เกาหลีเหนือไม่พอใจการฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ – เกาหลีใต้

  ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือประกาศเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ว่า เกาหลีเหนือจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจากเกาหลีใต้ที่ยังคงซ้อมรบร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2568 รวมทั้งเกาหลีเหนือจะไม่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ แม้เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายไว้ เกาหลีเหนือประณามและคัดค้านการฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เป็นประจำทุกปี เพราะมีมุมมองว่าเป็นการข่มขู่และคุกคามความมั่นคงของเกาหลีเหนือ เฉพาะอย่างยิ่งการฝึกร่วมรหัส Ulchi Freedom Shield ซึ่งเป็นการฝึกขนาดใหญ่ที่มีทหารเข้าร่วมมากกว่า 21,000 นาย สำหรับการฝึกร่วมครั้งนี้ เป็นการฝึกระยะที่ 2 จากการฝึกเมื่อ มีนาคม 2568 โดยระยะที่ 2 จะใช้เวลา 11 วัน เน้นการป้องกันภัยคุกคาม คาดว่า เกาหลีเหนือจะเฝ้าระวังการฝึกร่วมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อาจทดสอบขีปนาวุธเพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากเกาหลีใต้ และอาจเดินหน้าเพิ่มความร่วมมือด้านการทหารและการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ ท่าทีของเกาหลีเหนือจะทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เผชิญความท้าทายในการดำเนินนโยบายปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีอี แจ มย็อง พยายามผลักดันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เพราะผู้นำเกาหลีใต้มีมุมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 เกาหลีมีความสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนมากที่สุด พร้อมทั้งเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ…

สหรัฐฯ ยืนยันไม่ส่งทหารไปยูเครนแต่จะผลักดันข้อตกลงสันติภาพ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2568 ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 20 สิงหาคม หลังจากการหารือกับผู้นำยูเครนและยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ฟินแลนด์ เลขาธิการเนโต และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าสนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน และพร้อมจะค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยให้ยูเครน ท่าทีดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายประเมินว่าสหรัฐฯ อาจส่งทหารไปช่วยเหลือยูเครน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธ รวมทั้งระบุว่าจะไม่ส่งทหารอเมริกันไปสนับสนุนการสู้รบของยูเครน เพื่อต่อต้านรัสเซีย หรือภารกิจส่งเสริมสันติภาพ เพราะเชื่อว่ารัสเซียและยูเครนจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ พร้อมกันนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่ายูเครนอาจต้องพิจารณาข้อเสนอหรือเงื่อนไขของรัสเซียบางส่วนเพื่อยุติสงคราม เช่น อธิปไตยเหนือไครเมีย และการไม่ได้เป็นสมาชิกเนโต แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งทหารอเมริกันไปเข้าร่วมทำสงครามในยูเครน แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าสหรัฐฯ และยุโรปสามารถมีบทบาทในการค้ำประกันความมั่นคงในยูเครนได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำข้อตกลงหรือสนธิสัญญาเพื่อรักษาสถานภาพด้านความมั่นคงระหว่างกัน การให้ประเทศยุโรปเป็นแนวหน้าในการส่งเสริมความสามารถด้านการทหารของยูเครนในระยะยาว การซื้อ-ขายอาวุธที่มีอานุภาพสูงให้ยูเครน เฉพาะอย่างยิ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการสนับสนุนยูเครนด้านการข่าวกรอง ปัจจุบัน ผู้นำสหรัฐฯ เร่งเพิ่มบทบาทในการเป็นผู้เจรจาระหว่างรัสเซีย-ยูเครนให้ยุติสงครามระหว่างกัน โดยเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างโน้มน้าวให้เกิดการพบปะระหว่างประธานาธิบดีรัสเซียและยูเครน โดยที่มีประธานาธิบดีทรัมป์เข้าร่วมด้วย เพื่อสร้างผลงาน ด้วยการมอบหมายให้รองประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และทูตพิเศษของสหรัฐฯ หารือกับรัสเซียและยูเครน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้นำรัสเซียและยูเครนยังไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว…

อินโดนีเซียปรับโครงสร้างกองทัพครั้งใหญ่ภายใต้ประธานาธิบดีปราโบโว

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตของอินโดนีเซียเป็นประธานพิธีขยายโครงสร้างกองทัพอินโดนีเซีย (TNI) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อ 10 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์ฝึกและศึกษาของหน่วยรบพิเศษกองทัพบก (Kopassus) ในเมืองบาตูจาฮาร์ จังหวัดชวาตะวันตก โดยประกาศจัดตั้งกองบัญชาการและหน่วยทหารใหม่ 162 แห่ง ครอบคลุมกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพในการป้องกันประเทศ ท่ามกลางสภาวะที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามและความขัดแย้งที่เกิดเพิ่มมากขึ้น โครงการใหม่ของกองทัพอินโดนีเซีย ประกอบด้วย 1) กองบัญชาการทหารภูมิภาค หรือ Kodam เพิ่มขึ้น 6 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ตั้งแต่หมู่เกาะสุมาตรา ไปจนถึงสุลาเวสี กาลิมันตัน และปาปัวใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันชายแดนและดูแลพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความขัดแย้ง 2) ฐานทัพเรือหลัก (Lantamal) 14 แห่ง 3) กองบัญชาการภูมิภาคกองทัพอากาศ (Kodau) 3 แห่ง รวมถึง หน่วยรบพิเศษและหน่วยภาคพื้นดินอีกมากมาย อาทิ กองรบพิเศษ Kopassus ใหม่ 6 กลุ่ม  กองพลนาวิกโยธิน…

ชาวอเมริกันประท้วงผู้นำสหรัฐฯ กรณีเสนอการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

  ชาวอเมริกันในหลายรัฐ รวมตัวกันชุมนุมประท้วงคัดค้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 14-17 สิงหาคม 2568 กรณีเสนอให้มีการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ หรือ redistricting ในรัฐเทกซัส เพื่อปรับสัดส่วนวุฒิสมาชิกให้สอดคล้องกับจำนวนประชากร อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันมีมุมมองว่าข้อเสนอของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้งกลางสมัยปี 2569 ด้วยการแทรกแซงระบบการเลือกตั้ง เริ่มจากรัฐเทกซัส รัฐมิสซูรี รัฐโอไฮโอ และรัฐฟลอริดา ซึ่งปัจจุบันสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนสนับสนุนแนวคิดของผู้นำสหรัฐฯ ด้วย กลุ่มองค์การที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง เพราะมีมุมมองว่าเป็นนโยบายที่สุดโต่งและเป็นเกมการเมือง ได้รณรงค์ให้ชาวอเมริกันออกมาแสดงออกด้วยการชุมนุม เพื่อคัดค้านผู้นำสหรัฐฯ โดยการประท้วงทั้งหมดเกิดขึ้น 200 แห่งใน 34 รัฐทั่วประเทศ เป็นการแสดงออกอย่างสันติและปราศจากความรุนแรง สำหรับการประท้วงที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากที่สุด คือ ที่เมือง Austin เมืองหลวงของรัฐเทกซัส สำหรับกลุ่มที่มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนการประท้วงครั้งนี้ คือ กลุ่ม Texas for All Coalition ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการพรรคเดโมแครต และกลุ่ม NGOs ทั่วประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ รวมทั้งนโยบายอื่น ๆ  ของประธานาธิบดีทรัมป์ กลุ่มดังกล่าวรณรงค์ผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ภายใต้เนื้อหา “Stop the…

พบการก่อเหตุอาชญากรรมทางเพศในแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ 

แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ Roblox ซึ่งเป็นเกมออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มเยาวชน เช่น มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 13 ปี เข้าเล่นเกมมากถึงร้อยละ 40 ประเด็นคือ เกมดังกล่าวกำลังถูกใช้เป็นช่องทางในการล่อลวงเด็ก และก่อเหตุอาชญากรรมทางเพศ โดยเป็นลักษณะการล่อลวงคุกคามทางออนไลน์จากผู้ใหญ่ที่แฝงเข้ามาอยู่ในเกม เพื่อล่อหลอกให้เยาวชนส่งภาพหรือวิดีโอที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการล่อลวงพบเจอบนโลกจริง เพื่อกระทำอนาจาร หรือลักพาตัวเรียกค่าไถ ซึ่งกำลังเกิดเหตุอย่างมากในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย ขณะที่ในไทย แม้จะเกิดเหตุไม่มาก แต่อาจกลายเป็นแหล่งหลอกลวงและแสวงผลประโยชน์จากเด็กเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เศรษฐกิจชายแดนยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

บรรยายกาศเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนฝั่งกัมพูชาในพื้นที่ จ.สุรินทร์ สระแก้ว และอุบลราชธานี ยังคงซบเซาหนัก ร้านค้าส่วนใหญ่ยังคงปิดกิจการและไม่มีผู้มาจับจ่ายใช้สอย นักท่องเที่ยวต่างยกเลิกการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และมีการยกเลิกงานอีเวนต์ต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างขาดรายได้อย่างหนัก และผู้ประกอบการบางรายเริ่มแบกรับปัญหาขาดรายได้ไม่ไหวจนทยอยปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ยังคงปรากฏ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ถึงแม้จะมีการผ่อนผันให้ชาวกัมพูชาที่มีวีซ่าทำงานสามารถอยู่ในไทยต่อได้อีก 6 เดือน แต่ชาวกัมพูชายังคงเลือกเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง และแม้ผู้ประกอบการจะหาแรงงานไทยหรือชาติอื่นมาทดแทน แต่ต้องเผชิญปัญหาแรงงานทดแทนไม่มีทักษะความสามารถที่เทียบเท่าแรงงานชาวกัมพูชา ซึ่งทำให้ธุรกิจบางอย่างต้องหยุดชะงักลง เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของไทยเป็นบทเรียนให้ต่างประเทศ

นสพ.Times Now ของอินเดีย รายงานระบุว่า เรือดำน้ำชั้น Hangor ของปากีสถาน กำลังเผชิญปัญหาเรื่องเครื่องยนต์คล้ายกันกับไทย โดยแผนเดิมสำหรับทั้งเรือดำน้ำของปากีสถาน และเรือดำน้ำ S26T ของไทยใช้เครื่องยนต์ดีเซล MTU 396 ของเยอรมนี แต่เยอรมนีปฏิเสธการอนุมัติส่งออกเครื่องยนต์ดังกล่าวสำหรับเรือดำน้ำที่สร้างโดยจีน โดยอ้างถึงพันธกรณีด้านการควบคุมอาวุธ ขณะที่เครื่องยนต์ที่ถูกนำมาทดแทนคือ CHD-620 ที่จีนพัฒนาขึ้นเองซึ่งยังไม่มีประวัติการใช้งานในต่างประเทศ ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นว่า ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ส่งผลโดยตรงต่อความทนทาน ความเร็ว และสำคัญที่สุดคือ เอกลักษณ์ทางเสียงของเรือ  หากเครื่องยนต์มีเสียงผิดไปจากที่ออกแบบอาจทำให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้ง่ายขึ้น และทำลายความได้เปรียบด้านการซ่อนตัว ซึ่งกรณีไทยที่ตกลงยอมรับการใช้เครื่องยนต์ CHD-620 ทำให้การส่งมอบล่าช้าเกินจากกำหนดเดิมมาก และไทยต้องยอมรับความเสี่ยงในการใช้เครื่องยนต์ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพ

ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาทำให้กองทัพมีอำนาจมากขึ้น

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ DW ของเยอรมนี เผยแพร่บทความระบุว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้กองทัพมีอำนาจมากขึ้น ในขณะที่รัฐบาลพลเรือนอ่อนแอลง โดยไทยเกิดการรัฐประหารมาแล้วอย่างน้อย 12 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2474 และกองทัพได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทางการเมืองมายาวนาน แม้การรัฐประหารครั้งใหม่อาจไม่ได้ใกล้เข้ามาในขณะนี้ แต่กองทัพกำลังขยายอิทธิพลมากขึ้นหลังจากการปะทะกันตามแนวชายแดนครั้งล่าสุด ซึ่งทำให้กองทัพมีอิสระอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติการ ขณะที่การควบคุมจากพลเรือนมีน้อย โดยหลังจากการรั่วไหลของคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม./รมว.วธ. กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทำให้รัฐบาลอ่อนแอลง ขณะที่อนาคตของรัฐบาลขึ้นอยู่กับคำตัดสินของศาลทั้งคดีของ น.ส.แพทองธาร และนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นรม. ซึ่งการล่มสลายทางการเมืองของตระกูลชินวัตรและพรรค พท. จะทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมและกองทัพแข็งแกร่งขึ้น

ผลการหารือผู้นำสหรัฐฯ – รัสเซียไม่บรรลุข้อตกลงสันติภาพในยูเครน

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยผลการพบหารือเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เมื่อ 15 สิงหาคม 2568 ที่เมือง Anchorage รัฐอะแลสกาว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่บรรลุข้อตกลงสันติภาพในยูเครน อย่างไรก็ดี การพบกันครั้งนี้เป็นโอกาสให้มีความคืบหน้าในการหารือกัน โดยประธานาธิบดีปูตินระบุว่ามีความสนใจที่จะยุติความขัดแย้ง แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด นอกจากนี้ ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้มีถ้อยแถลงพร้อมกัน แต่ไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ท่าทีดังกล่าวทำให้สื่อมวลชนสหรัฐฯ ประเมินว่าผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซียยังมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างมากเรื่องแนวทางสร้างสันติภาพในยูเครน และคาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงผิดหวังจากการที่ประธานาธิบดีปูตินปฏิเสธการทำข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เสนอ ผู้นำสหรัฐฯ ใช้การพบกับผู้นำรัสเซียสร้างผลงานทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นไปด้วยดี บรรยากาศการต้อนรับและการหารือเป็นไปอย่างอบอุ่น ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้จะยังบรรลุข้อตกลงระหว่างกันไม่ได้ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังเชื่อว่าผู้นำรัสเซียสนใจข้อตกลงยุติสงครามมาโดยตลอด ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์วิจารณ์รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนหน้านี้ว่าล้มเหลวในการยับยั้งสงคราม พร้อมกับส่งสัญญาณว่ารัสเซียอาจกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อทำข้อตกลง และแนะนำให้ยูเครนเตรียมพร้อมทำข้อตกลงด้วย ด้านโฆษกรัฐบาลรัสเซียให้ความเห็นว่าการหารือของผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายจะเป็นผลดีต่อการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ประเทศต่อไป มีรายงานว่าประธานาธิบดีปูตินเชิญประธานาธิบดีทรัมป์ไปพบหารือกันที่กรุงมอสโก รัสเซีย ในครั้งต่อไป นานาชาติมีมุมมองที่หลากหลายต่อผลการเจรจาครั้งนี้ โดยอดีตเลขาธิการเนโตประเมินว่าผู้นำสหรัฐฯ…

ชาวอินโดนีเซียเตรียมฉลองโอกาสครบรอบ 80 ปีวันประกาศอิสรภาพ

  ประชาชนอินโดนีเซียเตรียมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีวันประกาศอิสรภาพจากเนเธอร์แลนด์ ใน 17 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะเป็นวันหยุดประจำชาติ รัฐบาลอินโดนีเซียจะจัดให้มีเทศกาลดนตรี จุดพลุฉลองและวัฒนธรรมที่ Merdeka Palace ในกรุงจาการ์ตา นอกจากนี้ จะมีการประดับธงชาติตามบ้านประชาชนและอาคารสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งมีนิทรรศการผลงานของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซุเบียนโต จัดแสดงด้วย เพื่อให้ชาวอินโดนีเซียและนานาชาติเห็นผลงานของรัฐบาลที่บริหารประเทศมาได้ครบ 300 วัน แต่ในห้วงการฉลองครั้งนี้ ประชาชนชาวอินโดนีเซียบางส่วนที่ไม่พอใจผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้แสดงออกทางการเมือง โดยประดับธงสัญลักษณ์โจรสลัดไว้ตามบ้านเรือนและรถยนต์ ซึ่งเป็นธงจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง “วันพีซ” หรือธงสีดำที่มีภาพหัวกะโหลกไขว้ หรือ Jolly Roger และสวมหมวกฟาง เพื่อเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านรัฐบาล โดยชาวอินโดนีเซียเลือกใช้ธงจาการ์ตูนดังกล่าวเพราะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดที่ต่อสู้กับระบอบเผด็จการและอำนาจนิยม และเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมในอินโดนีเซียอย่างมาก ก่อนหน้านี้ ชาวอินโดนีเซียโพสต์รูปภาพธงโจรสลัดดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงต้นปี 2568 ที่มีกลุ่มนักศึกษาประท้วงรัฐบาลที่ตัดงบประมาณ และคัดค้านกองทัพอินโดนีเซียที่มีอิทธิพลทางการเมือง โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเรียกว่า “Dark Indonesia” จากนั้น ชาวอินโดนีเซียจำนวนมากก็ใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนความรู้สึกคัดค้านและต่อต้านนโยบายของรัฐบาลในมิติอื่น ๆ ด้วย เช่น ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน และปัญหาว่างงาน ปัจจุบัน ธงสัญลักษณ์โจรสลัดจากการ์ตูนเรื่องวันพีซ ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักศึกษา…