สังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์การลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม

นสพ.Independent ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีกระแสความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์การลงโทษนักเรียนโดยการตัดผมของโรงเรียนนารีวุฒิ จ.ราชบุรี ซึ่งหลายคนมองเป็นวิธีการลงโทษที่ล้าสมัย ในขณะที่ศาลปกครองสูงสุดให้ยกเลิกกฎระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามในการผลักดันสิทธิของนักเรียน แต่การบังคับตัดผมยังคงเป็นการลงโทษทางวินัยของโรงเรียนไทยหลายแห่ง ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนมาแล้วหลายครั้ง โดยยกกรณีการตัดผมนักเรียนกว่า 10 คนของโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2565 ซึ่งมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางออนไลน์ จนเกิดการประณามว่าเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก รวมถึงกรณีครูโรงเรียน จ.เพชรบูรณ์ลงโทษด้วยการตัดผมนักเรียนกว่า 100 คน เมื่อปี 2566

กลุ่มค้ายาในเกาหลีใต้แอบอ้างส่งออกยาเอโทมิเดตไปไทย

นสพ.Korea JoongAng Daily ของเกาหลีใต้ รายงานกรณีสำนักงานอัยการเขตกลางกรุงโซลสั่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายยาเอโทมิเดตปริมาณ 35,000 มิลลิลิตร มูลค่า 100 ล้านวอน (ประมาณ 2.3 ล้านบาท) โดยรายงานเท็จว่ายาดังกล่าวเป็นสินค้าส่งออกไปยังไทย แต่กลับนำไปกระจายในตลาดมืดในเกาหลีใต้แทน  จนท.ตั้งข้อสังเกตว่าพัสดุส่งออกไปยังไทยมีน้ำหนักเบาผิดปกติ เมื่อติดต่อผู้รับจึงทราบว่าไม่มีการสั่งซื้อยาดังกล่าว และสืบสวนจนพบว่ายาถูกส่งไปที่คลินิกผิวหนังปลอมที่ตั้งอยู่ในเขตกังนัม ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการฉีดยาเอโทมิเดตให้กับผู้ที่ติดยา ปัจจุบันยาเอโทมิเดตถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้น  เกาหลีใต้อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายให้ยาเอโทมิเดตเป็นยาเสพติด

ไทยกำลังถอยกลับจากนโยบายกัญชาเสรี 

นิตยสาร The Week ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับนโยบายกัญชาของไทยที่ประกาศเมื่อ มิ.ย. 68 กรณีเตรียมนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งจะเป็นการพลิกกลับครั้งใหญ่จากนโยบายกัญชาเสรี จากเมื่อปี 2565 ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติด ซึ่งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างอุตสาหกรรมกัญชาที่มีมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็มีเสียงเรียกร้องให้ควบคุมกัญชา รวมถึงแรงกดดันจากสหราชอาณาจักรที่พบการลักลอบนำเข้ากัญชาจากไทยจำนวนมาก มีคนหนุ่มสาวถูกล่อลวงโดยแก๊งค้ายาเสพติดให้ขนกระเป๋าเดินทางที่บรรจุกัญชากลับประเทศ  การจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลทำให้อุตสาหกรรมกัญชาเกิดความสับสน ผู้ประกอบการกังวลว่าจะถูกผลักออกจากตลาดอย่างไม่เป็นธรรม อาจต้องปิดตัว หรือไปอยู่ใต้ดิน  การเปลี่ยนแปลงนโยบายกัญชายังถูกทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพรรคภูมิใจไทยที่เป็นผู้ผลักดันให้กัญชาถูกกฎหมาย ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

สหรัฐฯ สกัดกั้นการเติบโตทางเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน

  การสกัดกั้นการเติบโตทางเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ยังเป็นนโยบายเศรษฐกิจหลักของสหรัฐฯ  และแผนการของสหรัฐฯ ในการจำกัดการครอบครองชิป AI หรือชิปปัญญาประดิษฐ์ของจีนแนวทางหนึ่งก็คือ ไม่ให้มีการลักลอบนำชิปผ่านประเทศต่าง ๆ ไปยังจีน  รายงานข่าวสารจากสำนักข่าว Bloomberg เมื่อ 4 กรกฎาคม 2568 ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กำลังร่างระเบียบจำกัดการส่งออกชิป AI ไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมประเทศไทยและมาเลเซียด้วย เพื่อไม่ให้ชิป AI ผ่านประเทศเหล่านี้ไปยังจีน มาเลเซียเคลื่อนไหวเรื่องนี้แล้ว เพื่อไม่ให้กระทบการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซิคอนดักเตอร์ตามแผน New Industrial Master Plan 2030 โดยกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม (Ministry of International Trade and Industry-Miti) ของมาเลเซียออกประกาศเมื่อ 14 กรกฎาคม 2568 ว่า บุคคลหรือบริษัทใด ที่จะส่งออก  ถ่ายลำ และขนส่งผ่านแดน ชิป…

รัฐบาลลาวและฟิลิปปินส์เฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และฟิลิปปินส์ร่วมจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2568 ในงานนี้นายทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว เป็นผู้แทนรัฐบาลลาว และนางเอลิซาเบท ที เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์/สปป.ลาว เป็นผู้แทนรัฐบาลฟิลิปปินส์เข้าร่วมงาน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศและและแขกผู้มีเกียรติจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมงานด้วย ในโอกาสนี้ ผู้แทนทั้งสองฝ่ายกล่าวชื่นชมมิตรภาพที่มั่นคงและความร่วมมือที่ลึกซึ้งระหว่างสองประเทศนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อ 14 มกราคม 2498 โดยฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่สองในเอเชียและเป็นประเทศที่สี่ของโลกที่ให้การรับรอง สปป.ลาว สำหรับไทย สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2493 โดยรัฐบาลไทยได้ส่งผู้แทนประจำการที่นครหลวงเวียงจันทน์เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2494 เริ่มแรกมีสถานะเป็นสถานกงสุล และได้รับการยกฐานะเป็นสถานอัครราชทูต และสถานเอกอัครราชทูต ในปี 2496 และ พ.ศ. 2498 ตามลำดับ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้รับการเสริมสร้างในเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำทุกระดับ และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในเวทีระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ…

อิสราเอลโจมตีชาวปาเลสไตน์ระหว่างรอรับความช่วยเหลือในฉนวนกาซา

  อิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 21 กรกฎาคม 2568 มีรายงานจากกลุ่มฮะมาสว่ากองทัพอิสราเอล (IDF) โจมตีชาวปาเลสไตน์ระหว่างรอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งขณะการโจมตีมีรถบรรทุก 25 คัน กำลังลำเลียงและแจกจ่ายอาหารและของใช้ไปมอบให้ชาวปาเลสไตน์ การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 67 คน ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่ารถถังของอิสราเอลยิงโจมตีอย่างต่อเนื่องและไร้มนุษยธรรม นานาชาติห่วงกังวลกับการปฏิบัติการโจมตีขบวนรถและศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา ซึ่งอิสราเอลเริ่มต้นโจมตีในรูปแบบดังกล่าวตั้งแต่พฤษภาคม 2568 เพราะอาจสะท้อนความมุ่งหมายของอิสราเอลที่จะโจมตีพลเรือนและทำลายช่องทางการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาวิกฤตด้านอาหารและความอดอยากในพื้นที่สงคราม นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่าอิสราเอลโจมตีแม้กระทั่งองค์กรให้ความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ สนับสนุน ได้แก่ Gaza Humanitarian Foundation หรือ GHF อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยืนยันว่าได้ประกาศเตือนให้ประชาชนและพลเรือนชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่แล้ว ด้านองค์กร UN ย้ำว่าสถานการณ์ด้านความไม่มั่นคงทางอาหารและความอดอยากในฉนวนกาซาค่อนข้างรุนแรงเนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อและการโจมตีระหว่างการมองความช่วยเหลือ จึงเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีในลักษณะดังกล่าว และให้ประเทศต่าง ๆ คงความช่วยเหลือแก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาต่อไป ด้านสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอได้เรียกร้องเมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 ให้ทุกฝ่ายยุติสงคราม ปัจจุบันชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 58,900 คน กองทัพอิสราเอลยืนยันความจำเป็นในการโจมตีฉนวนกาซาเพื่อปราบปรามกลุ่มฮะมาส โดยเปิดเผยเมื่อ 21 กรกฎาคม 2568 ว่า…

พรรครัฐบาลญี่ปุ่นแพ้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

  ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาญี่ปุ่นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญทางการเมือง เนื่องจากผลการเลือกตั้ง พรรครัฐบาลผสมระหว่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และพรรคโคเมโตะ แพ้การเลือกตั้งเป็นครั้งแรก โดยได้รับเลือก 47 ที่นั่งจากทั้งหมด 248 ที่นั่งในสภาวุฒิสมาชิก ต่ำกว่า 50 ที่นั่งซึ่งเป็นจำนวนที่จะเพียงพอต่อการคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อไปอีกอย่างน้อย 6 ปี ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้นายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ หัวหน้าพรรค LDP จะเผชิญความท้าทายทางการเมืองและการกำหนดนนโยบายบริหารประเทศอย่างมาก การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเป็นการเลือกตั้งใหม่ 125 ที่นั่ง ผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์การเมืองญี่ปุ่น เนื่องจากคะแนนนิยมของพรรคโคเมโตะตกต่ำลงอย่างชัดเจนจากการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงโตเกียวก่อนหน้านี้ ขณะที่พรรคซันเซโตะ ซึ่งมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งต่าง ๆ เพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่นประกาศว่ายอมรับการตัดสินใจของประชาชน และจะดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าจากต่างประเทศ  รวมทั้งเตือนว่าญี่ปุ่นอาจกำลังเผชิญการแทรกแซงจากต่างชาติ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองญี่ปุ่นมีมุมมองว่าพรรค LDP จะต้องปรับตัวและแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากชาวญี่ปุ่น เพราะเป็นครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พรรค LDP ได้คะแนนน้อยจนเสียการควบคุมในวุฒิสภา ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองญี่ปุ่นจับตามองพรรคซันเซโตะ นำโดยนาย Sohei…

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับงบประมาณช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาน้อยลงในปี 2569

สถาบันวิชาการ Lowy Institute ของออสเตรเลียเมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 เผยแพร่รายงานคาดการณ์ความร่วมมือด้านการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาของประเทศตะวันตกต่อกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า จะปรับลดลงมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569 เนื่องจากประเทศตะวันตกที่เคยเป็นผู้ช่วยเหลือรายใหญ่ต่างก็ปรับลดงบประมาณดังกล่าวลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อทบทวนรายจ่ายของประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งกรณีสหรัฐฯ ที่ระงับการดำเนินงานของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (USAID) และกรณีสมาชิกเนโตจะต้องผันงบประมาณที่เคยใช้สำหรับโครงการพัฒนาในต่างประเทศ ไปสนับสนุนงบประมาณด้านความมั่นคงของเนโตแทน โดยมีรายงานว่าสหภาพยุโรปและประเทศในยุโรปอย่างน้อย 7 ประเทศ รวมทั้งสหราชอาณาจักรประกาศลดงบประมาณให้ความช่วยเหลือในต่างประเทศแล้วต่อเนื่องไปถึงปี 2572 นอกจากนี้ สถาบันดังกล่าวยังคาดการณ์ว่าประเทศที่มีรายได้ต่ำจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้มากที่สุด เนื่องจากขาดเงินทุนในการดำเนินโครงการช่วยเหลือด้านสังคม สาธารณสุข การศึกษา และส่งเสริมบทบาทของภาคประชาสังคม ปัจจุบันสถาบัน Lowy Institute สำรวจความช่วยเหลือของต่างประเทศต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในห้วงปี 2558-2566 เพื่อศึกษารูปแบบและแนวทางให้ความช่วยเหลือต่อภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อการเมือง ประชากรและเศรษฐกิจโลกให้มีประสิทธิภาพต่อไป โดยรวบรวมข้อมูลจากโครงการช่วยเหลือมากกว่า 130,000 โครงการ พบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศมากที่สุด ส่วนมากเป็นโครงการด้านการคมนาคม พลังงาน และภาคประชาสังคม สถาบัน Lowy Institute เชื่อว่าประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะเข้ามาแสดงบทบาททดแทนประเทศตะวันตก…

พายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลกระทบต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และจีน

  ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งฮ่องกงและพื้นที่ตอนใต้ของจีน จะได้รับผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศจากพายุ WIPHA หรือ “วิภา” ซึ่งมีแนวโน้มยกระดับจากพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่น ปัจจุบันศูนย์กลางพายุพัดอยู่บริเวณทะเลจีนใต้และเวียดนาม ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีรายงานเมื่อ 19 กรกฎาคม 2568 ว่าเรือท่องเทียวในอ่าวฮาลองเบย์ ทางตอเหนือของเวียดนามประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่จากพายุดังกล่าว ทำให้เรือท่องเที่ยวพลิกคว่ำและมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 ราย สูญหายอีกจำนวนมาก ปัจจุบันทางการเวียดนามเร่งให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว รวมทั้งออกคำเตือนภัยสภาพภูมิอากาศแปรปรวนจากพายุดังกล่าวทั่วประเทศ เนื่องจากจะทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตลอดช่วงสัปดาห์หน้า อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศ พายุดังกล่าวจะส่งผลต่อสภาพอากาศของไทย โดยกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 เตือนว่าไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าวที่จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนระหว่าง 20-24 กรกฎาคม 2568 โดยอาจมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก นอกจากนี้ หน่วยงานเฝ้าระวังอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางได้ออกคำเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากพายุดังกล่าว เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน น้ำท่วมขังในเขตชุมชนที่มีน้ำท่วมขังเป็นประจำและระบายไม่ทัน และน้ำป่าไหลหลาก ด้านหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเตรียมความพร้อมตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมความพร้อมและตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องมือให้ความช่วยเหลือให้พร้อมใช้งาน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ประชาชนให้ทราบเกี่ยวกับความเสี่ยงต่าง ๆ ผ่านทุกช่องทาง ในช่วงเวลาเดียวกัน ฟิลิปปินส์แจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบจากภายุดังกล่าว…

ผู้นำยูเครนพร้อมเจรจาสันติภาพกับผู้นำรัสเซีย

  ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนระบุเมื่อ 19 กรกฎาคม 2568 ว่า พร้อมจะเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย โดยมอบหมายให้นาย Rustem Umerov ผู้แทนสภาความมั่นคงของยูเครนเสนอการพบปะกันระหว่างผู้นำทั้ง 2 เพื่อเจรจากันในห้วงสัปดาห์หน้า พร้อมกันนี้ประธานาธิบดี เซเลนสกี ย้ำว่าการเจรจาครั้งนี้ต้องบรรลุผลที่สำคัญ เฉพาะอย่างยิ่งการทำข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนย้ำว่าต้องเป็นการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศเท่านั้น จึงจะนำไปสู่สันติภาพระยะยาวได้ ซึ่งรัสเซียต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจ แต่ปัจจุบันยังไม่มีท่าทีตอบรับจากฝ่ายรัสเซีย ท่าทีดังกล่าวมีความสำคัญต่อทิศทางสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากการเจรจาสันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศหยุดชะงักและไม่มีความคืบหน้ามาตั้งแต่มิถุนายน 2568 นอกจากนี้ ยังสะท้อนว่ายูเครนพยายามส่งสัญญาณให้นานาชาติเห็นว่าเป็นฝ่ายต้องการสันติภาพ และมีการเตรียมพร้อมเพื่อการเจรจาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดว่าเป็นโอกาสที่ผู้นำยูเครนจะทำให้นานาชาติให้การสนับสนุน ก่อนหน้านี้ ผู้นำยูเครนแต่งตั้งนาย Rustem Umerov อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้อำนวยการสภาความมั่นคงและการป้องกันประเทศ เพื่อให้เป็นผู้แทนประสานงานการเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย เนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์สูง แนวโน้มและทิศทางการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซียยังไม่แน่นอน เพราะต้องรอการตอบรับจากรัสเซีย ซึ่งที่ผ่านมา รัสเซียเสนอเงื่อนไขที่ยูเครนไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งเรื่องการปลดปล่อยดินแดน 4 แคว้นในยูเครนให้อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัสเซีย หรือการห้ามไม่ให้ยูเครนรับความช่วยเหลือด้านการทหารจากประเทศตะวันตก อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกอาจได้เห็นความพยายามในการเจรจากันระหว่างยูเครนและรัสเซียอีกครั้ง พิจารณาจากการที่ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยเมื่อ 18 กรกฎาคม 2568 ว่าเห็นด้วยกับยูเครนว่าทั้ง 2…