องค์กรช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาสนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยสามารถพึ่งพาตนเอง

  องค์กร The Border Consortium หรือ TBC ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้หนีภัยการสู้รบในเมียนมามาตั้งแต่ปี 2527 แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา โดยเมื่อ 20 มิถุนายน 2568 ซึ่งตรงกับ World Refugee Day หรือ “วันผู้ลี้ภัยโลก” TBC เผยแพร่รายงานประจำปี 2568 ว่า ปัจจุบันผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาที่อยู่บริเวณพรมแดนไทย เผชิญความท้าทาย เนื่องจากได้รับทุนสนับสนุนในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมน้อยลงจากการดำเนินนโยบายที่ไม่แน่นอนและคาดการณ์ได้ยากของประเทศผู้สนับสนุนงบประมาณ ทำให้องค์กรภาคประชาสังคมไม่สามารถดำเนินงานตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม TBC พยายามแก้ไขสถานการณ์วิกฤตนี้ด้วยการหาแนวทางใหม่ในการช่วยเหลือผู้หนีภัยสู้รบชาวเมียนมา ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 108,000 ราย ที่ค่ายผู้หนีภัยสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แนวทางใหม่ที่ TBC เสนอนั้น มีสาระสำคัญคือต้องการให้รัฐบาลไทยมอบโอกาสในการเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตและทำงานให้ผู้หนีภัยสู้รบชาวเมียนมา ให้โอกาสในการเข้าสู่สังคม และปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้หนีภัยสู้รบ TBC ชื่นชมที่รัฐบาลไทยให้การคุ้มครองและปกป้องสิทธิของผู้หนีภัยสู้รบมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม TBC ต้องการส่งเสริมให้ผู้หนีภัยสู้รบมีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง (self-reliant refugee) เพื่อลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากองค์กรต่าง ๆ  โดย TBC ยืนยันว่า กลุ่มผู้หนีภัยสู้รบชาวเมียนมามีศักยภาพมากพอทั้งด้านการปรับตัว ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเรียนรู้ทักษะในการทำงาน…

อิสราเอลและอิร่านฟาดฟันกันบนโลกไซเบอร์

หลังจากอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านด้วยขีปนาวุธเมื่อ 13 มิถุนายน 2568 โลกไซเบอร์เป็นอีกสมรภูมิที่อิสราเอลและอิร่านฟาดฟันกัน และเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้เกิดการตอบโต้ไปมา อย่างน้อยจนถึง 19 มิถุนายน 2568  ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลงได้  ตัวแสดงที่ฟาดฟันบนโลกไซเบอร์ ดำเนินการโดยแฮกเกอร์ทั้งที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายให้การสนับสนุน และแฮกเกอร์ที่มีอุดมการณ์ของตนเอง เป้าหมายของการโจมตีคือทำให้ให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอีกฝ่ายหยุดชะงัก โดยไม่ต้องใช้กำลังทางทหาร สำนักงานของ Radware บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐฯ ที่กรุงเทลาวีฟระบุว่า แฮกเกอร์ที่รัฐบาลอิหร่านให้การสนับสนุน โจมตีทางไซเบอร์ต่อเป้าหมายในอิสราเอลเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 700 หลังจากที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อ 13 มิถุนายน 2568  โดยเน้นโจมตีเว็บไซต์ของภาครัฐ ธนาคาร โทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ และที่สำคัญแฮกเกอร์กลุ่ม Handala ที่สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ด้วยการโจมตีบริษัทอิสราเอลหลายแห่ง รวมถึงบริษัทปิโตรเคมีของอิสราเอลที่ชื่อ Delek Group กลุ่มแฮกเกอร์ Mysterious Team Bangladesh และกลุ่ม Arabian Ghost ยังได้เตือนจอร์แดนและซาอุดีอาระเบียไม่ให้การสนับสนุนอิสราเอล มิฉะนั้นจะถูกโจมตีทางไซเบอร์เช่นเดียวกับอิสราเอล ซึ่งกลุ่มได้เจาะข้อมูล และปิดสถานีวิทยุหลายแห่งของอิสราเอลไปแล้วด้วย อิหร่านยังป้องกันระบบไซเบอร์ในประเทศด้วยการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากนอกอิหร่านอีกด้วย ซึ่งทำให้ระบบโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศใช้ไม่ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ห้ามใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต…

สหรัฐฯ ให้วีซ่านักศึกษาต่างประเทศ แต่ต้องให้ตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 18 มิถุนายน 2568 ประกาศว่า สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการระงับวีซาแก่นักศึกษาและนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเดินทางไปสหรัฐฯ เนื่องจากได้รับข้อมูลว่ามีนักศึกษาต่างชาติจำนวนมากได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ที่เริ่มใช้เมื่อพฤษภาคม 2568 และมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสถาบันการศึกษาในสหรัฐฯ ที่จะเริ่มต้นภาคการศึกษาในปลายกรกฎาคม 2568 อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยกระดับการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ มากขึ้น โดยผู้ที่ต้องการวีซ่าจากสหรัฐฯ ต้องอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเคลื่อนไหวจากสื่อสังคมออนไลน์ หากไม่อนุญาต จะเท่ากับว่าพยายามปกปิดข้อมูลสำคัญต่อการพิจารณาคัดกรองและให้วีซ่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐฯ สามารถคัดกรองและตรวจสอบบุคคลที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้อย่างละเอียด และมั่นใจว่าจะไม่ปล่อยให้บุคคลที่มีทัศนคติที่เป็นอันตรายหรือภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ เดินทางเข้าประเทศ อย่างไรก็ตาม นักวิชาการจากสถาบันศึกษาในสหรัฐฯ บางส่วนยังมีมุมมองเชิงลบต่อมาตรการคัดกรองบุคคลที่เข้มงวด และเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพในการแสดงออก เปรียบเหมือนย้อนกลับไปช่วงสงครามเย็น นักศึกษาต่างชาติที่รอเข้าศึกษาในสหรัฐฯ แสดงความยินดีที่สหรัฐฯ ทบทวนมาตรการดังกล่าว และจะเริ่มมีการสัมภาษณ์เพื่อประกอบการพิจารณาให้วีซ่าในสัปดาห์หน้า แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการให้วีซ่าแก่นักศึกษาต่างชาติ แต่รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีนโยบายเข้มงวดต่อการคัดกรองชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งการกดดันมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือมหาวิทยาลัย Harvard ให้ส่งข้อมูลนักศึกษาให้หน่วยความมั่นคงตรวจสอบ การขู่จะยกเลิกวีซ่าแก่นักศึกษาต่างชาติที่ปัจจุบันอยู่ในสหรัฐฯ และเมื่อ 14 มิถุนายน 2568 สหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ 36 ประเทศ เพิ่มมาตรการคัดกรองบุคคลที่ต้องการเดินทางไปสหรัฐฯ ภายใน 60…

สหรัฐฯ จะยังไม่โจมตีอิหร่านโดยตรง อิสราเอล-อิหร่านโจมตีกันต่อเนื่อง

สถานการณ์การตอบโต้ทางการทหารระหว่างอิสราเอล-อิหร่านตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 19 มิถุนายน 2568 มีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีสำนักงานใหญ่หน่วยงานความมั่นคงภายในของอิหร่าน ที่กรุงเตหะราน พร้อมกับที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ สถานการณ์ที่รุนแรงและเสี่ยงขยายตัว เนื่องจากผู้นำของทั้ง 2 ฝ่ายยังมุ่งมั่นใช้กลไกด้านการทหารเพื่อปกป้องประเทศ อิสราเอลประกาศเตือนให้ชาวอิหร่านอพยพออกจากเมือง Arak และ Khondab ทางภาคตะวันตกของอิหร่าน เนื่องจากอิสราเอลเตรียมพร้อมจะโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว และยืนยันว่าอิสราเอลจะเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อไป เน้นโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทหารและที่ตั้งกองทัพอิหร่าน ด้านอิหร่านระบุว่าได้ใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศทั่วประเทศแล้ว และยังพร้อมใช้มาตรการทางการทูตแก้ไขปัญหา แต่ปัจจุบันจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยการโจมตี เพื่อปกป้องตนองจากภัยคุกคาม การโจมตีที่เกิดขึ้นนี้ อิหร่านใช้ขีปนาวุธเป็นอาวุธหลัก เช่น ขีปนาวุธรุ่น Sejjil-2 หรือขีปนาวุธพิสัยกลางที่อิหร่านออกแบบและผลิตเอง ส่วนอิสราเอลใช้เครื่องบินรบและอากาศยานไร้คนขับเป็นเครื่องมือในการโจมตีอิหร่าน ทั้งนี้ ปฏิบัติการของอิสราเอลได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศที่มีมุมมองว่าแม่นยำและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์อิสลาม (IRGC) ได้ สะท้อนว่าหน่วยข่าวกรองของอิสราเอลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อยู่และที่ตั้งสำคัญทางการทหารของอิหร่านได้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าปัจจุบันอิหร่านเร่งปราบปรามและสกัดกั้นความพยายามของหน่วยข่าวกรองอิสราเอล รวมทั้งสายลับอิสราเอลที่อยู่ในอิหร่าน เนื่องจากความเคลื่อนไหวของหน่วยข่าวกรองอิสราเอลในอิหร่าน จะทำให้อิหร่านเสียเปรียบมากขึ้น การตอบโต้ระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ทำให้นานาชาติอพยพประชาชนออกจากทั้ง 2 พื้นที่ ตลอดจนประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือพลเรือนของตนเองที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยย้ำว่าสหรัฐฯ อยู่เคียงข้างอิสราเอล พร้อมกับเสนอให้ผู้นำอิหร่านประกาศยอมแพ้ เพื่อลดระดับความตึงเครียดในพื้นที่ แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ…

ชาวกัมพูชาเดินขบวนในกรุงพนมเปญเพื่อสนับสนุนรัฐบาล

สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 19 มิถุนายน 2568 ว่าชาวกัมพูชาจำนวนมากกว่า 150,000 คน รวมตัวกันชุมนุมในกรุงพนมเปญ เมื่อ 18 มิถุนายน 2568 เพื่อแสดงการสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาที่อยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทยตามหลักการสันติภาพ รวมทั้งแสดงออกถึงความเป็นเอกภาพและความรักชาติ สำหรับชาวกัมพูชาเรียกการเดินขบวนในครั้งนี้ว่า “Solidarity March” นำโดยรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาและประธานกลุ่มสหภาพเยาวชนแห่งกัมพูชา (UYFC) มีรายงานว่าผู้เข้าร่วมขบวนดังกล่าวมาจากหลายสาขาอาชีพ รวมทั้งมีพระสงฆ์ ผู้สูงสอายุ พนักงานราชการ นักเรียนนักศึกษา นักธุรกิจ และนักกีฬา รวมทั้งกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ที่ต้องการสนับสนุนรัฐบาล ทั้งนี้ สื่อรายงานว่า สหภาพเยาวชนแห่งกัมพูชา (UYFC) เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการเดินขบวนดังกล่าว เพื่อสนับสนุนรัฐบาลและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย ผู้เข้าร่วมเดินขบวนชูธงชาติกัมพูชาและสวมชุดประจำชาติ นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ระบุว่าเป็นโอกาสดีที่ให้ชาวกัมพูชาได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ร่วมกันอย่างภาคภูมิใจว่ารักชาติ ตลอดจนเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ผู้เข้าร่วมการเดินขบวนยังสนับสนุนกรณีที่รัฐบาลกัมพูชายื่นเรื่องการพิจารณาอธิปไตยเหนือพื้นที่ในไทยให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตัดสินด้วย ทั้งนี้ การเดินขบวนดังกล่าวมีขึ้นพร้อมกับที่สถาบัน Asian Vision Institute (AVI) ของกัมพูชา เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวกัมพูชาต่อสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทยว่าสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และเห็นด้วยกับท่าทีของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา รวมทั้งนายกรัฐมนตรีฮุน มาแนตของกัมพูชาที่ระบุว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักสันติวิธีและกลไกกฎหมายระหว่างประเทศ…

ผลผลิตทางการเกษตรเสี่ยงเจอภาวะล้นตลาดมากขึ้น

สถานการณ์ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ เช่น ลำไยภาคเหนือ คาดว่าในปี 2568 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดถึง 740,000 ตัน ปริมาณสูงที่สุดในรอบ 10 ปี และเกินความต้องการตลาด  200,000 ตัน เพราะจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกส่วนใหญ่ ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ และมีการนำเข้าผลไม้จากประเทศอื่นเพื่อเพิ่มขึ้น ด้านผลผลิตทุเรียน ปัญหาคือเกษตรกรเลิกปลูกพืชชนิดอื่น และปลูกทุเรียนมากขึ้น ทำให้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมีมากกว่าปกติ โดยคาดว่าถึง 400,000 ตัน  ซึ่งราคาทุเรียนในตลาดตอนนี้ ลดลงเหลือเฉลี่ย 110 บาท/กก. เท่านั้น  ผลกระทบในระยะต่อไปคือเกษตรกรไม่มีเงินเหลือเพียงพอหมุนเวียนเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในฤดูต่อไป และการร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้น 

หน่วยงานเศรษฐกิจปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2568

ธนาคารโลก (World Bank) ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยลงเหลือร้อยละ 1.8 ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดเหลือร้อยละ 1.4 โดยเห็นคล้ายกันว่ามาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทย เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักรกล เหล็ก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ หดตัว  รวมถึงการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่คาดว่าสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าของธุรกิจค้าปลีกในปี 2568 จะอยู่ที่ร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากอัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้าไทยยังคงไว้อยู่ที่ร้อยละ 10 ตลอดทั้งปี คาดการณ์ว่าการส่งออกไทยจะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 0.5 และ GDP ไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ที่ร้อยละ 1.8

เด็กและเยาวชนสนใจศึกษาและใช้ AI แต่ในทางไม่ถูกต้อง

เทรนด์การใช้ AI ในปัจจุบันได้แพร่กระจายไปยังประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ใช้ AI ในแทบทุกกิจกรรมของชีวิต แต่ปัญหาที่เริ่มพบมากขึ้นคือมีการนำ AI มาใช้อย่างไม่ถูกต้อง เช่น การให้ทำการบ้านแทน และกลุ่มนักเรียนชายแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนหญิงนำไปตัดต่อด้วย AI ให้มีลักษณะโป๊เปลือย ก่อนเผยแพร่ลงในเว็บไซต์อนาจาร หรือนำภาพศีรษะเพื่อนนักเรียนหญิงไปตัดต่อกับร่างกายบุคคลอื่นด้วย AI ในลักษณะที่โป๊เปลือยทั้งร่าง นอกจากนี้ พบผลการศึกษาว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนใช้ Chatbot AI เช่น ChatGPT และ Gemini มากขึ้น รวมถึงแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สร้างหรือตอบกับ Bot เลียนแบบตัวละคร โดยขาดการควบคุมที่เหมาะสมทำให้เกิดวัฒนธรรมดิจิทัลใหม่ โดยเฉพาะการสร้างมีมแบบไร้สาระและจงใจทำให้เกิดความสับสน ซึ่งแพร่กระจายผ่านวิดีโอสั้น ๆ

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง

หอการค้าไทยเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน พ.ค.68 พบว่า ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 54.2 อยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม ราคาสินค้าก็มีแนวโน้มแพงขึ้น ด้านกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ธุรกิจในกลุ่มค้าปลีกจะเผชิญกับกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง  การชะลอการการใช้จ่าย ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มมูลค่าจะเปราะบางต่อไปสะท้อนจากยอดเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายจากรัฐ แต่กระตุ้นกำลังซื้อไม่ได้ นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้น

กัมพูชาเตรียมอำนวยความสะดวกแรงงานเดินทางกลับประเทศ

  สื่อกัมพูชารายงานเมื่อ 15 มิถุนายน 2568 ว่า รัฐบาลกัมพูชาเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกให้แรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทยสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่าวสะดวกสบาย หากรัฐบาลกัมพูชาประกาศใช้มาตรการอพยพชาวกัมพูชาออกจากบริเวณพรมแดน จากกรณีปัญหาพรมแดนกัมพูชา-ไทยในปัจจุบัน  ล่าสุด หน่วยงานของรัฐบาลกัมพูชาและกรุงพนมเปญจัดการประชุมเตรียมการเมื่อ 14 มิถุนายน 2568 และมีมติว่าจะเตรียมพร้อมรถบัส 400 คันเพื่ออพยพชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่อ่อนไหวทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมย้ำว่าพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลทันที เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนชาวกัมพูชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกัมพูชาประกาศว่าในประเทศมีตำแหน่งงานจำนวนมากที่รองรับสำหรับผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะงานในพื้นที่จังหวัด Kampong Speu มีตำแหน่งงานมากกว่า 58,000 ตำแหน่ง ในจังหวัด Kandal จำนวน 8,500 ตำแหน่ง จังหวัด Kampong Cham ประมาณ 12,000 ตำแหน่ง และจังหวัด  Koh Kong มากกว่า 7,700 ตำแหน่ง ขณะที่กรุงพนมเปญมีตำแหน่งงานว่างถึง 26,000 ตำแหน่ง จึงมีความพร้อมที่จะรับแรงงานกัมพูชากลับจากไทย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการประชุมกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ที่กรุงพนมเปญ โดยสื่อมวลชนกัมพูชารายงานว่าการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น และจะมีการประชุมอีกครั้งใน…