โป๊ปเลโอที่ 14 สมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่

  สำนักวาติกันประกาศเมื่อ 9 พฤษภาคม 2568 ผลการประชุมลับของพระคาร์ดินัล (Conclave) เพื่อคัดเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ที่ 267 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ที่วัดน้อยซิสทีน ในนครรัฐวาติกัน โดยเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 18.00 น.ของนครรัฐวาติกัน พระคาร์ดินัลได้เลือกพระคาร์ดินัลชาวอเมริกัน คือพระคาร์ดินัล Robert Prevost อายุ 69 ปี เป็นสมเด็จพระสันตะปาปา จะทรงใช้พระนามว่า “ลีโอที่ 14” และพระองค์ทรงปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกในฐานะผู้นำคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่นครรัฐวาติกันแล้ว ผู้นำต่างประเทศทยอยแสดงความยินดี ด้านชาวอเมริกันจำนวนมากแสดงความเห็นว่า การที่มีสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นชาวอเมริกันครั้งแรกถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ขณะที่ชาวเปรูก็แสดงความยินดีและภาคภูมิใจ เพราะสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เคยประกอบศาสนกิจอยู่ที่เปรูเป็นระยะเวลานานและได้รับสัญชาติเปรูด้วย คาดว่าบทบาทของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 จะสานต่อนโยบายการปฏิรูปคริสตจักรให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ เนื่องจากเป็นนักบวชที่มีแนวคิดเหมือนกับอดีตพระสันตะปาปาฟรานซิส และให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ยากไร้ทั่วโลก นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ทิศทางการแสดงบทบาทของโป๊ปพระองค์ใหม่ จากการเลือกชื่อ “เลโอ” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงนักบวชที่จะให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางสังคมและการนำพาคริสตจักรผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 อาจะเผชิญความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างแนวคิดปฏิรูปและการยึดมั่นในหลักคำสอนดั้งเดิมของคริสตจักรด้วยเช่นกัน เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสิทธิผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ และท่าทีของสมเด็จพระสันตะปาปาต่อสถานการณ์ความมั่นคงและความขัดแย้งของโลก แต่การที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 มีประสบการณ์ในระดับนานาชาติที่หลากหลายและได้รับการสนับสนุนจากทั่วโลก…

สหราชอาณาจักรเจรจาลดภาษีสหรัฐฯ สำเร็จ จับตาสหรัฐฯ เจรจากับจีน ใน 15 พ.ค.68

  ผู้นำสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ เมื่อ 9 พฤษภาคม 2568 ประกาศว่าทำข้อตกลงร่วมกันเรื่องการค้า โดยเฉพาะประเด็นอัตราภาษีนำเข้า โดยสินค้าจากสหราชอาณาจักรจะเผชิญภาษีร้อยละ 10 ขณะที่อะลูมิเนียมและเหล็กบางประเภท ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกจากที่สำคัญของสหราชอาณาจักรไปสหรัฐฯ จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าด้วย ข้อตกลงดังกล่าวเป็นความสำเร็จของสหราชอาณาจักรที่เจรจากับสหรัฐฯ ได้ และผ่อนคลายภาระของอุตสาหกรรมในสหราชอาณาจักรที่มีรายได้หลักจากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรี Keir Starmer ของสหราชอาณาจักรระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยปกป้องแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศได้ และยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหราชอาณาจักรต่อไป ก่อนหน้านี้เมื่อ มกราคม 2568 สหรัฐฯ ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหราชอาณาจักรร้อยละ 25 แม้ว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะกล่าวถึงข้อตกลงทางการค้า แต่ยังไม่มีการลงนามในข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าว แม้สหราชอาณาจักรจะได้รับการยกเว้นภาษีในสินค้าบางประเภทที่จะส่งออกไปสหรัฐฯ  โดยเฉพาะรถยนต์ เหล็กและอะลูมิเนียม แต่สหรัฐฯ จะได้โอกาสส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและเนื้อวัวไปยังสหราชอาณาจักรมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักการเมืองและพรรคฝ่ายค้านของสหราชอาณาจักรไม่มั่นใจว่าการทำข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้เสียเปรียบสหรัฐฯ ที่กดดันเรื่องมาตรฐานการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรและยารักษาโรค ประเด็นนี้ทำให้นักการเมืองบางส่วนมองว่าสหราชอาณาจักรยังไม่พ้นจากความเสี่ยง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศแรก ๆ ที่เจรจาลดภาษีนำเข้ากับรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สำเร็จก็ตาม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เร็ว ๆ นี้…

รัสเซียและเกาหลีเหนือจะมีสะพานรถยนต์เชื่อมพรมแดนระหว่างกัน

  รัสเซียและเกาหลีเหนือประเทศที่ประชาคมโลกเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับสหรัฐฯ หรือโลกตะวันตก กำลังเชื่อมโยงทางกายภาพทางถนนจากเดิมที่ที่มีเส้นทางรถไฟ  และความใกล้ชิดในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน รวมถึงด้านการทหารที่เมื่อ 28 เมษายน 2568 เกาหลีเหนือออกมายอมรับว่าได้ส่งทหารไปช่วยรัสเซียรบในความขัดแย้งกับยูเครน ด้านผู้นำรัสเซียก็แสดงความขอบคุณผู้นำเกาหลีเหนือที่ส่งทหารไปช่วยรัสเซียยึดคืนดินแดนทางตะวันออกของรัสเซียจากการควบคุมของยูเครน รัสเซียและเกาหลีเหนือวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างสะพานรถยนต์เชื่อมพรมแดนระหว่างสองประเทศ เมื่อ 30 เมษายน 2568 ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันที่เมืองราซอน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ และเมืองคาซานของรัสเซีย เมืองชายแดนของทั้งสองประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย อาทิ นาย Mikhail Mishustin นายกรัฐมนตรีรัสเซีย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือเข้าร่วม อาทิ นายนายพัค แท-ซ็อง นายกรัฐมนตรีเกาหลีเหนือ สะพานรถยนต์ดังกล่าวจะมีความยาวประมาณ 4.7 กิโลเมตร กว้างประมาณ 7 เมตร ในรูปแบบถนน 2 เลน ข้ามแม่น้ำตูเมน (Tumen River) พรมแดนธรรมชาติระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ และคู่ขนานกับสะพานทางรถไฟที่สร้างขึ้นเชื่อมต่อสองประเทศหลังสงครามเกาหลีสิ้นสุด หรือรู้จักกันในชื่อ “สะพานมิตรภาพ” โดยเริ่มก่อสร้างวันเดียวกับพิธีวางศิลาฤกษ์คือเมื่อ 30 เมษายน 2568 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งแรกของปี 2569 ที่มา: Radio…

นายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนใหม่เผชิญความท้าทายในการบริหารประเทศ

  สภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี สภาล่าง หรือ Bundestag เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568 ลงมติรับรองนาย Friedrich Merz หัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม หรือ Christian Democratic Union (CDU) อายุ 69 ปี เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้รับคะแนน 325 เสียง การลงมติรับรองผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่เหมือนกับครั้งที่ผ่านมา เนื่องจาก ต้องลงมติถึง 2 ครั้ง เนื่องจากในการลงมติครั้งแรก นาย Merz ไม่ได้รับคะแนนสนับสนุนมากพอ นับว่าเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองของเยอรมนีที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และสะท้อนว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Merz จะต้องเผชิญความท้าทายทางการเมืองอย่างมาก โดยพรรค CDU ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จากการร่วมมือกับพรรค Christian Social Union in Bavaria (CSU) ซึ่งร่วมมือกันเป็น CDU/CSU ได้คะแนนร้อยละ…

อินเดียโจมตีข้ามพรมแดนปากีสถานและดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ : ปากีสถานพร้อมตอบโต้

  อินเดียปฏิบัติการโจมตีปากีสถาน เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568 รวมทั้งดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ด้วยขีปนาวุธข้ามพรมแดน พร้อมเปิดเผยว่าได้โจมตีพื้นที่สำคัญ 9 แห่ง ที่อินเดียเชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธกลุ่ม Jaish-e-Mohammed (JeM หรือ Army of Muhammad)  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีนักท่องเที่ยวในเมือง Pahalgam ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ เมื่อเมษายน 2568 ดังนั้น อินเดียจำเป็นต้องโจมตีเพื่อส่งสัญญาณให้นานาชาติและผู้ก่อการร้ายเห็นว่าไม่ควรมีการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และประชาคมระหว่างประเทศควรสนับสนุนปฏิบัติการ Operation Sindoor ของอินเดียครั้งนี้ด้วย สำหรับการปฏิบัติการทหารครั้งนี้ของรัฐบาลอินเดียได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นด้วยกับการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายและปกป้องความมั่นคงในประเทศ ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาและประณามการโจมตีของอินเดีย พร้อมเปิดเผยว่าอินเดียโจมตีพื้นที่สำคัญ 3 แห่ง ซึ่งรวมทั้งพื้นที่พลเรือนและพรมแดน ปากีสถานพร้อมตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนและประชาชนชาวปากีสถาน รวมทั้งกล่าวโทษว่าการโจมตีของอินเดียเป็นการละเมิดอธิปไตย และเป็นการกระทำที่นำไปสู่สงคราม ปากีสถานรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตอย่างร้อย 8 รายและได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 35 ราย คาดว่าปัจจุบันปากีสถานอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมตอบโต้อินเดีย โดยมีการแจ้งไปยัง UNSC เพื่อย้ำสิทธิการปกป้องตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเบื้องต้น กองทัพปากีสถานได้ยิงเครื่องบินขับไล่ของอินเดียตกอย่างน้อย 5 ลำ เพื่อตอบโต้การรุกราน อินเดียประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ว่าเสี่ยงลุกลามบานปลายเป็นการปะทะทางการทหารระหว่างกัน อินเดียจึงเตรียมความพร้อมด้วยการจัดการฝึกซ้อมให้ปกป้องความมั่นคงพลเรือนทั่วประเทศ ได้แก่ ซ้อมอพยพพลเรือนและเตรียมเส้นทางหนีภัย…

อิสราเอลอนุมัติแผนผนวกฉนวนกาซาและควบคุมการส่งความช่วยเหลือในพื้นที่

  นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลประกาศเมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 ว่า อิสราเอลจะผนวกดินแดนบางส่วนของฉนวนกาซา พร้อมทั้งควบคุมการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่สามารถเดินทางเข้า-ออกดินแดนส่วนที่อิสราเอลควบคุมได้อย่างเด็ดขาด การเดินหน้าผนวกดินแดนดังกล่าวจะมีขึ้นพร้อมกับการขยายสำหรับอาณาเขตพื้นที่ในฉนวนกาซาที่อิสราเอลจะครอบครองเพื่อบริหารจัดการนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้ในปัจจุบัน และจะมีทหารของอิสราเอลประจำการอยู่เพื่อปกป้องความมั่นคง ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูดังกล่าวมีขึ้น หลังจากอิสราเอลแต่งตั้งนาย Eyal Zamir เป็นผู้บัญชาการทหารคนใหม่ คาดว่ามีส่วนร่วมในการแนะนำให้อิสราเอลใช้มาตรการทางทหารที่แข็งกร้าวมากขึ้น และนโยบายผนวกพื้นที่ในฉนวนกาซา แม้ว่านานาชาติจะคัดค้านแนวนโยบายดังกล่าวเนื่องจากเสี่ยงทำให้ความขัดแย้งขยายตัว และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ขัดแย้ง ปฏิบัติการขยายพื้นที่ควบคุมและผนวกฉนวนกาซาของอิสราเอลจะเริ่มขึ้นในห้วงกลางพฤษภาคม 2568 ซึ่งจะแตกต่างจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาที่ผ่านมา เพราะในแต่ละครั้งอิสราเอลจะประจำการทหารไว้ในพื้นที่ เพื่อไม่ปล่อยให้กลุ่มฮะมาสสามารถยึดคืนพื้นที่ได้อีก นักวิชาการอิสราเอลเชื่อว่า แผนการนี้อาจทำให้อิสราเอลประสบความสำเร็จในการกวาดล้างกลุ่มฮะมาสตามเป้าหมาย สื่อมวลชนต่างประเทศประเมินว่าการประกาศแผนผนวกฉนวนกาซาของอิสราเอลอาจเป็นวิธีการเพิ่มแรงกดดันให้กลุ่มฮะมาสยอมปล่อยตัวประกันทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาลอิสราเอล อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ได้ขู่เท่านั้น เพราะมีการเรียกระดมกำลังสำรองเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในฉนวนกาซา นอกจากนี้ มีรายงานอิสราเอลเตรียมเคลื่อนย้ายชาวปาเลสไตน์ 2 ล้านคน ให้อพยพออกจากพื้นที่ทหาร ขณะที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเตือนว่าปัจจุบันความช่วยเหลือไม่เพียงพอต่อความต้องการ และหากมีการย้ายถิ่นฐานอีกจะซ้ำเติมวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา องค์กรให้ความช่วยเหลือด้านมนุยธรรมจำนวนมากคัดค้านแผนการของอิสราเอลและประกาศเมื่อ 6 พฤษภาคม 2568 ว่าจะไม่ให้ความร่วมมือกับแผนการควบคุมและจัดการความช่วยเหลือของอิสราเอล เพราะเสี่ยงเป็นโอกาสให้อิสราเอลใช้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเครื่องมือต่อรองและเอื้อประโยชน์ต่อปฏิบัติการด้านการทหาร ตลอดจนไม่เชื่อมั่นในระบบการกระจายความช่วยเหลือของอิสราเอลที่อาจไม่ทั่วถึง ท่าทีของอิสราเอลยังคงแข็งกร้าวอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันกำลังปฏิบัติการทางทหารในหลายพื้นที่พร้อมกัน ได้แก่ ฉนวนกาซา เขตเวสต์แบงก์ ซีเรีย เยเมน และเลบานอน…

รัสเซียปิดทำการท่าอากาศยานในกรุงมอสโกหลังเหตุการณ์โจมตีด้วยโดรน

รัสเซียเมื่อ 5 พฤษถาคม 2568 รายงานว่า ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ปฏิบัติการโจมตีกรุงมอสโกในช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 4-5 พฤษภาคม 2568 รวมจำนวนการโจมตีครั้งแรกอย่างน้อย 26 ครั้ง และครั้งที่ 2 จำนวนอย่างน้อย 19 ครั้ง  การโจมตีดังกล่าวยังไม่รุนแรงหรือทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย ส่งผลให้รัสเซียต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยปิดทำการท่าอากาศยานในกรุงมอสโกทั้งหมด 4 แห่ง เป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ มีรายงานพบโดรนของยูเครนโจมตีรัสเซียในหลายเมือง เช่น เมือง Penza และ Voronezh มีรายงานจากสื่อมวลชนตะวันตกว่า รัสเซียยกเลิกการเดินขบวนพาเหรดฉลอง Victory Day ในเมือง Sevastopol  ของแคว้นไครเมีย เมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 เนื่องจากวิตกกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีรายงานว่ายูเครนยิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกในบริเวณทะเลดำ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้หน่วยความมั่นคงรัสเซียซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมจัดงานฉลองเนื่องใน 9 พฤษภาคม 2568 ที่ตรงกับวันมหาสงครามของผู้รักชาติ หรือ Victory Day…

3 ประเด็นท้าทายของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หลังชนะการเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรี Anthony Albanese อายุ 62 ปี/2568 ชนะการเลือกตั้งทั่วไปของออสเตรเลียเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568 จึงจะได้ดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงานและผู้นำรัฐบาลต่อไปเป็นสมัยที่ 2 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี สำหรับชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นชัยชนะแบบขาดลอย (landslide) เหนือคู่แข่งทางการเมือง หรือนาย Peter Dutton จากพรรคอนุรักษ์นิยม โดยจากการนับคะแนน พรรคแรงงานได้คะแนนในสภาผู้แทนราษฎร 85 ที่นั่งจากทั้งหมด 150 ที่นั่ง ซึ่งทำให้เป็นเสียงส่วนมาก เพียงพอต่อการทำให้พรรคแรงงานได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล และเป็นคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่พรรคแรงงานมีที่นั่งในสภา 77 ที่นั่ง สะท้อนว่าพรรคแรงงานได้รับความนิยมมากขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2565 ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้กลุ่มที่สนับสนุนพรรคอนุรักษ์นิยมอย่างมาก นาย Dutton ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมให้ความเห็นว่า “Trump effect” หรือการที่ชาวออสเตรเลียเชื่อว่าตัวเขามีภาพลักษณ์และทัศนคติแบบเดียวกันกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีส่วนทำให้ชาวออสเตรเลียไม่มั่นใจแนวทางการบริหารประเทศของผู้นำที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมและต่อต้านจีน เพราะอาจเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ นาย Dutton ยังเสียเปรียบพรรคแรงงานเพราะนโยบายในช่วงการหาเสียงไม่ชัดเจนและทำให้ชาวออสเตรเลียสับสน จนไม่เชื่อมั่นว่านาย Dutton จะสามารถเจรจาต่อรองภาษีกับผู้นำสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม…

ปากีสถานทดสอบขีปนาวุธ กังวลความตึงเครียดกับอินเดียเพิ่มขึ้น

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 ว่า ปากีสถานประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธรุ่น Abdali มีระยะยิงได้ไกล 450 กิโลเมตร โดยการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมด้านการทหาร เพื่อให้กองทัพปากีสถานมีความพร้อมปกป้องความมั่นคง ด้านประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีปากีสถานแสดงความยินดีกับความสำเร็จดังกล่าว อย่างไรก็ดี นานาชาติห่วงกังวลว่าการทดสอบขีปนาวุธของปากีสถานอาจทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับอินเดียตึงเครียดมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในเมือง Pahalgam แคว้นแคชเมียร์ และกรณีที่ปากีสถานเชื่อว่าอินเดียเตรียมพร้อมปฏิบัติการทางทหารโจมตีปากีสถาน โดยอ้างความชอบธรรมจากเหตุการณ์โจมตีนักท่องเที่ยว แม้ว่าปากีสถานจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออินเดีย แต่มีรายงานเมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 ว่า ปากีสถานกังวลกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นและมาตรการของอินเดียที่ใช้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและทรัพยากรแก่ชาวปากีสถาน ดังนั้น รัฐบาลปากีสถานพยายามหาประเทศตัวกลางช่วยลดระดับความตึงเครียด โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 ให้ช่วยลดระดับความขัดแย้งกับอินเดีย ด้านรัสเซียตอบรับและแสดงความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางจัดการความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับอินเดีย สาเหตุที่รัสเซียมีแนวโน้มช่วยเหลือในการเจรจาครั้งนี้ได้ เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีและใกล้ชิดกับทั้งอินเดียปละปากีสถาน นักวิเคราะห์ประเมินว่าปากีสถานและอินเดียจะไม่ทำสงครามเต็มรูปแบบระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุทางการทหารจากการที่ต่างฝ่ายต่างเพิ่มการยั่วยุ เช่น มีรายงานการยิงตอบโต้กันระหว่างทหารของทั้ง 2 ฝ่ายบริเวณเส้นควบคุม หรือ Line of Control (LoC) ในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ จึงอาจทำให้เกิดเหตุปะทะที่ลุกลามบานปลายเป็นความขัดแย้งทางการทหารได้ สำหรับผลการสืบสวนเหตุการณ์กราดยิงนักท่องเที่ยวในแคว้นแคชเมียร์ รัฐบาลอินเดียยังคงเชื่อมั่นว่าปากีสถานอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ความตึงเครียดระหว่างทั้ง 2…

ราคายางพาราของไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษียานยนต์ของสหรัฐฯ

  สนข.Nikkei Asia ของญี่ปุ่นรายงานว่า ราคายางพาราของไทยในห้วงปัจจุบันอยู่ที่ 55-58 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 10-20 เมื่อเปรียบเทียบกับห้วง มี.ค. 67 ที่มีราคา 68 บาทต่อกิโลกรัม สาเหตุุที่ราคาลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทยและผลกระทบจากมาตรการภาษีต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษียานยนต์นำเข้าร้อยละ 25 ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคายางพารา นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบัน Marubeni ของญี่ปุ่น ประเมินว่า ราคายางพาราในตลาดโลกขึ้นอยู่กับผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรการภาษี ซึ่งสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนออกไป 90 วัน รวมถึงผลการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ด้วย