครื่องมือทางทหารตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเข้าใกล้ 3 สัปดาห์แล้ว ก็ยังไม่มีทางออก นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ผลลัพธ์ของสถานการณ์นี้ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากปัจจัยในการวิเคราะห์นั้น เปลี่ยนแปลงและผันผวนต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นของผู้นำสหรัฐฯ ที่ไม่ยุติการปะทะจนกว่าอิหร่านจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขณะที่อิสราเอลที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้ปฏิบัติการครั้งนี้ ถอนรากถอนโคนระบอบการปกครองของชนชั้นนำทางการเมืองในอิหร่านได้ และอิหร่านที่แม้จะสูญเสียผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพไปจำนวนมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้และประสบความสำเร็จในการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศได้ รวมทั้งยังมีขีดความสามารถในการรับมือกับกองทัพสหรัฐฯ ที่เป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ได้อย่างน่าสนใจ ความแข็งแกร่งของอิหร่าน ทำให้นักวิเคราะห์สงครามครั้งนี้ศึกษาและเปิดเผยยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของอิหร่าน และกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่อิหร่านนำไปใช้ในการต้านทานแรงกดดันทางทหารจากสหรัฐฯ กับอิสราเอล นั่นคือ ยุทธศาสตร์โมเสก หรือ Mosaic Defense Strategy หรือการกระจายอำนาจสั่งการทางทหารไปทั่วประเทศ …หากจะจินตนาการถึงรูปแบบหรือหลักการสำคัญของยุทธศาสตร์โมเสกนี้คืออะไร?… ก็ขอให้ลองนึกถึงศิลปะแบบโมเสก ที่ใช้ “ชิ้นส่วนเล็ก ๆ มาประกอบกันเป็นภาพใหญ่” ไม่ว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนัง หรือทางเดิน ที่เป็นศิลปะที่นิยมอย่างมากตั้งแต่ยุคเมโสโปเตเมียไปจนถึงอาณาจักรโรมัน ไบแซนไทน์ และศิลปะอิสลาม …ดังนั้น ยุทธศาสตร์โมเสกก็เปรียบเหมือนการรวมกลุ่มของหน่วยทหาร/ข่ายงานเล็ก ๆ เพื่อประกอบเป็น “ความมั่นคงทางการทหารและการป้องกันประเทศ” ขนาดใหญ่ของอิหร่านนั่นเอง ยุทธศาสตร์โมเสกเพื่อการป้องกันประเทศของอิหร่าน…

การประชุม Global Fraud Summit ประจำปี 2569 ที่ออสเตรีย

นานาชาติส่งผู้แทนระดับสูงเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการฉ้อโกง หรือ Global Fraud Summit 2026 ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ระหว่าง 16-17 มีนาคม 2569 เป็นการประชุมที่จัดขึ้นโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization-INTERPOL) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา การฉ้อโกงหรือการหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้ง Scam Centers เป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทุกประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นการก่ออาชญากรรมผ่านอินเทอร์เน็ตที่ตรวจจับยากแล้ว ยังเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินและการค้ามนุษย์ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั่วโลกตระหนักว่าการฉ้อโกงหรือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต กลายเป็นแหล่งเงินทุนของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งนอกจากจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชนต่อการทำงานของหน่วยงานภาครัฐด้วย เพราะกลุ่ม Scammer อ้างว่าเป็นหน่วยงานภาครัฐเพื่อหลอกลวงประชาชน ดังนั้น ปัญหา Scammer และการฉ้อโกงออนไลน์จึงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ที่รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (CSO) ควรหาแนวทางปฏิบัติร่วมกับเพื่อควบคุมและจัดการภัยคุกคามนี้ร่วมกัน UNODC และ INTERPOL เป็นหน่วยงานหลักที่จัดการประชุมครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา…

ผู้นำสหรัฐฯ ขอให้เนโตและจีนร่วมปฏิบัติการปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 15 มีนาคม 2569  ใช้กลไกความร่วมมือทางการทหารระหว่างประเทศเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงในปฏิบัติการที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเสนอให้ประเทศอื่น ๆ ควรส่งเรือรบเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และค้ำประกันความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ทั้งจีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งเสนอให้เนโต ส่งกองกำลังไปสนับสนุนสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งขู่ว่าหากเนโตปฏิเสธและไม่ช่วยเหลือสหรัฐฯ อาจเผชิญอนาคตที่ย่ำแย่ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเรือพาณิชย์จำนวนอย่างน้อย 16 ลำ เป็นเรือขนส่งน้ำมัน 10 ลำ ตกเป็นเป้าหมายโจมตีและได้รับอันตรายระหว่างการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นเส้นทางเดินทางสำคัญของโลก ด้านผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ประกาศว่าจะเป็นต้องปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวเพื่อกดดันสหรัฐฯ ให้ยุติสงคราม ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะไม่ส่งกองเรือไปช่วยเหลือตามที่ผู้นำสหรัฐฯ ร้องขอในทันที เพราะ สหรัฐฯ เองก็ยังไม่ส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจะเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีโดยอิหร่านและกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ที่ได้เปรียบมากกว่า แต่ก็มีรายงานว่า  รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณามาตรการที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศ เพื่อรับรองความปลอดภัยของเรือและลูกเรือญี่ปุ่นที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านก็กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าพร้อมเจรจาและไม่โจมตีเรือจากประเทศต่าง ๆ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล จึงต้องพิจารณาท่าทีต่อสงครามในตะวันออกกลางอย่างรอบคอบ ปัจจุบันสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทบทวนข้อเสนอ จีนยืนยันเรียกร้องให้ยุติการใช้ปฏิบัติการทหารและความรุนแรงระหว่างประเทศ ฝรั่งเศสและเยอรมนี พันธมิตรสำคัญและประเทศที่มีอิทธิพลในเนโต ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับภารกิจของนานาชาติเพื่อปกป้องความปลอดภัยในการเดินเรือ แต่ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามโดยตรง ด้านออสเตรเลียและญี่ปุ่น ระบุชัดเจนว่าไม่มีแผนการจะส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ…

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมการเมืองของรัฐบาลจีน

การประชุมสองสภาครั้งที่ 14 ที่กรุงปักกิ่ง จีน หรือการประชุมสำคัญทางการเมืองเพื่อวางแผนพัฒนา รวมทั้งเศรษฐกิจของจีนสิ้นสุดลง เมื่อ 12 มีนาคม 2569 ได้แก่ การประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมือง (Chinese People’s Political Consultative Conference–CPPCC) และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress–NPC) มีการรับรองผลงานของรัฐบาล กำหนดนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป้าหมายในอนาคต และกำหนดกฎหมายใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนต่อไปในระยะ 5 ปี หรือปี 2569-2573 ดังนั้น การติดตามผลการประชุมสองสภาจึงบ่งชี้ทิศทางนโยบายสำคัญของจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือขยายความร่วมมือ ผลการประชุมสองสภาสะท้อนว่ารัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับแรก สาเหตุสำคัญอาจเป็นผลจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนเผชิญอุปสรรคในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ การบริโภคในประเทศซบเซา นโยบายสหรัฐฯ และผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ทำให้รัฐบาลจีนต้องทบทวนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปเน้นการรักษาเสถียรภาพ แทนที่จะเน้นเรื่องการขยายอัตราการเติบโต เป็นผลให้จีนปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.5-5 จากเดิมจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ขึ้นไป และเพิ่มการส่งเสริมอัตราการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการลงทุนในประเทศมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)…