ทั่วโลกจับตามาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ใน 2 เม.ย.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ใน 2 เมษายน 2568 เพื่อรักษาดลุการค้าสหรัฐฯ และส่งสัญญาณให้ประเทศคู่ค้าพิจารณาปรับนโยบายการค้าให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาวอเมริกันมากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์เรียกการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าครั้งนี้ว่าเป็น “Liberation Day” ของชาวอเมริกัน เพราะชาวอเมริกาจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่ต้องอยู่ภายใต้นโยบายที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป และคาดว่าการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอย่างน้อยร้อยละ 10 จะช่วยเพิ่มตำแหน่งงานในสหรัฐฯ มากขึ้นเกือบ 3 ล้านตำแหน่ง

ปัญหาข้อมูลสำคัญของรัฐบาลรั่วไหล กระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาลสหรัฐฯ 

กรณีข้อมูลทางการทหารของสหรัฐฯ รั่วไหลที่เกิดจากการใช้แอฟพลิเคชัน Signal ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและเป็นเอกสารลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ในเยเมน โดยไม่ระมัดระวัง ทำให้พันธมิตรหลายประเทศกังวลกับความปลอดภัยในการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้นำหลายประเทศประเมินว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงและควรเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศต่าง ๆ และไม่ควรมีความผิดพลาดซ้ำ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร และความไว้วางใจระหว่างกัน

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เยือนเอเชียครั้งแรก เริ่มที่ฟิลิปปินส์

นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เริ่มการเยือนภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดยเริ่มจากการเยือนฟิลิปปินส์ใน 28 มีนาคม 2568 เชื่อว่าประเด็นสำคัญในการเยือนครั้งนี้คือการเน้นย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงในภูมิภาค และเตือนประเทศต่าง ๆ ให้ระวังภัยคุกคามจากการขยายอิทธิพลของจีน คู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ

ชาวปาเลสไตน์ประท้วงกลุ่มฮะมาส เรียกร้องยุติสงคราม

ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซารวมตัวกันชุมนุมประท้วงกลุ่มฮะมาส เพื่อเรียกร้องให้เร่งยุติความรุนแรงและสงคราม โดยมีรายงานว่าตั้งแต่ 26 มีนาคม 2568 ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซารวมตัวกันมากกว่า 3,000 คน ถือป้ายที่มีข้อความเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพและยุติสงครามกับอิสราเอล เนื่องจากพลเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ และนอกจากพื้นที่ตอนเหนือก็มีการชุมนุมใน Gaza City ด้วย สำหรับกรณีชาวปาเลสไตน์ชุมนุมประท้วงกลุ่มฮะมาสนั้นเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวปาเลสไตน์เข้าใจว่ากลุ่มฮะมาสต้องปกป้องความปลอดภัยของฉนวนกาซา

ความตกลง “มาร์อะลาโก้”

2 เมษายนนี้จะเป็นวันปลดแอกของสหรัฐ ถ้าเอาตามที่พี่ทรัมพ์ว่า วันนั้นจะมีการประกาศแพ็คเกตรายชื่อกับรายการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐโดยเล็งไปที่ 15 ประเทศแรกที่สหรัฐมองว่าเอาเปรียบเขาก่อน จากนั้นยังไม่รู้ว่าจะมีมาตรการอะไรตามมาอีก และเชื่อได้ว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จะโดนขึ้นภาษีเป็นผลให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นจนกระทบต่อยอดการส่งออกซึ่งเป็นตัวค้ำจุนเศรษฐกิจไทยที่ลุ่มๆดอนๆอยู่ขณะนี้ให้ต่ำเตี้ยลงไปอีก ถึงตอนนี้หลายๆคนคงอยากรู้ว่าทรัมพ์จะทำอะไรอีกที่จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก

ทรัมป์สั่งสร้าง Golden Dome และ F-47 ยกระดับขีดความสามารถทางการทหาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 23 มีนาคม 2568 ว่า สหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถทางการทหาร เพื่อป้องกันประเทศจากอันตรายและภัยคุกคาม โดยกองทัพสหรัฐฯ จะต้องมีเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ที่น่าสนใจ คือ กรณีผู้นำสหรัฐฯ ประกาศพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศ Golden Dome ที่จะปกป้องมาตุภูมิสหรัฐฯ จากขีปนาวุธทุกรูปแบบได้ นอกจากนี้ ระบบต่อต้านขีปนาวุธดังกล่าวจะเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับระบบป้องกันขีปนาวุธ Iron Dome ของอิสราเอล

อิสราเอลสังหารสมาชิกระดับสูงของกลุ่มฮะมาสและโจมตีเลบานอน

กลุ่มฮะมาสเปิดเผยต่อสื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 23 มีนาคม 2568 ว่า อิสราเอลสังหารนาย Salah al-Bardaweel สมาชิกระดับสูงฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาส และภรรยา ระหว่างปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เมือง Khan Younis ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา พร้อมกับสังหารชาวปาเลสไตน์ไปมากกว่า 30 คนในห้วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำหรับการสังหารสมาชิกระดับผู้นำของกลุ่มฮะมาสที่เคลื่อนไหวด้านการเมืองนั้นเป็น 1 ในเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล เนื่องจากไม่ต้องการให้กลุ่มฮะมาสมีอิทธิพลทางการเมืองและการบริหารจัดการฉนวนกาซา ซึ่งตั้งแต่ ตุลาคม 2566 อิสราเอลสังหารสมาชิกระดับสูงฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสได้หลายคน เช่น นาย Essam Addalees และนาย Mahmoud Abu Watfa รวมทั้งนาย Osama Tabash สมาชิกระดับสูงฝ่ายการทหารของกลุ่มฮะมาสด้วย

สหรัฐฯ เร่งแสดงบทบาทยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

บทบาทนำของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการเร่งยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์สหรัฐฯ ในเวทีระหว่างประเทศและสร้างผลงานให้รัฐบาล ซึ่งตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์รับตำแหน่ง สหรัฐฯ ดำเนินการหลายระดับ ในการส่งสัญญาณให้รัสเซียและยูเครนเข้าสู่กระบวนการเจรจา และมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ที่มีความคืบหน้าสำคัญ ได้แก่ กรณีประธานาธิบดีทรัมป์พูดคุยกับผู้นำรัสเซียและยูเครน แม้จะยังไม่สามารถทำให้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศพบกันได้ แต่ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถโน้มน้าวให้ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับข้อเสนอยุติสงครามระหว่างกัน ขณะเดียวกัน สหรัฐ ส่งผู้แทนรัฐบาล คือ นาย Keith Kellogg ไปเจรจากับทั้ง 2 ฝ่าย ควบคู่กับเสนอผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับการเจรจาด้วย

สหรัฐฯ ยกเลิกสถานะทางกฎหมายแก่ผู้อพยพจากประเทศละตินอเมริกา

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 22 มีนาคม 2568 ว่า จะยกเลิกสถานะทางกฎหมายต่อผู้อพยพประเทศในละตินอเมริกา ได้แก่ คิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา รวมประมาณ 530,000 คน ซึ่งเป็นผู้อพยพกลุ่มที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ และได้รับสถานะทางกฎหมายในช่วงรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ภายใต้โครงการ CHNV ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2565 เป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศละตินอเมริกากลุ่มดังกล่าวสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ

อิสราเอลขู่ยึดดินแดนในฉนวนกาซาขณะที่นานาชาติเรียกร้องให้เจรจา

สถานการณ์ความรุนแรงและการปฏิบัติการทางหทารในฉนวนกาซาตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากอิสราเอลตัดสินใจเมื่อ 20 มีนาคม 2568 ใช้ปฏิบัติการทางทหารกดดันให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังคงอยู่ในฉนวนกาซาให้หมด ไม่เช่นนั้นจะยึดพื้นที่ของฉนวนกาซาด้วยกำลังทหาร โดยล่าสุดเมื่อ 22 มีนาคม 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลย้ำว่า กองทัพอิสราเอลมีความพร้อมจะกวาดล้างกลุ่มฮะมาส และจากนั้นอาจยึดดินแดนในฉนวนกาซา โดยจะใช้กลไกทุกรูปแบบทั้งการทหารและพลเรือน เพื่อใช้ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่