ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมตัวเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ใน 20 มกราคม 2568 คาดว่านโยบายสำคัญที่ต้องการสร้างให้เป็นผลงานอย่างรวดเร็ว เพื่อซื้อใจชาวอเมริกันทั่วประเทศ รวมทั้งฟื้นฟูบทบาทของสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ค้ำประกันสันติภาพของโลก คือ การสร้างสนัติภาพและลดระดับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พิจารณาจากการที่ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ส่งนาย Steve Witkoff ว่าที่ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการตะวันออกกลาง เยือนกาตาร์และอิสราเอลในช่วงกลาง มกราคม 2568 เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ที่ครอบคลุมการช่วยเหลือตัวประกันในฉนวนกาซา และการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะใช้ผลงานนี้ทำให้ทั่วโลกเห็นว่าสหรัฐฯ สามารถยุติความขัดแย้งในต่างประเทศได้ และคาดว่าจะประเมินไว้แล้วว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีโอกาสจะประสบความสำเร็จมากที่สุด แตกต่างจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เพราะอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสเคยบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและแลกเปลี่ยนตัวประกันบางส่วนระหว่างกันแล้ว แต่ยังคงเหลือตัวประกันจำนวนมากที่อิสราเอลต้องช่วยเหลือออกมา ซึ่งปัจจุบัน รัฐบาลอิสราเอลก็เผชิญแรงกดดันจากครอบครัวตัวประกันให้เร่งเจรจา และคัดค้านการใช้ปฏิบัติการทางหทารเป็นวิธีการช่วยตัวประกัน ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยแสดงบทบาทและผลักดันการสร้างสันติภาพระยะยาวระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ โดยเสนอข้อตกลง Deal of the Century หรือข้อตกลงสันติภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอลเมื่อปี 2563 ด้วยการใช้กลไกการเมืองและเศรษฐกิจยุติความขัดแย้งในพื้นที่ แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากแผนการดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับจากอิสราเอลและปาเลสไตน์ รวมทั้งถูกวิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์ให้อิสราเอลผนวกพื้นที่ในฉนวนกาซาเพิ่ม การเยือนกาตาร์และอิสราเอลของนาย Steve Witkoff ทำให้รัฐบาลอิสราเอลยอมส่งผู้แทนระดับสูงของหน่วยข่าวกรองไปเยือนกาตาร์เพื่อเข้าร่วมการเจรจา โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่า…