นาง Tulsi Gabbard น่าจะได้ดำรงตำแหน่ง ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติ

คณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 9-8 เสียง เมื่อ 4 ก.พ.68 รับรองนาง Tulsi Gabbard อายุ 43 ปี เป็นผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (Director of National Intelligence-DNI) ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอ จึงคาดว่าจะได้รับความเห็นชอบจากการลงมติของวุฒิสมาชิกในสัปดาห์หน้าด้วย

นาง Gabbard มีประสบการณ์ด้านการเมืองและการทหาร แต่ถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้ควบคุมการทำงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ทั้ง 18 หน่วย เพราะไม่มีประสบการณ์ด้านงานข่าวกรอง และมุมมองส่วนตัวของนาง Gabbard ต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความคิดเห็นของนาง Gabbard ในอดีตที่เป็นเชิงบวกต่อนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ที่เปิดเผยข้อมูลลับของรัฐบาล รวมทั้งมุมมองเชิงบวกต่อรัสเซียและผู้นำซีเรีย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสมาชิกเชื่อมั่นว่านาง Gabbard จะร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ได้

ผู้นำอิสราเอลเยือนสหรัฐฯ กลุ่มฮะมาสพร้อมเจรจาข้อตกลงระยะที่ 2

สมาชิกกลุ่มฮะมาสเปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อ 4 ก.พ.68 ว่า กลุ่มพร้อมเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 กับอิสราเอล โดยได้แจ้งให้ผู้ประสานงานรับทราบแล้วระหว่างการประชุมที่กรุงไคโร อียิปต์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 ดำเนินการมาตั้งแต่ 19 ม.ค.68 และมีความคืบหน้าการแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างกัน โดยตามข้อตกลงระยะที่ 1 กลุ่มฮะมาสจะต้องปล่อยตัวประกัน 33 คน แลกกับนักโทษปาเลสไตน์กับอิสราเอล และการเปิดพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม   นานาชาติคาดหวังให้มีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 เพื่อขยายเวลาสันติภาพในภูมิภาคคะวันออกกลาง แต่วิตกว่ารัฐบาลอิสราเอลจะไม่ต่ออายุข้อตกลง เนื่องจากนักการเมืองกลุ่มอนุรักษ์นิยมในอิสราเอลกดดันให้รัฐบาลทำสงครามต่อไปทันที เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮะมาสไม่ให้สามารถเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลได้อีก และหาโอกาสผนวกดินแดนของชาวปาเลสไตน์บางส่วน เพื่อความมั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้ กรณีที่ผู้นำอิสราเอลประกาศว่าจะเลื่อนการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 ออกไปก่อน ยิ่งทำให้นานาชาติกังวลว่าอิสราเอลจะปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาอีกครั้ง

ผู้นำสหรัฐฯ ชะลอการขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 3 ก.พ.68 ประกาศชะลอการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก หลังจากได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับเม็กซิโกที่จะส่งทหารจำนวน 10,000 คนไปประจำการบริเวณพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก เพื่อเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบค้ายาเสพติด ขณะที่แคนาดาจะเพิ่มงบประมาณ พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประมาณ 10,000 นาย ไปประจำการที่ชายแดน เพื่อการยกระดับความมั่นคงชายแดนแคนาดา-สหรัฐฯ และยุติการลักลอบค้ายาเสพติดไปยังสหรัฐฯ ด้วย โดยเฉพาะเฟนทานิล (Fentanyl) สารสังเคราะห์กลุ่มโอปิออยด์ที่มีฤทธิ์บรรเทาปวด และถูกใช้เป็นสารเสพติดผิดกฎหมายที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าเฮโรอีนหลายเท่า กลายเป็นปัญหายาเสพติดที่รุนแรงในสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ อาจปิดทำการ USAID

สื่อสหรัฐฯ ให้ความสนใจกรณีนาย Elon Musk ผู้บริหารหน่วยงานปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ (DOGE) เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อ 3 ก.พ.68 ว่า สหรัฐฯ จะยุติการทำงานของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ หรือ USIAD ที่เป็นหน่วยงานอิสระ ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือต่างประเทศด้านการพัฒนา สาธารณสุข ประชาธิปไตยและสิ่งแวดล้อม โดยนาย Musk วิจารณ์ว่า USAID ใช้งบประมาณมหาศาล เริ่มจากการประกาศชะลอโครงการความช่วยเหลือในต่างประเทศ (foreign assistance) และให้ กต.สหรัฐฯ ทบทวนโครงการต่าง ๆ หากไม่จำเป็นหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกัน ก็จะให้ยกเลิก

ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 1 ก.พ.68 ลงนามในคำสั่งผู้บริหารให้ใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อกดดันให้เปลี่ยนแปลงนโยบายให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ตั้งแต่ 4 ก.พ.68 เป็นต้นไป เป้าหมายเพื่อลดการแพร่กระจายของยาเสพติดในสหรัฐฯ และผู้อพยพผิดกฎหมาย แม้ว่ามาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพลังงาน เพระสหรัฐฯ ต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากแคนาดา รวมทั้งอาจทำให้เกิดสงครามการค้าระหว่างประเทศ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก

สหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือต่างประเทศ กระทบใครบ้าง?

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อปลาย ม.ค.68 ระงับความช่วยเหลือต่างประเทศชั่วคราว เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลทุกแห่ง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กลับไปทบทวนการใช้จ่ายและให้ความสำคัญการปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก ตามสโลกแกน “America First” ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือทุกโครงการเป็นประโยชน์กับชาวอเมริกันจริง ๆ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีเวลา 3 เดือนที่จะทบทวนการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ เพื่อพิจารณาว่าโครงการใดจะดำเนินการต่อไป ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิก ปัจจุบัน นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ได้ส่งคำสั่งไปยัง สอท.สหรัฐฯ ทั่วโลกให้ระงับการให้ความช่วยเหลือในโครงการทุกประเภท

การแลกเปลี่ยนตัวประกันมีความคืบหน้าและอิสราเอลเปิดพรมแดนเชื่อมฉนวนกาซากับอียิปต์

อิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสมีความคืบหน้าแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ โดยมีรายงานเมื่อ 2 ก.พ.68 ว่า กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกัน 3 คน แลกตัวกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ 183 คน ขณะเดียวกันมีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นจากซากอาคารในพื้นที่ เป็นผลจากการทำสงครามนาน 15 เดือน นอกจากนี้ อิสราเอลเปิดพื้นที่ Rafah ให้ชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บและเด็ก เดินทางออกจากฉนวนกาซาไปรักษาตัวที่อียิปต์ เป็นการเปิดพื้นที่นี้ครั้งแรกในรอบ 9 เดือน โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุขของปาเลสไตน์ระบุว่า มีผู้ป่วยมากกว่า 6,000 คนพร้อมเดินทางออกจากฉนวนกาซาเพื่อรับการรักษา และมีผู้ป่วยอีกมากกว่า 12,000 คนที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน

พาเที่ยวตลาดโบราณและวัดพระนอนคู่เมือง จ.อ่างทอง

 ชวนไปเดินเที่ยวตลาดโบราณศาลเจ้าโรงทอง และวัดขุนอินทประมูล ที่ประดิษฐานพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของประเทศไทย ที่จังหวัดอ่างทอง #อ่างทอง #เที่ยวไทย #ชุมชน #จีน #วัดพระนอน #ภาคกลาง

กัมพูชาจะมีกฎหมายห้ามลืมเรื่องโหดร้ายยุคเขมรแดง

 รัฐบาลกัมพูชาต้องการให้ประชาชนระลึกถึงความโหดร้ายของ “เขมรแดง” …เพราะอะไรต้องเป็นแบบนั้น และเขมรแดงคืออะไร กฎหมายนี้มีที่กัมพูชาแห่งเดียวหรือไม่!? ติดตามได้ใน Int Podcast ครับ #กัมพูชา #เขมรแดง #กฎหมาย #สภาสูง #ฮุนเซน #ฮุนมานิต #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไทยเข้มงวดการตรวจคนเข้าเมืองใน จ.ตาก เพื่อแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์

นสพ.The Irrawaddy รายงานกรณีไทยเร่งตรวจสอบแรงงานต่างชาติใน อ.แม่สอด จ.ตาก ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาแก๊งหลอกลวงและค้ามนุษย์ในเมียนมา ซึ่งพบว่ามีการควบคุมตัวหรือปรับเงินชาวเมียนมา แม้มีพาสปอร์ตหรือมีเอกสารรับรองบุคคล (CI) โดยอ้างข้อหาต่าง ๆ อาทิ ไม่ได้พำนักในสถานที่ที่แจ้งไว้ และไม่สามารถติดสินบน จนท.ฝ่ายไทยให้ช่วยเหลือได้เหมือนในอดีต ด้านชาวเมียนมาที่หนีสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาและลักลอบเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายให้สัมภาษณ์แสดงความกังวลว่าจะถูกส่งตัวกลับเมียนมา ทำให้ต้องระมัดระวังตัวและหลบซ่อนอยู่ในที่พักตลอดเวลา