ซีเรียเผชิญความรุนแรง กองทัพปะทะกลุ่มติดอาวุธ SDF

รัฐบาลซีเรียเผชิญความท้าทายด้านการควบคุมสถานการณ์ความมั่นคงในเมือง Aleppo เมืองสำคัญทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หลังจากกลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย ((Syrian Democratic Forces – SDF) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด ปะทะกับกองทัพซีเรียอย่างรุนแรง ส่งผลให้รัฐบาลเมือง Aleppo ต้องประกาศมาตรการฉุกเฉินและสั่งให้ประชาชนมากกว่า 100,000 คนอพยพออกจากเมืองไปยังพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากการประทะที่ผ่านมาทำให้มีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 22 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 170 คน สาเหตุที่กลุ่ม SDF ปะทะกับกองทัพรัฐบาลซีเรียอย่างตึงเครียด เป็นเพราะไม่พอใจกระบวนการเจรจาเพื่อให้กลุ่ม SDF มีบทบาททางการเมืองตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกลุ่ม SDF เป็นกองกำลังที่มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม นาย Mazloum Abdi หรือ Mazloum Kobani ผู้บัญชาการกลุ่ม SDF ปฏิเสธว่าเป็นฝ่ายเริ่มการโจมตี และให้ความเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการเจรจาทางการเมือง พร้อมระบุว่า กองทัพซีเรียเพิ่มการควบคุมและอิทธิพลในพื้นที่ของกลุ่ม SDF ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีมุมมองว่ารัฐบาลซีเรียควรเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการและบริหารความสัมพันธ์กับกลุ่มติดอาวุธในประเทศ เพราะกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ มีอิทธิพลมาก และมีแนวทางชัดเจนว่าไม่ต้องการวางอาวุธ ดังนั้น กระบวนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและการเมืองของซีเรีย ควรร่วมมือและสร้างความไว้วางใจกับกองกำลังต่าง ๆ…

ในปี 2569 วิกฤตในเยเมนสะเทือนเอกภาพชาติอาหรับ

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเยเมน ประเทศในตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต หลังจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในเยเมน หรือ Southern Transitional Council (STC) ประกาศเมื่อต้นปี 2569 ว่าต้องการจัดการลงประชามติเพื่อแยกเป็นอิสระ จากรัฐบาลเยเมน ซึ่งปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย การประกาศเจตจำนงและความมุ่งหวังทางการเมืองดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่าง STC กับรัฐบาลเยเมน แต่สถานการณ์นี้มีความซับซ้อน เพราะทั้ง STC และรัฐบาลเยเมน มีมหาอำนาจในภูมิภาคหรือชาติอาหรับขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลัง คือ STC ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ส่วนรัฐบาลเยเมน ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย …เท่ากับว่า ความวุ่นวายทางการเมืองและความแตกแยกในเยเมน จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกลุ่มอาหรับด้วย รัฐบาลเยเมนยังไม่ยอมรับคำประกาศของกลุ่ม STC แต่เสนอให้มีการประชุมเจรจากันก่อน โดยขอให้ซาอุอีอาระเบียเข้าไปมีบทบาทในฐานะประเทศตัวกลางการประชุม อย่างไรก็ตาม กลุ่ม STC ปฏิเสธเข้าร่วมการประชุม โดยปฏิบัติการทางทหารยึดพื้นที่ทางตอนใต้ และพร้อมจะยึดจังหวัด Hadramaut และจังหวัด Al-Mahra ซึ่งมีพรมแดนติดกับซาอุดีอาระเบีย มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศเยเมน และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ คืนจากรัฐบาลเยเมนด้วย ซึ่งการต่อสู้ในจังหวัด Hadramaut ทางตะวันออกของเยเมน มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งกลุ่ม STC…

กัมพูชาฉลองเนื่องในวันครบรอบชัยชนะเหนือกลุ่มเขมรแดง

รัฐบาลและประชาชนชาวกัมพูชาใน 7 มกราคม 2569 ฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปี วันที่ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มเขมรแดง นำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา พร้อมยกย่องบทบาทของกลุ่มแนวร่วมสามัคคีสงเคราะห์ชาติกัมพูชา หรือ Kampuchean United Front for National Salvation (KUFNS) องค์กรที่ก่อตั้งโดยชาวกัมพูชาเพื่อปลดปล่อยชาวกัมพูชาจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมกันนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กล่าวถึงบทบาทการสนับสนุนจากเวียดนาม ที่ช่วยเหลือ KUFNS ในการโค่นล้มอำนาจของกลุ่มเขมรแดงด้วย สมเด็จฯฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของกัมพูชา ใช้โอกาสการเฉลิมฉลองครั้งนี้กล่าวถึงความยากลำบากของประชาชนและประเทศชาติในช่วงที่พล พต อดีตผู้นำกัมพูชาปกครองประเทศด้วยการกดขี่ข่มเหง และกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมืองด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากนั้นก็ยกย่องบทบาทของขบวนการ KUFNS ที่เสียสละเพื่อประชาชนชาวกัมพูชา โดยมีเวียดนาม เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเป็นอย่างดี ดังนั้น ชาวกัมพูชาจะไม่ลืมประวัติศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนี้ สมเด็จฯฮุนเซนยังระบุด้วยว่า  7 มกราคม 2522 เป็นหมุดหมายสำคัญให้กัมพูชาเริ่มฟื้นตัวจากภาวะสงคราม มีอิสรภาพ เสรีภาพ และประชาธิปไตย รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) สมเด็จฯฮุนเซนยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของพรรค CPP ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ว่าทำให้กัมพูชาประสบความสำเร็จหลายประการ โดยเฉพาะมีความคืบหน้าในการดำเนินยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม (Pentagonal…

ซาอุดีอาระเบียโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน ก่อนการเจรจายุติความขัดแย้ง

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเยเมนไม่แน่นอนและตึงเครียด หลังจากมีรายงานเมื่อ 7 มกราคม 2569 ว่า กองทัพซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลเยเมน ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน เพื่อหวังทำลายขีดความสามารถในการสู้รบของกลุ่มติดอาวุธ Southern Transitional Council (STC) ซึ่งเคลื่อนไหวและมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างบรรยากาศความมั่นคงในเยเมน รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลเยเมนที่จะประชุมหารือกับผู้นำกลุ่ม STC เพื่อหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าปัจจุบัน นาย Aidarous al-Zubaidi ผู้นำของกลุ่ม STC เดินทางไปต่างประเทศแล้ว ด้านผู้นำรัฐบาลเยเมนก็ประกาศให้นาย Aidarous al-Zubaidi มีสถานะเป็นกบฏ เป็นสัญญาณว่าการประชุมเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายอาจไม่เกิดขึ้น แต่การที่นาย Aidarous al-Zubaidi ออกนอกประเทศ อาจเป็นโอกาสให้รัฐบาลเยเมน ร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ยกระดับการปราบปรามอิทธิพลของกลุ่ม STC ควบคู่กับเร่งสร้างความมั่นคงในประเทศ ความไม่แน่นอนในเยเมน ประกอบกับซาอุดีอาระเบียมีแนวโน้มจะขยายปฏิบัติการทางทหารเพื่อปราบปรามกองกำลังของกลุ่ม STC อาจะทำให้บรรยากาศความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทวีความตึงเครียด เพราะในขณะที่ซาอุดีอาระเบียสนับสนุนรัฐบาลเยเมน แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ให้การสนับสุนกลุ่ม STC มาโดยตลอด…

จีนจะคว่ำบาตรการส่งออกไปญี่ปุ่น ตอบโต้กรณีแทรกแซงไต้หวัน

กระทรวงพาณิชย์จีนเมื่อ 6 มกราคม 2569 ประกาศจะใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าประเภท dual-use หรือสินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร ไปญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงแข็งกร้าวต่อประเด็นไต้หวัน นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าดังกล่าวจะทำให้จีนเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของชาติได้ เพราะต่อจากนี้ จีนจะไม่ส่งสินค้าที่ญี่ปุ่นอาจนำไปใช้ในการพัฒนาและเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านการทหารของกองทัพ ทั้งนี้ จีนยังไม่เปิดเผยรายการสินค้าประเภท dual-use ที่จะห้ามส่งออกไปญี่ปุ่น แต่มาตรการดังกล่าวจะรวมทั้งสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่เป็นกลุ่ม dual-use เช่น แร่แรร์เอิร์ธ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องบินและอากาศยาน เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นคัดค้านมาตรการดังกล่าวและมีถ้อยแถลงให้จีนยกเลิกมาตรการนี้ โดยวิจารณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรการส่งออกของจีนไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติระหว่างประเทศ ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจากจีนประมาณร้อยละ 63 จากการนำเข้าทั้งหมด และเห็นว่าการที่จีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง   ไปยังญี่ปุ่นครั้งนี้ มุ่งเป้าเฉพาะญี่ปุ่น แตกต่างอย่างมากจากแนวปฏิบัติสากล นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 3 เดือน เช่นเดียวกับเมื่อปี 2553 จะสร้างความเสียหายให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นประมาณ 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงเมื่อ พฤศจิกายน 2568 ว่าหากจีนโจมตีไต้หวัน จะเท่ากับเป็นสถานการณ์ที่คุกคามญี่ปุ่นด้วย ดังนั้น ญี่ปุ่นอาจใช้มาตรการด้านการทหารเพื่อตอบสนองต่อสถานการณดังกล่าว ท่าทีครั้งนั้นทำให้จีนไม่พอใจที่ญี่ปุ่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน จากนั้นเป็นต้นมา…

แนวคิดจักวรรดินิยมของผู้นำสหรัฐฯ คุกคามโคลอมเบีย อิหร่าน และกรีนแลนด์

เหตุการณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งทหารบุกไปจับตัวผู้นำเวเนซุเอลาถึงในเมืองหลวงของประเทศ เมื่อ 3 มกราคม 2569 ทำให้ผู้นำประเทศอื่น ๆ ที่มีนโยบายขัดแย้งกับสหรัฐฯ รู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้ที่มีที่ตั้งใกล้กับสหรัฐฯ จึงมีปัจจัยเสี่ยงว่าจะเผชิญชะตากรรมเหมือนผู้นำเวเนซุเอลา นอกจากนี้ ไม่ได้มีเพียงผู้นำในละตินอเมริกาเท่านั้นที่วิตกเกี่ยวกับปฏิบัติการบุกไปลักพาตัวผู้นำต่างประเทศของสหรัฐฯ เพราะผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวพาดพิงถึงสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนในประเทศอื่น ๆ รวมทั้งความคาดหวังที่จะเข้าไป “ครอบครอง” ทรัพยากรในดินแดนอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันนักวิเคราะห์ให้ความสนใจกับแนวคิดในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของผู้นำสหรัฐฯ ที่อาจกลับไปใช้รูปแบบการขยายอิทธิพลแบบจักวรรดินิยม หรือ imperialism ในภูมิภาคอเมริกาใต้มากขึ้น รวมทั้งใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา เพื่อข่มขู่ผู้นำประเทศอื่น ๆ ว่าสหรัฐฯ ยังมีเครื่องมือด้านการข่าวกรองและการทหารที่พร้อมเปลี่ยนแปลงการเมืองในต่างประเทศได้ แม้นานาชาติจะกังวลกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ และบางส่วนประณามเหตุการณ์นี้ แต่ยังไม่มีประเทศใด หรือองค์กรระหว่างประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ สะท้อนว่ายังไม่มีแรงกดดันจากนานาชาติที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ ได้เลย แม้กระทั่งรัสเซียที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของผู้นำเวเนซุเอลาที่ถูกควบคุมตัวไป ก็มีเพียงการประณามปฏิบัติการของสหรัฐฯ แต่ไม่มีมาตรการตอบโต้ที่เป็นรูปธรรม ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่ารัสเซียอาจได้ประโยชน์ เพราะประเด็นนี้ทำให้ทั่วโลกหันเหความสนใจไปจากสงครามในยูเครน และอาจเป็นเหตุผลให้รัสเซียลองทำปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันเช่นสหรัฐฯ กับผู้นำยูเครนก็ได้ ขณะที่จีน แม้มีท่าทีแข็งกร้าว แต่ก็เพียงประกาศปกป้องคุมครองผลประโยชน์ของตนที่เข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา ผู้นำประเทศที่ออกมาป้องปรามสหรัฐฯ ไม่ให้ปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันกับเวเนซุเอลา จะเป็นประเทศที่รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐฯ  เช่น โคลอมเบีย  ประธานาธิบดีทรัมป์วิจารณ์ผู้นำโคลัมเบียอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้นำที่ “ป่วย”…

จีนกับเกาหลีใต้จะขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม

สื่อมวลชนจีนรายงานเมื่อ 5 มกราคม 2569 เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายความร่วมมือระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ หลังจากที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศพบหารือกันเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์เมื่อต้นปี 2569 โดยสื่อรายงานว่า จีนกับเกาหลีใต้จัดการประชุมในกรอบ China-South Korea Business Forum ที่กรุงปักกิ่ง มีผู้แทนระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วม และเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทชั้นนำของจีนและเกาหลีใต้จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในธุรกิจด้านเทคโนโลยี และวัฒนธรรมระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในลักษณะ win-win cooperation ระหว่างนักธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้แทนจากรัฐบาลและบริษัทของจีนและเกาหลีใต้เข้าร่วมประมาณ 400 คน รวมทั้งผู้แทนจากบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้แก่ Samsung Electronics, Hyundai Motor Group และ LG Group การประชุม Business Forum จัดโดยสภาส่งเสริมการค้าของจีน (CCPIT) และหอการค้าและอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (KCCI) เป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรก โดยเน้นประเด็นนวัตกรรมด้านการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงปลอดภัย เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งจีนและเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมและการส่งออกเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ชีวการแพทย์…

ความคืบหน้ากรณีสหรัฐฯ – เวเนซุเอลา

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการบุกเข้าไปควบคุมตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภริยาเมื่อ 3 มกราคม 2568 เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีค้ายาเสพติดในศาลนครนิวยอร์ก ปัจจุบันยังคงมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ทั้งความเคลื่อนไหวในเวเนซุเอลาที่ต้องเร่งรักษาบรรยากาศด้านความมั่นคง และขั้นตอนต่อไปของสหรัฐฯ ที่ผู้นำสหรัฐฯ จะหารือกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ในประเทศ เพื่อให้พร้อมเข้าไป “บริหารจัดการ” น้ำมันในเวเนซุเอลา   ซึ่งผู้บริหารของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Exxon Mobil, ConocoPhillips และ Chevronจะเข้าร่วมการหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์  ปัจจุบัน บริษัท Chevron เป็นบริษัทเดียวที่เข้าไปลงทุนในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ พร้อมและต้องการเข้าไปบริหารทรัพยากรธรรมชาติในเวเนซุเอลา แม้ว่าจะเริ่มปรากฏกระแสวิจารณ์ว่า การส่งบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปในเวเนซุเอลาอาจไม่ได้ทำกำไรได้รวดเร็ว หรือคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเข้าไปลงทุน เพราะโครงสร้างพื้นฐานของเวเนซุเอลาอาจไม่เอื้อให้ลงทุน นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของเวเนซุเอลายังไม่แน่นอน และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรกน้ำมันเวเนซุเอลา ชาวอเมริกันจำนวน 1 ใน 3 ไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการบุกไปจับตัวผู้นำเวเนซุเอลา จากผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อ 5 มกราคม 2568 และไม่เห็นด้วยกับการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปกครองเวเนซุเอลาแทน แต่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันร้อยละ 65…

ทำไม ? สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา

เพราะอะไรสหรัฐฯ จึงปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา เหตุผล คือ ปราบปรามยาเสพติดที่มีผู้นำเวเนซุเอลาเกี่ยวข้อง หรือเพื่อจะครอบครองทรัพยากรน้ำมัน หรือ….. เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลจีนในภูมิภาคละตินอเมริกา บทความนี้ น่าจะพอให้คำตอบได้บ้าง….. แผนการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อการบุกไปควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคม 2569 ไม่ได้เริ่มกระทันหัน แต่เตรียมการมานานหลายเดือน โดยสหรัฐฯ เริ่มด้วยการโจมตีเรือของเวเนซุเอลาในทะเลแคริเบียนและแปซิฟิกตะวันออกอย่างต่อเนื่อง กองทัพสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนเรือและเครื่องบินรบในภูมิภาค ที่พร้อมจะโจมตีละตินอเมริกาได้ตลอดเวลา เหตุผลที่สหรัฐฯ บอกกับประชาคมโลกในตอนนั้น คือ เพื่อสกัดกั้นและทำลายขบวนการค้ายาเสพติดและลักลอบค้าอาวุธ ที่ใช้การเดินทางด้วยเรือ หลบหนีการตรวจสอบและการจับกุม แต่สิ่งที่แตกต่างจากในอดีต คือ สหรัฐฯ เลือกใช้การโจมตีทำลายเรือขบวนการค้ายาเสพติด ไม่รอการควบคุมหรือยึดเรือเพื่อนำไปดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายอีกต่อไป  รวมทั้งไม่หยุดการยิงโจมตีดังกล่าว แม้เวเนซุเอลาประกาศว่าพร้อมรับมือ เนื่องจากเป็นการละเมิดอธิปไตย และกฎหมายระหว่างประเทศ “ผู้นำสหรัฐฯ” คนปัจจุบัน คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการบุกโจมตีเวเนซุเอลาเกิดขึ้นได้จริง เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำโลกในแบบที่ไม่ทำตามหลักการหรือวิธีการเดิม ๆ  ประกอบกับบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีทรัมป์ก็ค่อนข้างเป็นกลุ่มนักการเมืองสายเหยี่ยว (Hawkish) หรือนิยมใช้เครื่องมือทางการทหารเพื่อบริหารความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์คงคิดอย่างดีแล้วว่าคุ้มค่าจะถูกวิจารณ์ว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กับการที่ได้แสดงให้โลกเห็นว่า สหรัฐฯ ยังมีพลังอำนาจมากพอที่จะทำอะไรก็ได้ในต่างประเทศ และได้โอกาสครอบครองแหล่งพลังงานของโลก ที่มีข้อมูลว่าเวเนซุเอลามีน้ำมันสำรองติดอันดับ…

สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา และจับตัวประธานาธิบดี

  สหรัฐฯ จับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภริยา และพาไปยังสหรัฐฯ แล้ว หลังจากเมื่อ  3 มกราคม 2569  สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเป้าหมายพลเรือนและทหารในกรุงการากัส ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเมืองอื่น ๆ  โดยมีระเบิดหลายครั้งในกรุงการากัส  รัฐบาลเวเนซุเอลาประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ  และได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ รวมทั้งระดมกำลัง เพื่อต่อต้านการรุกรานของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ลงใน Truth Social เมื่อ 3 มกราคม 2569 ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการโจมตีต่อเวเนซุเอลา ซึ่งได้มีการคุมตัวประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา พร้อมกับโพสต์รูปประธานาธิบดีมาดูโร ขึ้นจากบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Iwo Jima ซึ่งต่อมาสื่อรายงานภาพประธานาธิบดีมาดูโรกำลังอยู่ที่สำนักงานยาเสพติดของสหรัฐฯ และจะถูกนำไปขึ้นศาลของสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาคดีอย่างเร็วที่สุด ใน 5 มกราคม 2569 ในการแถลงข่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ Mar-a-Lago resort รัฐฟลอริดา พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม…