ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ เป็นผลดีต่อรัสเซีย

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อ 7 ธันวาคม 2568 เปิดเผยมุมมองของรัสเซียต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ (U.S. National Security Strategy) ที่เผยแพร่ฉบับล่าสุดเมื่อ 4 ธันวาคม 2568 ว่า เป็นผลดีต่อรัสเซีย เนื่องจากสะท้อนว่าสหรัฐฯ มีมุมมองสอดคล้องทิศทางเดียวกันกับรัสเซียเรื่องสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการยุติสงครามในยูเครน การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย และการเตือนยุโรปว่ากำลังเผชิญกับภาวะอารยธรรมล่มสลาย รวมทั้งการไม่ขยายจำนวนสมาชิกเนโต ทั้งหมดนี้เป็นผลดีต่อความมั่นคงของรัสเซีย รัสเซียจะใช้ประโยชน์จากยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ฉบับใหม่ที่ระบุว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้นำด้านการใช้กลไกการทูตแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับรัสเซีย นอกจากนี้ สหรัฐฯ ถือว่าการเจรจาเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในยูเครนและยุโรป รวมทั้งการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียนั้นเป็นผลประโยชน์สำคัญ (core interest) ของสหรัฐฯ มีข้อสังเกตว่า ……. สหรัฐฯ ไม่ได้กำหนดให้รัสเซียเป็นภัยคุกคามของสหรัฐฯ ในยุทธศาสตร์ฉบับนี้ ซึ่งแตกต่างจากยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับก่อน ๆ ที่จะกำหนดชัดเจนว่ารัสเซียเป็น 1 ในประเทศที่มีพฤติกรรมเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ ทั้งในมิติการขยายอิทธิพลในต่างประเทศ การทหาร และการปฏิบัติการทางไซเบอร์ เมื่อรัสเซียได้ประโยชน์จากยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับนี้ อาจมีนัยว่าประเทศยุโรปกำลังไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เพราะเป็นการตอกย้ำท่าทีของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในที่ประชุม Munich Security Conference ที่เตือนให้ยุโรปเพิ่มความรับผิดชอบต่อความมั่นคงของตัวเอง แก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ และฟื้นฟูอัตลักษณ์ชาติตะวันตกและวิถีอารยธรรมยุโรป…

ลาว : สายสัมพันธ์พิเศษกับเวียดนาม

ในภูมิภาคอาเซียนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่ถือว่า “สนิท” กันมาคู่หนึ่งของภูมิภาคอาเซียนคือลาวกับเวียดนาม โดยเริ่มจาก สิ่งที่เรียกว่า “สายสัมพันธ์พิเศษ”  สิ่งที่ทำให้ลาวกับเวียดนามสองประเทศ เป็นมากกว่าเพื่อนบ้านธรรมดา คงต้องย้อนกลับไปช่วงสงคราม ทั้งสองประเทศมีรากฐานมาจากแนวคิดทางการเมืองที่เหมือนกัน คือ  คอมมิวนิสต์ และตอนนั้นมีคู่ตรงข้ามร่วมกันก็คือ ฝรั่งเศส ที่เป็นเจ้าอาณานิคม และต่อมาก็คือสหรัฐฯ ที่พยายามกำจัดลัทธิคอมมิวนิสต์  เวียดนามที่นำโดยโฮจิมินห์เป็นเสมือนพี่ใหญ่ รวมกลุ่มกับนักปฏิวัติลาว ที่นำโดยนายไกสอน พมวิหาน และคำไต สีพันดอน รัฐบุรุษคนสำคัญของลาว ทำการต่อสู้เพื่อเอกราชของประเทศ  ซึ่งอาจจะคุ้น ๆ กับเส้นทางโฮจิมินห์ที่การลำเลียงกำลังพลส่วนใหญ่ได้ตัดผ่านประเทศลาว  ทั้งสองประเทศได้ร่วมต่อสู้จนมาเป็นลาวและเวียดนามในปัจจุบัน สนธิสัญญาที่มีร่วมกัน…… จากรากฐานข้างต้นทำให้ความสัมพันธ์ และความร่วมมือทั้งสองประเทศใกล้ชิดสนิทสนม โดยทางการเมือง ทั้งสองประเทศมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเป็นสิ่งเชื่อมความสัมพันธ์และความร่วมมือ จนเวียดนามได้ชื่อว่าเป็น “พี่ใหญ่” ที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองในภูมิภาคอินโดจีน (ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) ซึ่งทั้งสามประเทศมีสิ่งที่เรียกว่า “สนธิสัญญาพิเศษ” (Special Treaty) 2 ฉบับที่สำคัญ ได้แก่ 1) สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมือ (Treaty of Amity and…

จีนกับรัสเซียลาดตระเวนทางอากาศในทะเลตะวันออก

ความร่วมมือด้านการทหารระหว่างจีนกับรัสเซียยังคงใกล้ชิดและมีการฝึกร่วมกัน โดยกองทัพจีนกับรัสเซียจัดการฝึกร่วมเพื่อลาดตระเวนทางอากาศเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ประจำปี 2568 หรือการฝึกเชิงยุทธศาสตร์ครั้งที่ 10 เมื่อ 9 ธันวาคม 2568 โดยฝ่ายจีนส่งเครื่องบินรบหลายรุ่นเข้าร่วม เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น H-6K bomber เครื่องบินรบรุ่น Su-30 และ J-16 และเครื่องบินตรวจการณ์และควบคุมทางอากาศรุ่น KJ-500A ส่วนรัสเซียส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์รุ่น Tu-95 และเครื่องบินควบคุมทางอากาศรุ่น A-50 เข้าร่วมการฝึก การฝึกร่วมดังกล่าวเป็นไปเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามของทั้ง 2 ประเทศ ให้มีความพร้อมและปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างราบรื่น และส่งเสริมความไว้วางใจระหว่างกองทัพจีนและรัสเซีย ประกอบกับเป็นการแสดงให้นานาชาติเห็นว่า จีนกับรัสเซียยังคงมีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและสนับสนุนความมั่นคงระหว่างกัน ในห้วงที่นานาชาติกำลังกดดันรัสเซียให้ยุติสงครามในยูเครน แม้ว่าการฝึกลาดตระเวนร่วมดังกล่าวจะเป็นไปตามกำหนดการและเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกหวาดระแวงและมีความเคลื่อนไหวในลักษณะป้องปรามจีนและรัสเซีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยมีรายงานเมื่อ 10 ธันวาคม 2568 ว่า เกาหลีใต้และญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบปฏิบัติการลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าในห้วงเวลาที่จีนและรัสเซียฝึกร่วมกัน โดยเกาหลีใต้ระบุว่าเครื่องบินของรัสเซียกับจีนรุกล้ำเขตน่านฟ้าของเกาหลีใต้ หรือ KADIZ โดยไม่ได้ขออนุญาต เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้น กองทัพเกาหลีใต้จำเป็นต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นไปเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมาตรการเชิงยุทธวิธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นระบุว่าจำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวของจีนและรัสเซียอย่างใกล้ชิด รวมทั้งส่งเครื่องบินรบขึ้นไปปฏิบัติการตามมาตรการปกป้องน่านฟ้าจากการรุกล้ำและภัยคุกคาม…

ความเสียหาย รวมทั้งท่าทีสหรัฐฯ จีนต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เมื่อ 9-10 ธันวาคม 2568 เน้นท่าทีของรัฐบาลต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสาเหตุของการปะทะครั้งนี้ สื่อยังให้ความสนใจท่าทีของผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ ฝ่ายไทย คือ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา คือ สมเด็จฯ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ประธานพรรคประชาชนกัมพูชา (พรรครัฐบาล) และอดีตผู้นำประเทศ  ต่างฝ่ายต่างย้ำว่าจำเป็นต้องปฏิบัติการทางทหารเพื่อป้องกันความปลอดภัยของประชาชนและกำจัดภัยคุกคามของชาติ จากข้อสังเกตการรายงานของสื่อต่างประเทศ พบว่าฝ่ายกัมพูชาเน้นการเปิดเผยข้อมูลความสูญเสีย มีพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมากจากการปฏิบัติการทางทหารของไทย ขณะที่ฝ่ายไทยรายงานว่า มีทหารเสียชีวิต 4 นาย และได้รับบาดเจ็บ 68 ราย ปัจจุบันต่างประเทศมีข้อมูลว่า ฝ่ายไทยอพยพประชาชนมากกว่า 400,000 คน และมีศูนย์พักพิงชั่วคราวมากกว่า 500 แห่งในพื้นที่ 4 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชา ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาอพยพประชาชนประมาณ 55,000 คน ส่วนประเด็นความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางไปไทยและกัมพูชาจำนวนมากในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ สื่อยุโรปรายงานเกี่ยวกับเหตุปะทะเกิดขึ้นบริเวณพรมแดน รวมทั้งให้ระมัดระวังการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของชาวยุโรป ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงด้วย เช่น เกาะช้าง เกาะหมาก…

ออสเตรเลีย และมาเลเซียเข้มงวดในการใช้โซเชียลมีเดียในเยาวชน

“Social Media” ที่เราคุ้นหูกัน หากจะเรียกตามราชบัณฑิตสถานกำหนดไว้ ก็จะเรียกว่า “สื่อสังคม”ซึ่งหมายถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสื่อกลางที่ให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ อย่างไรก็ดี เกิดอะไรขึ้นกับแพลตฟอร์มออนไลน์ของ social media ที่มีรายงานมาโดยตลอดว่ากำลังถูกประเทศต่าง ๆ จำกัดการเข้าถึงอย่างจริงจัง เฉพาะอย่างยิ่งมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวที่อาจพูดได้ว่า แพลตฟอร์มออนไลน์คือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว เช่น การติดต่อสื่อสาร การแสดงความเห็น สร้างเครือข่ายที่มีความเห็นร่วมกัน การซื้อ-ขายสินค้าหรือแม้แต่การแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือระหว่างกัน ในสหรัฐ ฯ วัยรุ่นชาวอเมริกันนิยมใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของ social media เช่นกัน ซึ่งสถาบันวิจัย Pew (Pew Research Center) ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ผลการสำรวจเมื่อ พฤศจิกายน 2568 โดยวัยรุ่นชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (ร้อยละ 84) ใช้ YouTube รองลงไปคือ Facebook, Instagram, TikTok, WhatsApp, Reddit ,Snapchat X, Threads, Bluesky และTruth Social อย่างไรก็ดี…

ท่าทีสหรัฐฯ และต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ความปลอดภัยในไทย-กัมพูชา

กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่ปะทุขึ้นมาอีกรอบเมื่อ 7 ธันวาคม 2568 ทำให้มีต่างประเทศออกคำเตือนประชาชนของตนที่อาศัยอยู่ในไทย และในกัมพูชา ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในบางประเทศ เผยแพร่คำเตือนคนไทยในต่างประเทศด้วย ดังนี้ สหรัฐฯ เพิ่มระดับการแจ้งเตือนพลเมืองชาวอเมริกันในไทยและกัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/กรุงเทพฯ ออกคำเตือนด้านความมั่นคง (security alert) เมื่อ 8 ธันวาคม 2568 ให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ขัดแย้ง และให้อยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการทางทหารอย่างน้อย 50 กิโลเมตร เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอน และรัฐบาลสหรัฐฯ มีข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส/กรุงเทพฯ ก็เตือนไม่ให้เดินทางไปพื้นที่ขัดแย้ง ส่วนที่มีรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส อ้างเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เปิดเผยท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั้น สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/กรุงเทพฯ ยังไม่ยืนยันท่าทีเรื่องนี้ โดยรายงานดังกล่าวระบุว่า สหรัฐฯ กดดันไทยและกัมพูชาให้คำมั่นว่าจะยุติความรุนแรง รวมทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้ทั้งไทยและกัมพูชาบรรลุการยุติความรุนแรงโดยเร็วที่สุด สหราชอาณาจักรเมื่อ 4 ธันวาคม 2568 เพิ่มคำเตือนพลเรือนเกี่ยวกับการเดินทางในไทย ทั้งจากกรณีการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรเตือนให้ระมัดระวังการเดินทางไปในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้พิจารณาเฉพาะเท่าที่จำเป็น และให้ชาวอังกฤษอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการทางทหารอย่างน้อย 50 กิโลเมตร ซึ่งรวมทั้งบริเวณเกาะกูด เกาะช้าง และหมู่เกาะในพื้นที่ใกล้เคียง จีนใช้สื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชัน WeChat…

สหรัฐฯ ขู่จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก เนื่องจากล้มเหลวในการจัดการทรัพยากรน้ำ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 8 ธันวาคม 2568 โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ขู่ว่าจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกอีกร้อยละ 5 หากรัฐบาลเม็กซิโกไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามข้อตกลงระหว่างกัน โดยให้เพิ่มการจัดสรรน้ำให้เกษตรกรชาวอเมริกัน พร้อมกับกล่าวโทษเม็กซิโกว่าละเมิดข้อตกลงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกันด้วย ข้อตกลงที่ผู้นำสหรัฐฯ อ้างถึง คือ สนธิสัญญาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำ (Utilization of Waters of the Colorado and Tijuana Rivers and of the Rio Grande Treaty) หรือ 1944 Water Treaty ที่เม็กซิโกตกลงว่าจะจัดสรรน้ำในแม่น้ำริโอกรันเด ให้กับเกษตรกรชาวอเมริกันที่ทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์ในพื้นที่ตอนใต้ ติดกับแม่น้ำโคโลราโด โดยภายใต้สนธิสัญญาดังกล่าว เม็กซิโกต้องส่งน้ำให้สหรัฐฯ ปริมาณ 1.75 ล้านเอเคอร์-ฟุต ในทุก ๆ 5 ปี หรือประมาณ 350,000 เอเคอร์-ฟุตต่อปี ผ่านระบบเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเม็กซิโกไม่ดำเนินการตามสนธิสัญญา ทำให้เกษตรกรในรัฐเทกซัสได้รับผลกระทบอย่างมาก สหรัฐฯ กดดันเม็กซิโกด้วยประเด็นนี้มาตั้งแต่…

จีนรับตัวเครือข่ายสแกมเมอร์ในเมียนมาจำนวน 1,178 คนกลับประเทศ

จีนให้ความสำคัญกับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ และสแกมเมอร์ที่เป็นภัยคุกคามและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของชาวจีน โดยร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะอย่างยิ่ง เมียนมา ไทย ลาว และกัมพูชา เพื่อปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์จีนที่ไปตั้งฐานในประเทศดังกล่าว  มีรายงานเมื่อ 8 ธันวาคม 2568 ว่า รัฐบาลจีนร่วมมือกับรัฐบาลและกองทัพเมียนมา ปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง โดยได้รับการสนับสนุนจากไทย ทำให้สามารถควบคุมตัวแรงงานชาวจีนที่ทำงานในเครือข่ายดังกล่าวได้จำนวนมาก และจีนจะรับตัวกลุ่มแรงงานดังกล่าวจำนวน 1,178 คน กลับประเทศ เพื่อเข้ากระบวนการสืบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สื่อมวลชนจีนรายงานว่าปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ ซึ่งตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 จีนได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงสาธารณะจากมณฑลเจียงซี ไปร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยบังคับใช้กฎหมายของไทยในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรับตัวผู้ต้องหาชาวจีนกลับประเทศ การปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา เป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างจีน เมียนมา และไทย ซึ่งจีนสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าวตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และรับตัวชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าวกลับประเทศแล้วมากกว่า 6,600 คน เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้เครือข่ายอาชญากร โดยเฉพาะสแกมเมอร์เห็นว่าจีนจริงจังและเข้มงวดกับการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชาวจีน รวมทั้งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของจีนในต่างประเทศ เนื่องจากกลุ่มอาชญากรชาวจีนใช้พื้นที่ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งฐานการหลอกลวงออนไลน์ ดำเนินการเป็นอุตสาหกรรมและเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และค้ามนุษย์ ซึ่งทำลายเศรษฐกิจ…

สื่อต่างชาติรายงานเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา เน้นผลกระทบต่อประชาชนและท่าทีนานาชาติ

สถานการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาบริเวณชายแดนได้รับความสนใจจากนานาชาติและสื่อมวลชน โดยรายงานเหตุการณ์ต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 9 ธันวาคม 2568 สื่อต่างประเทศเน้นผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าวต่อประชาชนทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชาที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ไปศูนย์อพยพชั่วคราว ตลอดจนต้องดำรงชีวิตด้วยความหวาดกลัว ด้านกรณีกัมพูชาระบุว่ามีพลเรือนจำนวน 6 รายเสียชีวิตจากการโจมตีของฝ่ายไทย ขณะที่ฝ่ายไทยมีความสูญเสียคือทหาร 1 ราย และยืนยันว่ารูปแบบการโจมตีของกองทัพกัมพูชามุ่งเป้าหมายพลเรือน สำหรับการปฏิบัติการของไทยเน้นทำลายเป้าหมายทางการทหารเท่านั้น หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพลเรือนชาวกัมพูชา และเป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ตลอดจนย้ำว่าฝ่ายไทยต้องการสันติภาพ ที่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของประชาชน ท่าทีของสมเด็จฮุนเซน ประธานรัฐสภา อดีตผู้นำกัมพูชาและผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในประเทศ ยังคงได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งกรณีเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 8 ธันวาคม 2568 ว่า กองทัพกัมพูชาจำเป็นต้องตอบโต้ไทย หลังจากที่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงมาโดยตลอด พร้อมทั้งมีรายงานว่าสมเด็จฮุนเซนมีถ้อยแถลงวิจารณ์ผู้นำรัฐบาลไทยเชิงลบว่าทำให้ทหารตกอยู่ในความเสี่ยง เพียงเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์คะแนนนิยมทางการเมือง ตลอดจนเตือนให้ลดระดับความขัดแย้งบริเวณชายแดนโดยเร็ว สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ทำให้นานาชาติแสดงความวิตกกังวล โดยนาย Stephane Dujarric  โฆษกประจำตัวนาย Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เมื่อ 8 ธันวาคม 2568 เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายหลีกเลี่ยงการทำให้การปะทะขยายวงกว้างและลดการโจมตีที่จะส่งผลกระทบต่อพลเรือน รวมทั้งอาคารและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้…

การประเมินเศรษฐกิจและการค้าโลกในช่วงใกล้สิ้นปี 2568

ตลอดปี 2568 สถาบันเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ มีการประเมิน และปรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าของโลกในปี 2568 มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปี ที่น่าสนใจคือ รายงานการค้าและการพัฒนาประจำปี 2568 (Trade and Development Report 2025) ขององค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nations Conference on Trade and Development -UNCTAD) ที่เผยแพร่รายงาน เมื่อ 2 ธันวาคม 2568 โดยประเมินว่าในปี 2568 การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง เหลือร้อยละ 2.6 สำหรับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development – OECD)   OECD ป ระเมินสอดคล้องในทิศทางเดียวกันกับรายงานของ UNCTAD ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากที่คาดการณ์ไว้ แต่ประเมินให้อัตราการขยายตัวมากกว่า โดยอยู่ที่ร้อยละ 3.3…