รัสเซียมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

สื่อมวลชนยูเครนรายงานเมื่อ 10 ตุลาคม 2568 ว่า รัสเซียกำลังเตรียมการยกระดับปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน เพื่อทำให้ยูเครนไม่มีพลังงานไฟฟ้าใช้ ปัจจุบันยูเครนเร่งป้องกันระบบโครงสร้างพื้นฐานและควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากรัสเซียใช้วิธีการโจมตีทุกรูปแบบ ทั้งการโจมตีเชิงภายภาพ หรือการปฏิบัติการทางทหารต่อโรงไฟฟ้าในยูเครน และการโจมตีด้วยเครื่องมือทางไซเบอร์ ที่ผ่านมา รัสเซียประสบความสำเร็จในการโจมตีระบบจ่ายไฟฟ้าและพลังงานของยูเครนหลายครั้ง แต่ยูเครนสามารถควบคุมความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม ยูเครนยังมีความท้าทายในการป้องกันการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีภาคเอกชนเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะด้านพลังงาน เพราะรัสเซียต้องการตัดพลังงานในยูเครนในช่วงฤดูหนาว เพื่อทำให้ชาวยูเครนได้รับผลกระทบมากขึ้น สถาบัน Brooking ที่วิจัยด้านความมั่นคงและต่างประเทศประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะเป็นสมรภูมิสำคัญระหว่างรัสเซียกับยูเครน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างปฏิบัติการโจมตีแหล่งพลังงานของกันและกัน เนื่องจากตระหนักดีว่า รัสเซียและยูเครนมีศักยภาพในการเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสงครามระหว่างกัน ยุโรปต้องพยายามหลีกเลี่ยงการซื้อ-ขายพลังงานกับรัสเซียเพราะมีมาตรการคว่ำบาตร ทำให้หันไปสนใจแหล่งพลังงานในยูเครนมากขึ้น เนื่องจากยูเครนมีระบบท่อขนส่งพลังงานใต้ดินที่ค่อนข้างเข้มแข็งและมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งเป็นมรดกจากช่วงสหภาพโซเวียต และแม้ที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางรัสเซียบ่อยครั้ง แต่สามารถฟื้นฟูและควบคุมสถานการณ์ได้เร็ว เพราะมีการกระจายศูนย์การบริหารจัดการไว้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งยูเครนให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมาโดยตลอด โดยมีจุดแข็งของการบริหารจัดการ คือ การเชื่อมโยงระบบพลังงานของยูเครนกับระบบของยุโรป หรือ Continental European Synchronous Area (CESA) ที่โปรตุเกส เมื่อปี 2565 ทำให้รัสเซียไม่สามารถทำลายระบบควบคุมพลังงานของยูเครนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ยูเครนมีความได้เปรียบรัสเซียในสมรภูมิการส่งออกพลังงานไปยุโรป เพราะท่อขนส่งพลังงานส่วนใหญ่ของรัสเซียที่จะส่งไปให้ยุโรปต้องผ่านยูเครน ซึ่งปัจจุบันยูเครนได้ปิดการทำงานของท่อขนส่งพลังงานของรัสเซียไปยุโรปแล้วอย่างน้อย 4 เส้นทาง ได้แก่…

ญี่ปุ่นต้องการแรงงานกัมพูชาเพื่อลดภาวะขาดแคลนแรงงาน

  ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางของกัมพูชาอีกประเทศหนึ่ง นอกเหนือจากไทย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เป็นต้น ญี่ปุ่นและกัมพูชายังมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงานเมื่อปี 2567 ในการช่วยฝึกแรงงานให้มีทักษะ และสนับสนุนการหางานทำในญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพกัมพูชาเยือนญี่ปุ่น ก็ได้พบกับ Japan International Cooperation Agency (JICA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานของญี่ปุ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพงกัมพูชาได้ยืนยันกับญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นยังเป็นปลายทางของแรงงานกัมพูชาที่สำคัญ เนื่องจากแรงงานกัมพูชาจะได้ประโยชน์จากการไปทำงานที่ญี่ปุ่น ทั้งค่าจ้างที่สูง ได้สวัสดิการ ทักษะเชี่ยวชาญ และเทคนิคต่าง ๆ  กัมพูชาก็พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหา และสิ่งท้าท้ายแรงงานที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญ สื่อกัมพูชาเมื่อ18 กันยายน 2568  ยังรายงานอ้างถึงการขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่นที่กำลังเพิ่มมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งคนขับรถบรรทุกในการขนส่งสินค้า  ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งจากการที่คนขับรถชาวญี่ปุ่นต้องหยุดขับ เพราะอายุมาก รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการรับแรงงานจากต่างชาติ และฝึกทักษะให้เชี่ยวชาญขึ้น ซึ่งประธาน Foreign Drivers Support Organisation ของญี่ปุ่น เห็นว่าแรงงานกัมพูชามีความเหมาะสม เนื่องจากกฎหมายจรจาจรใกล้เคียงกับของญี่ปุ่น ทำให้การฝึกและการให้ใบอนุญาตแก่แรงงานกัมพูชาในอาชีพคนขับรถส่งของไม่ยากนัก นอกจากรัฐบาลกัมพูชาพยายามสนับสนุนแรงงานกัมพูชาให้ไปทำงานในต่างประเทศแล้ว เมื่อกลางกันยายน 2568 กัมพูชาก็มีการติดตั้งบิลบอร์ด…

การเจรจาระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสเป็นเชิงบวก

  รัฐบาลอียิปต์เมื่อ 6 ตุลาคม 2568 รายงานผลการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้แทนอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ที่โรงแรมหรูริมทะเลแดง ประเทศอียิปต์ โดยการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มกล่าวถึงแนวปฏิบัติร่วมกันเพื่อรักษาบรรยากาศการเจรจา และจะมีการเจรจาระหว่างกันอีกครั้งในวันถัดไป เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของผู้นำสหรัฐฯ ที่จะให้มีการปล่อยตัวประกัน ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ การทำข้อตกลงหยุดยิง และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ดี ผู้แทนของกลุ่มฮะมาส ได้แก่ นาย Khalil al-Hayya และนาย Zaher Jabarin แสดงความกังวลกับอียิปต์ กาตาร์ และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจาครั้งนี้ว่า วิตกกับกรณีกองทัพอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาและการปล่อยตัวประกันที่เหลือ ก่อนหน้านี้ นาย Khalil al-Hayya และนาย Zaher Jabarin เคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกองทัพอิสราเอลระหว่างเดินทางไปประชุมที่กรุงโดฮา กาตาร์ เมื่อ กันยายน 2568 การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นในห้วงครบรอบการโจมตีครั้งแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นสงครามครั้งนี้ เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 โดยกลุ่มฮะมาสเป็นฝ่ายเริ่มการบุกโจมตีเข้าไปในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ข่มขู่และคุกคามชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด จากนั้นกองทัพอิสราเอลตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทหารและยืดเยื้อมาถึงจนปัจจุบัน แม้ที่ผ่านมาจะมีการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและแลกเปลี่ยนตัวประกันหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถลดระดับความชัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ได้…

พรรคเสรีประชาธิปไตยของญี่ปุ่น เลือกสตรีเป็นหัวหน้าพรรค

  พรรคเสรีประชาธิปไตยของญี่ปุ่น หรือพรรค Liberal Democratic Party (LDP) ที่ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นพรรคการเมืองหลักจัดตั้งรัฐบาลญี่ปุ่นหลายสมัย และมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม ได้มีมติเมื่อ 4 ตุลาคม 2568 ในโอกาสครบรอบ 70 ปีของพรรค เลือกนางซานาเอะ ทาคาอิจิ อายุ 64 ปีอดีตรัฐมนตรีด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีสตรีคนแรกของญี่ปุ่นด้วย โดยปัจจัยที่ทำให้นางทาคาอิจิได้รับความนิยมและการสนับสนุนจากฐานเสียงของพรรค เพราะนางทาคาอิจิเองเป็นผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมชัดเจน ตลอดจนมีผลงานด้านการเสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาพเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน รวมทั้งมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี นางทาคาอิจิได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรกลุ่มการเมืองและองค์กรที่มีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม อย่างไรก็ตาม นางทาคาอิจิอาจเผชิญความท้าทายในการรักษาพันธมิตรกับพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอุดมการณ์สายกลางให้ได้พร้อม ๆ กับการรักษากลุ่มฐานะเสียง โดยจะต้องแสดงจุดยืนทางการเมืองและวิสัยทัศน์การดำเนินนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ชัดเจนเพียงพอเพื่อให้พรรค LDP และผู้นำของพรรคได้รับคะแนนโหวตมากพอที่จะชนะการเลือกตั้งและได้เป็นผู้นำในการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการลงมติในที่ประชุมสภาในกลาง ตุลาคม 2568 ปัจจุบันมีความเป็นไปได้สูงมากที่นางทาคาอิจิจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เนื่องจากพรรค LDP ยังครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น แต่มีความเสี่ยงเนื่องจากพรรคโคเม (Komeito) ที่มีอุดมการณ์สายกลาง และเคยเป็นพันธมิตรกับพรรค LDP มาโดยตลอด 26 ปี เริ่มแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายของนางทาคาอิจิ เฉพาะอย่างยิ่งการไปเยือนศาลเจ้ายาสึคุนิ…

วิกฤตการเมืองฝรั่งเศส หลังนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ในรอบไม่ถึง 2 ปี ลาออก

  สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสค่อนข้างน่าวิตกกังวล เนื่องจากมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอคอร์นู ลาออกจากตำแหน่งหลังจากเข้ารับตำแหน่งและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีได้ไม่นาน ทำให้เป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสที่อยู่ในตำแหน่งระยะสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ ปัจจุบันสื่อต่างประเทศรายงานสาเหตุการลาออก คาดว่าเป็นเพราะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างมาก ตั้งแต่กันยายน 2568 เนื่องจากถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมและเป็นบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส รวมทั้งคัดค้านการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดยังไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายนิติบัญญัติฝรั่งเศสในการอนุมัติร่างงบประมาณด้วย ทำให้อนาคตการทำงานในฐานะผู้นำรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองวิกฤต มีแนวโน้มจะยากลำบาก เป็นผลให้นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอคอร์นู ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันที หลังเสร็จสิ้นการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกเดิมจากคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสยอมรับการตัดสินใจดังกล่าว แต่ประธานาธิบดีมาครงมอบหมายให้นายเซบาสเตียง เลอคอร์นู    จัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางบริหารประเทศท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองใน 8 ตุลาคม 2568 เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ นอกจากนี้ สื่อยังรายงานว่าประธานาธิบดีมาครงมีอำนาจในการแต่งตั้งให้นาย เซบาสเตียง เลอคอร์นู กลับไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อรักษาพันธมิตรทางการเมือง ในห้วงที่ปัจจุบัน รัฐสภาฝรั่งเศสมีความแตกแยกอย่างมากระหว่างกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดโต่งและกลุ่มเสรีนิยมสุดโต่ง ทำให้เป็นอุปสรรคในการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินนโยบายสำคัญในประเทศ จุดเริ่มต้นของวิกฤตการเมืองในฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นผลจากกรณีประธานาธิบดีมาครงประกาศยุบสภาแบบเร่งด่วน และจัดการเลือกตั้งเมื่อ มิถุนายน 2567 เพื่อแก้ไขสถานการณ์ความมั่นคงทางการเมืองเพราะพรรคการเมืองฝ่ายเสรีนิยมแพ้การเลือกตั้งให้กับกลุ่มอนุรักษ์นิยม ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป ดังนั้น การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในระยะเวลาสั้น ๆ จึงถือว่าเป็นเกมส์การเมืองเพื่อรักษาอำนาจ ทำให้ฝ่ายค้านและกลุ่มอนุรักษ์นิยมไม่พอใจอย่างมาก และมีความพยายามเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมาครงลาออกจากตำแหน่งมาโดยตลอด แม้ว่าประธานาธิบดีมาครงจะพยายามรักษาบรรยากาศทางการเมืองด้วยการแต่งตั้งผู้แทนจากฝ่ายอนุกรักษ์นิยมให้รับตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่ไม่สามารถบรรเทาความขัดแย้งทางการเมืองได้ เพราะยังมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีมาครง นอกจากนี้…

อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา ก่อนการเจรจาที่อียิปต์

  ทั่วโลกติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความมั่นคงในฉนวนกาซา เนื่องจากจะมีการเจรจาระหว่างผู้แทนอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสที่อียิปต์ใน 6 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นผลจากการที่สหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอ 20 ประการเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส และกลุ่มฮะมาสแสดงท่าทีตอบรับข้อเสนอบางส่วนเมื่อ 3 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้นานาชาติคาดหวังให้มีการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งเพื่อให้ยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม มีรายงานเมื่อ 5 ตุลาคม 2568 ว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศในพื้นที่ฉนวนกาซาอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ด้านโฆษกรัฐบาลอิสราเอลระบุว่าไม่มีการทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัน ดังนั้น กองทัพอิสราเอลมีสิทธิปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อปกป้องความมั่นคง สหรัฐฯ ไม่พอใจและวิจารณ์ว่าปฏิบัติการการที่อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีรายงานชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จะเป็นอุปสรรคต่อการเจรจา เพื่อช่วยเหลือตัวประกันในฉนวนกาซา เพราะการโจมตีจะขัดขวางกระบวนการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้ตัวประกันที่คาดว่ายังมีอยู่ชีวิตอยู่อีก 20 คน รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าแผนสร้างสันติภาพ ตลอดจนทำให้ความพยายามของประเทศในตะวันออกกลางที่โน้มน้าวให้กลุ่มฮะมาสยอมรับข้อตกลงดังกล่าวได้ล้มเหลว แม้อิสราเอลจะยังปฏิบัติการโจมตีต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซาแล้วอย่างน้อย 67,000 คน แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับการเจรจา โดยส่งคณะผู้แทนไปร่วมการเจรจาที่อียิปต์ ซึ่งจะได้พบหารือกับผู้แทนจากสหรัฐฯ และกาตาร์ สหรัฐฯ และประชาคมระหว่างประเทศ คาดหวังให้การเจรจาครั้งนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การทำข้อตกลงหยุดยิง  แต่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่เชื่อมั่นว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากกลุ่มฮะมาสยังไม่ตอบรับเงื่อนไขการวางอาวุธ ส่วนอิสราเอลก็ยังไม่ตอบรับว่าจะถอนกำลังทหารออกจากฉนวนกาซาทั้งหมด เพื่อให้กองกำลังของประเทศอาหรับเข้าไปรักษาความมั่นคงในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์การประท้วงต่อต้านอิสราเอลและสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในหลายประเทศ…

ซีเรียจัดการเลือกตั้งครั้งแรก หลังการโค่นล้มอดีตผู้นำ

ซีเรียจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกใน 5 ตุลาคม 2568 หลังจากการโค่นล้มอำนาจอดีตประธานาธิบดีบะชาร อัลอะซัด เมื่อ ธันวาคม 2567 การเลือกตั้งครั้งนี้จะยังไม่จัดขึ้นทั่วประเทศ และไม่ใช่การลงคะแนนเสียงจากประชาชนโดยตรง เนื่องจากจะมีคณะผู้เลือกตั้ง (electoral colleges) ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนไปลงคะแนนเลือกผู้แทนทำหน้าที่ในรัฐสภา จำนวน 140 ที่นั่งจาก 210 ที่นั่ง ส่วนอีก 70 ที่นั่งจะเป็นผู้แทนที่มาจากการแต่งตั้งโดยรัฐบาลรักษาการ นำโดยประธานาธิบดีอะห์มัด อัชชะระอ์ ซึ่งครองตำแหน่งผู้นำทางการเมืองของซีเรียมาตั้งแต่โค่นล้มอำนาจอดีตประธานาธิบดี ประธานาธิบดีบะชาร อัลอะซัด และยุติสงครามกลางเมืองที่ยาวนานกว่า 13 ปี การเลือกตั้งดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเมืองซีเรีย รวมทั้งการแสดงจุดยืนในเวทีระหว่างประเทศ เนื่องจากรักษาการประธานาธิบดีซีเรียกล่าวย้ำในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อกันยายน 2568 ว่า จะฟื้นฟูซีเรียขึ้นใหม่ให้มีกฎหมายชัดเจนและให้เป้นประเทศที่เคารพหลักสิทธิมนุษยชน แต่อาจถูกวิจารณ์เชิงลบจากนานาชาติ เนื่องจากซีเรียไม่ได้จัดการเลือกตั้งดังกล่าวในบางพื้นที่ที่พิจารณาแล้วว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ในพื้นที่ที่มีกองกำลังต่อต้านรัฐบาลปกครองอยู่ ในจังหวัด Sweida  ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มชาวดรูซ (Druze) รวมทั้งจังหวัด Raqqa และเมือง Hassakeh ซึ่งบางส่วนกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (Syrian Democratic Forces-SDF) ของชาวเคิร์ด…

การค้ามนุษย์ในกัมพูชาเชื่อมโยงกับการหลอกลวงทางออนไลน์

รายงานประจำปีของสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ และ Amnesty International (AI) ยืนยันว่า การค้ามนุษย์ในกัมพูชามีความเชื่อมโยงกับการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยรายงานประจำปีของสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 29 กันยายน 2568 จัดให้กัมพูชาอยู่ในกลุ่มต่ำสุดที่ไม่ได้มาตรฐานในการกวาดล้างการค้ามนุษย์ หรือ Tier 3  ซึ่งกัมพูชาอยู่ในกลุ่มนี้ต่อเนื่องเป็นปี ที่ 4  ทำให้เป็นสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการกดดันกัมพูชา เช่น การให้ความช่วยเหลือ และความร่วมมือ และรุนแรงจนถึงการคว่ำบาตร เป็นต้น รายงานฯ ของสหรัฐฯ เห็นว่า การค้ามนุษย์ในกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงทางออนไลน์ นั้น มีเจ้าหน้าที่ของรัฐทำการข่มขู่ เหยื่อ และพยาน รวมทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยการเข้าไปปกป้องการทำธุรกิจนี้  นอกจากนี้ กัมพูชายังไม่มีความคืบหน้าในการใช้นโยบายเกี่ยวกับการกวาดล้างการค้ามนุษย์อย่างชัดเจน   ผู้ดำเนินธุรกิจนี้ในกัมพูชามีการกักเหยื่อค้ามนุษย์ไว้ทำงาน หรือหาผลประโยชน์ด้วยให้หลอกลวงเหยื่อทางออนไลน์ พร้อมกับได้รับการเตือนล่วงหน้า หากเจ้าหน้าที่เข้าไปกวาดล้าง หรือหากมีการกวาดล้างได้ ธุรกิจการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ก็กลับไปเปิดใหม่ธุรกิจผิดกฎหมายดังกล่าวได้อีกในไม่นานนัก หลังจากจ่ายค่าปรับ รายงานของสหรัฐฯ อ้างตัวเลขของ NGOs ว่า มีแรงงานที่เป็นเหยื่อจากการถูกบังคับใช้แรงงานถึง 150,000 ราย ใน 350…

ปาปัวนิวกินีลงนามสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกับออสเตรเลีย

นายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ของปาปัวนิวกินี แถลงเมื่อ 2 ตุลาคม 2568 ว่า คณะรัฐมนตรีปาปัวนิวกีนีอนุมัติให้ผู้นำเตรียมลงนามสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกับออสเตรเลีย (Mutual Defence Treaty) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สนธิสัญญา Pukpuk” (Pukpuk Treaty) โดยสนธิสัญญานี้จะยกระดับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศให้เป็น “พันธมิตรอย่างเป็นทางการ“ ซึ่งเป็นสนธิสัญญาพันธมิตรใหม่ฉบับแรกของออสเตรเลียในรอบกว่า 70 ปี (สนธิสัญญาพันธมิตรอื่น ๆ คือ ANZUS กับสหรัฐฯ และนิวซีแลนด์) ซึ่งนายกรัฐมนตรีของปาปัวนิวกีนีและออสเตรเลียจะลงนามร่วมกันใน 6 กันยายน 2568 และรัฐสภาทั้งสองประเทศจะต้องผ่านการให้สัตยาบันจึงจะมีผลบังคับใช้ สนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วม หรือ Pukpuk Treaty กำหนดให้ทั้งออสเตรเลียและปาปัวนิวกีนีต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกรณีที่มีการโจมตีทางทหารเกิดขึ้นกับประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยสนธิสัญญาดังกล่าวยังเพิ่มการบูรณาการด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และบุคลากรทางทหารระหว่างออสเตรเลีย และปาปัวนิวกีนี ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ชาวปาปัวนิวกีนีมากถึง 10,000 คนสามารถเข้าร่วมกับกองกำลังป้องกันประเทศออสเตรเลีย (Australian Defence Force – ADF) ภายใต้ “ข้อตกลงคู่ขนาน” (dual arrangements) และอาจเป็นช่องทางสู่การได้รับสัญชาติออสเตรเลีย ทั้งนี้ กองทัพปาปัวนิวกีนีจะได้ประโยชน์จากสนธิสัญญานี้…

รัฐบาลฝรั่งเศสส่งเสริมให้ใช้แอปแชท “Tchap” เพื่อรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญ

              นายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ เบย์รู ของฝรั่งเศสออกมาตรการ เมื่อห้วงกันยายน 2568 บังคับให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐใช้งานแอปพลิเคชันแชท “Tchap” ที่พัฒนาโดยฝรั่งเศส สำหรับการสื่อสารในงานราชการทั้งหมด เพื่อปกป้องและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงส่งเสริมความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่ทางการฝรั่งเศสสั่งห้ามการใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความจากต่างประเทศ อาทิ WhatsApp Signal หรือ Telegram สำหรับการสื่อสารที่เป็นทางการเนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย Tchap (อ่านว่า ‘แช็ป’) แอปพลิเคชันส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีที่มีการเข้ารหัส (Secure Instant Messaging App) ที่รัฐบาลฝรั่งเศสพัฒนาขึ้นเป็นการภายในและเป็นของรัฐ (Home-grown, State-owned) โดย DINUM หรือหน่วยงานกลางของรัฐบาลฝรั่งเศส ที่มีบทบาทเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของประเทศ และกำกับดูแลด้วยหน่วยงานแห่งชาติเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศของฝรั่งเศส หรือ ANSSI อย่างไรก็ดี แอปพลิเคชันดังกล่าวยังสงวนไว้เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการพลเรือนของฝรั่งเศสเท่านั้น การลงทะเบียนจะต้องใช้อีเมลที่ออกให้หน่วยงานของรัฐบาล (เช่น @gouv.fr) ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Tchap แล้วประมาณ 300,000 คน ให้แพร่หลายมากขึ้นในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีอยู่ประมาณ 5.7 ล้านคน นอกจากแอปพลิเคชันดังกล่าว ฝรั่งเศสยังมีแอปแชทที่พัฒนาโดยตนเองอีก คือ…