กรณีพบวัตถุคล้ายระเบิดหลายจุดกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยว

  ตามที่ในห้วง 24 – 26 มิ.ย. 68 พบวัตถุต้องสงสัยและวัตถุคล้ายระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จ.พังงา กระบี่ และภูเก็ต พบเป็นกระแสความสนใจของประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ โดยความเห็นส่วนใหญ่กังวลความไม่ปลอดภัย และสันนิษฐานว่าอาจเป็นการก่อเหตุความรุนแรงที่ขยายวงมาจากพื้นที่ จชต. หรืออาจเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อหวังทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยโดยกลุ่มที่ไม่หวังดี ซึ่งอาจต้องการบั่นทอนความเชื่อมั่นรัฐบาล หรือเป็นฝีมือของกลุ่มในต่างประเทศ นอกจากนี้ พบว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะสื่อจีนที่มีทั้งสำนักข่าว สื่อออนไลน์ และผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีนนำไปรายงานต่อ โดยเน้นเผยแพร่ข่าว ภาพ และคลิปขณะเจ้าหน้าที่กำลังเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยที่มีควันและเสียงคล้ายระเบิด จึงปรากฏกระแสความคิดเห็นในลักษณะมองว่าไทยไม่ปลอดภัย เพราะเกิดเหตุความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแจ้งเตือนกันให้ระมัดระวังในการเดินทางมาไทย

แรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานและกระทำผิดกฎหมายในไทยยังไม่ลดลง

พบประชาชนโพสต์โซเชียลมีเดียร้องเรียนถึงปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานและกระทำผิดกฎหมายในไทยหลายกรณี โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เศรษฐกิจและชายแดน อาทิ กรุงเทพฯ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีแรงงานจากหลายเชื้อชาติ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา แอฟริกา และอุซเบกิสถาน  ส่วนใหญ่ลักลอบประกอบอาชีพค้าขายและบริการ เช่น ช่างไฟฟ้า ร้านอาหารตามงานวัดและงานเทศกาล รับจ้างทั่วไป ประเด็นที่น่ากังวลคือ บางกลุ่มมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายอย่างจงใจและเป็นขบวนการ เช่น กลุ่มลักลอบค้าประเวณีในเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา กลุ่มชาวเวียดนามลักลอบประกอบกิจการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และหลอกขายแผงโซลาร์เซลล์ปลอมที่พบมากใน จ.เชียงราย   สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้แรงงานต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพผิดกฎหมายได้ เพราะผู้ประกอบการไทยจำนวนมากนิยมใช้แรงงานต่างด้าวในธุรกิจของตนเอง เพราะค้าจ้างต่ำ และหากเป็นแรงงานผิดกฎหมายไม่ต้องรับผิดชอบให้สิทธิสวัสดิการตามกฎหมาย ซึ่งสะท้อนได้จากโพสต์ตามกลุ่มหาแรงงานต่างด้าวในโซเชียลมีเดียที่ยังมีผู้แสดงความต้องการแรงงานต่างด้าวให้เห็นเป็นจำนวนมาก

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติย้ายมาตั้งฐานในไทยเพราะมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

จากกรณีในช่วงที่ผ่านมามีการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นชาวต่างชาติหลากหลายสัญชาติมากขึ้น เช่น ออสเตรเลีย เวียดนาม เกาหลีใต้ ซึ่งแต่ละกลุ่มคล้ายกันคือ ส่วนใหญ่เข้ามาด้วยวีซ่าฟรีสำหรับนักท่องเที่ยว และเช่าบ้านพักตามชานเมืองในการดำเนินการหลอกลวงเหยื่อ เช่น ที่ จ.ปทุมธานี สมุทรปราการ และชลบุรี ส่วนสาเหตุที่ไทยถูกเลือกเป็นฐานศูนย์กลางนั้นเพราะว่าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนไทยเพิ่มขึ้น กับทั้งไทยเดินทางเข้ามาได้ง่าย ค่าครองชีพไม่สูง มีการให้วีซ่าฟรีกับหลายประเทศ ที่สำคัญคือไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี อินเตอร์เน็ตมีความเร็วสูง มีผู้ที่รับจ้างจดทะเบียนซิมและเปิดบัญชีม้าจำนวนมาก ซึ่งแม้มีการจับกุมมากเช่นกัน แต่ยังปรากฏแก๊งบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจร้านอาหารเผชิญกับความเสี่ยงสูง

ธุรกิจร้านอาหารในไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว  เฉพาะอย่างยิ่งจากการระมัดระวังใช้จ่ายของผู้บริโภค และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ส่งผลให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มขยายตัวเพียงร้อยละ 2.8  มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 646,000 ล้านบาท ซึ่งป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำ นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารยังต้องรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าสาธารณูปโภค และค่าเช่า  ทำให้วัฏจักรของธุรกิจร้านอาหารสั้นลง จากเดิมที่ร้านอาหารส่วนใหญ่สามารถอยู่รอดได้เกิน 1 ปี แต่ปัจจุบันหลายแห่งต้องปิดตัวภายใน 7 – 8 เดือน โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กและรายย่อยได้รับผลกระทบหนัก อย่างไรก็ดี พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นความแปลกใหม่ ประสบการณ์ คุณภาพ สุขภาพ และราคาที่เหมาะสม ทำให้ลูกค้าไม่ยึดติดกับชื่อเหมือนเดิม ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร

เส้นทางสู่ FIFA World Cup 2026

   กลับมาอีกครั้งกับปรากฏการณ์สำคัญของโลกอย่างฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะจัดขึ้น ในอีพีนี้ The Intelligence จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของฟุตบอลโลก 2026 จัดที่ไหน มีทีมอะไรบางทั้งแชมป์เก่ารวมไปถึงทีมตัวเต็งแชมป์ใหม่ที่น่าจับตาดู พร้อมกับอดีตแชมป์นับตั้งแต่ปีแรกของการจัดแข่งขันฟุตบอลโลก สามารถติดตามพร้อมๆกันได้ในอีพีนี้ #worldcup2026 #ฟุตบอลโลก #ฟุตบอลโลก2026 #FIFAworldcup2026 #FIFA

จีน-สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้า : ทำให้ความขัดแย้งผ่อนคลายลงเล็กน้อย

  บรรยากาศความขัดแย้งในประเด็นนโยบายการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากจีนประกาศเมื่อ 27 มิถุนายน 2568 ว่า จีนกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้าทำข้อตกลงการค้าระหว่างกัน โดยผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจีนจะอนุญาตการส่งออกแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ให้กับสหรัฐฯ จากที่ก่อนหน้านี้มีการเข้มงวดและจำกัดการส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้การนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตราที่สูง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในต้นกรกฎาคม 2568 รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จีนยังไม่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว พร้อมย้ำว่าจีนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความร่วมมือกับสหรัฐฯ ให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และผลประโยชน์แห่งชาติของจีน ตลอดจนระบุว่าสหรัฐฯ จะต้องยกเลิกมาตรการการค้าที่เข้มงวดต่อจีนด้วย พร้อมกันนี้ ผู้แทนฝ่ายจีนระบุว่าจีนพร้อมจะร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาการค้าระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจโลกให้เติบโตได้ต่อไป ข้อตกลงกังกล่าวเป็นผลจากการที่ทั้ง 2 ประเทศประกาศนโยบายสงครามการค้าระหว่างกัน จนผู้ประกอบการและนักธุรกิจของทั้ง 2 ฝ่ายวิตกว่าการทำสงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้เมื่อพฤษภาคม- มิถุนายน 2568 จีนและสหรัฐฯ ส่งผู้แทนระดับสูงไปหารือกันที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เพื่อหาแนวทางความร่วมมือและแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน การประกาศความร่วมมือระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในประเด็นการค้า ทำให้นานาชาติประเมินสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ปัจจุบันค่อนข้างไม่แน่นอนและคาดการณ์ยาก (uncertainty) ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่มักจะใช้วิธีการประกาศนโยบายที่แข็งกร้าวต่อประเทศอื่น ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เจรจาและต่อรองผลประโยชน์ระหว่างกัน ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อการเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ แต่อาจทำให้บรรยากาศการค้าโลกไม่มีเสถียรภาพ นอกจากนี้…

รวันดาและคองโกลงนามในข้อตกลงสันติภาพ มีสหรัฐฯ เป็นผู้ประสานงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากรวันดาและคองโก ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาเมื่อ 27 มิถุนายน 2568 ได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพ (peace treaty) ระหว่างกันที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการยุติความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนาน จากประเด็นชาติพันธุ์ การเมือง และความเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธ การลงนามครั้งนี้มีรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย ตลอดจนมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ร่วมลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ใช้โอกาสนี้ประกาศความสำเร็จในการทำให้ 2 ประเทศยุติความขัดแย้ง และเป็นผลงานการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ สิ่งที่สหรัฐฯ จะได้จากคองโกเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนคือ การที่สหรัฐฯ จะเข้าถึงแร่สำคัญในภาคตะวันออกของประเทศ คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงนามในข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้ เป็นขั้นตอนส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในรวันดาและคองโก เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศเผชิญความขัดแย้งตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธ M23 บุกยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของคองโก รวมทั้งพยายามบุกยึดเมืองหลวงและท่าอากาศยานสำคัญ ทำให้การเมืองภายในคองโกขาดเสถียรภาพและมีความรุนแรงต่อเนื่อง จนรัฐบาลคองโก นำโดยประธานาธิบดี Félix Tshisekedi ต้องร้องขอให้สหรัฐฯ ช่วยเหลือ นอกจากนี้ ผู้นำคองโกเชื่อว่ารวันดา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน…

รัสเซียอาจได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รัสเซียน่าจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ความสนใจของนานาชาติต่อสงครามในยูเครนลดน้อยลง และขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่านไว้ได้อย่างแน่นแฟ้น โดยพิจารณาจากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเดินทางเยือนรัสเซียเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 เพื่อหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กรณีสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน การหารือครั้งนั้น ผู้นำรัสเซียได้โอกาสยืนยันต่อประชาคมระหว่างประเทศอย่างชัดเจนว่า ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และจะให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอิหร่านต่อไป ท่าทีของประธานาธิบดีปูตินน่าจะทำให้อิหร่านพอใจและเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะช่วยเหลืออิหร่านหากต้องเผชิญสภาวะสงคราม เป็นการเสริมสร้างบทบาทและภาพลักษณ์ของรัสเซียในฐานะมหาอำนาจโลกที่คัดค้านการปฏิบัติการทางทหารของโลกตะวันตก หรือสหรัฐฯ เหตุการณ์นี้อาจเป็นโอกาสให้รัสเซียใช้เป็นเหตุผลในการส่งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี หรือส่งหัวรบนิวเคลียร์ไปประจำการในอิหร่าน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอิสราเอล ซึ่งจะเป็นการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงที่สำคัญระหว่างทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงร่วม ควบคู่กับขยายบทบาทและอิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสูญเสียอิทธิพลในซีเรีย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้น้อยที่รัสเซียจะส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้อิหร่านโดยตรง รัสเซียยังไม่มีแผนการอย่างเป็นทางการที่จะส่งอาวุธให้อิหร่าน เพราะรัสเซียยังจำเป็นต้องใช้อาวุธจำนวนมากในการสู้รบกับยูเครน นอกจากจะเป็นความเคลื่อนไหวแบบปิดลับ ภายใต้กรอบความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า รัสเซียไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออิหร่านในทันที แต่อาจแลกเปลี่ยนผลประโยชน์โดยให้อิหร่านประกาศอนุมัติแผนการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการค้ำประกันความมั่นคงและการช่วยเหลือ หากเผชิญสงคราม โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า การที่รัฐบาลอิหร่านประกาศอนุมัติปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทันทีหลังจากการหารือกับผู้นำรัสเซีย อาจเป็นไปเพื่อให้ราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้รัสเซียได้โอกาสขายน้ำมันและพลังงานในราคาและปริมาณที่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรการซื้อ-ขายน้ำมันและพลังงานจากหลายประเทศ แม้ว่าจะมีรายงานการทำข้อตกลงซื้อ-ขายพลังงานระหว่างรัสเซียกับบางประเทศ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนั้น ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในห้วงนี้ ประกอบกับการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อาจเป็นโอกาสให้รัสเซียขายน้ำมันได้มากขึ้น สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจเบี่ยงเบนความสนใจของนานาชาติจากสงครามในยูเครน…

ที่ประชุมสุดยอดเนโตปี 2568 มีเป้าหมายหลักในการจะเพิ่มงบประมาณ

การประชุมสุดยอดเนโต ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ระหว่าง 24-25 มิถุนายน 2568  เป็นการประชุมประจำปีที่มีการหารือประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศที่สำคัญ นาย Mark Rutte เลขาธิการเนโตระบุเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 คาดหวังให้การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีการหารือและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก เรื่องความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคใหม่ โดยมีมุมมองว่าโลกเผชิญอันตรายมากกว่าที่ผ่านมา และมีภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ดังนั้น ผู้นำประเทศต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับการประชุมครั้งนี้ และร่วมกันทำให้ความร่วมมือในกรอบเนโตเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งต่อไป การประชุมสุดยอดเนโตครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากสมาชิกเนโตจะต้องอนุมัติ New Defence Investment Plan ซึ่งจะให้ประเทศสมาชิกจัดสรรรายจ่ายเพื่อสนับสนุนเนโตร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) รวมทั้งร่วมมือกันกระตุ้นและส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธในกลุ่มประเทศเนโต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งการเสริมสร้างความมั่นคงทางการทหาร และเศรษฐกิจ การประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังจะหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือยูเครน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซีย และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรนอกเนโตและประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพราะเนโตตระหนักถึงความท้าทายด้านความมั่นคงและการทหารจากความเคลื่อนไหวและขยายอิทธิพลของจีน ซึ่งปัจจุบันมี 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก เป็นพันธมิตรหลักนอกเนโต ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการพบหารือกับผู้นำทั้ง 4 ประเทศ…

อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ จะหยุดยิงต่อเมื่ออิสราเอลหยุดก่อน

  อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ แล้ว ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ด้วยขีปนาวุธ เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ตามที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ประกาศไว้ว่าอิหร่านอาจใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตกเป็นเป้าหมาย ได้แก่ ฐานทัพ Al Udeid ในกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการทางอากาศของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีทหารอเมริกันอยู่ประมาณ 8,000 คน นับว่าเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เบื้องต้นไม่พบว่าได้รับความเสียหายรุนแรง เนื่องจากสหรัฐฯ และกาตาร์ได้ร่วมมือกันยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันฐานทัพดังกล่าวไว้แล้วล่วงหน้า โดยใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดขีปนาวุธจากอิหร่าน แต่ยืนยันว่าฐานทัพดังกล่าวตกเป็นเป้าโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยใกล้อย่างน้อย 19 ลูก อย่างไรก็ดี ฐานทัพ Al Udeid  ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เพราะสหรัฐฯ ได้อพยพเครื่องบิน และยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ ๆ ออกจากฐานทัพนี้ไปก่อนที่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อ 21 มิถุนายน 2568 แล้ว เพราะเชื่อว่าเป็นเป้าหมายการตอบโต้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกาตาร์ประณามการโจมตีของอิหร่านว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนข้อมูลเรื่องการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ไม่เป็นความจริง โดยก่อนหน้านี้…