กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงของอิสราเอล สหรัฐฯ โจมตีท่าเรือเยเมน

นาย Khalil al-Hayya ผู้แทนการเจรจาของกลุ่มฮะมาสเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 18 เมษายน 2568 ว่า กลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อเสนอความตกลงหยุดยิงของอิสราเอล ที่เสนอให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด แลกเปลี่ยนกับการเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งกลุ่มฮะมาสเห็นว่า ความตกลงดังกล่าวจะเอื้อผลประโยชน์ทางการเมืองให้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ฝ่ายเดียว เนื่องจากไม่มีการระบุถึงการถอนทหารของอิสราเอลออกจากพื้นที่ หรือการปล่อยตัวชาวปาเสสไตน์ที่อยู่ในการควบคุมของอิสราเอล การปฏิเสธความตกลงดังกล่าวทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ เฉพาะอย่างยิ่งค่ายผู้ลี้ภัยและค่ายผู้พลัดถิ่น ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวติในฉนวนกาซาอยู่ที่ประมาณ 51,000 คน ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นเมื่อ ตุลาคม 2566

เมียนมาจะขยายมาตรการหยุดยิงเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือหลังภัยพิบัติ

นาย Anwar Ibrahim นรม.มาเลเซียและประธานอาเซียนในปี 2568 เปิดเผยเมื่อ 18 เมษายน 2568 ผลการหารือกับผู้นำรัฐบาลเมียนมาเมื่อ 17 เมษายน 2568 และกำหนดการหารือกับผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา (NUG) ที่กรุงทเพฯ ไทย ใน 18 เมษายน 2568 โดยเป็นการหารือกับคู่ขัดแย้งทางการเมืองของเมียนมาในเวลาใกล้เคียงกัน ที่เกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายระยะเวลามาตรการหยุดยิงต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือจากนานาชาติสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคม 2568 ได้ โดยประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องแล้ว ก่อนหน้านี้ ผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ของเมียนมาประกาศมาตรการหยุดยิงเป็นระยะเวลา 20 วัน ตั้งแต่ 2 เมษายน 2568 ตามด้วย NUG ประกาศหยุดยิงเช่นกัน เพราะเหตุแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างมาก

ฝรั่งเศสจัดการประชุมเรื่องสันติภาพในยูเครน

ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศต่าง ๆ ที่กรุงปารีส เมื่อ 17 เมษายน 2568 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพและความมั่นคงในยูเครน รวมทั้งภูมิภาคยุโรป โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เป็นประธานในการประชุมและได้พบหารือกับผู้นำ และผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศ ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร รวมทั้งสหรัฐฯ ซึ่งส่งนายมาร์ค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีข้อสรุปร่วมกันคือการสนับสนุนให้รัสเซียและยูเครนใช้การเจรจาโดยตรง และทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงคราม

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจส่งผลให้สินค้าจีนทะลักเข้าไทย

กรณีสหรัฐฯ และจีนออกมาตรการภาษีตอบโต้ระหว่างกันนั้น พบนักวิเคราะห์และภาคเอกชนต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบจากสงครามการค้าที่รุนแรง จนอาจทำให้เกิดการทะลักของสินค้าจีนมายังเอเชีย ตอ.ต. รวมถึงไทยที่เป็นจุดหมายสำคัญ เพราะมีการเติบโตของแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคไทยได้สะดวก ขณะที่สินค้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า อาจถูกส่งออกจากจีนมายังไทยเพิ่มขึ้น เพราะจีนสามารถผลิตสินค้าดังกล่าวได้ในราคาถูกกว่าไทยแต่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า ประเด็นสำคัญคือ ผู้ประกอบการไทยขนาดกลางและขนาดย่อมอาจไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ จนต้องลดกำลังผลิตหรือปิดกิจการลง

ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกและเผชิญการแข่งขันสูง

ผลผลิตทางการเกษตรกรหลายรายการมีราคาตกต่ำลงอย่างมาก เช่น ยางพาราได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อในตลาดต่างประเทศจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ราคารับซื้อน้ำยางสดหน้าสวนปรับลงมาอยู่ที่ ๔๖ บาทต่อ กก. จากเดิมเมื่อช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อ กก. โดยเกษตรกรคาดหวังให้ราคาอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า ๖๐ บาท จึงจะอยู่รอดได้ ด้านพริกชี้ฟ้ามีราคารับซื้อเหลือเพียง 30 บาทต่อ กก. จากปกติอยู่ 60 บาท เพราะมีพริกออกสู่ตลาดจำนวนมาก และพบกรณีชาวสวนพริกหยวก ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โพสต์คลิปเทกระจาดพริกที่ปลูกเอง เผยแพร่ทางติ๊กต็อก เพื่อประท้วงราคาที่ตกต่ำจนขาดทุน

กรณีอาคาร สตง.ถล่ม มีข้อสงสัยว่าอาจเกิดจากการแก้ไขแบบและวัสดุที่ใช้ไม่มีคุณภาพ

กรณีอาคาร สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสืบสวนสาเหตุของการถล่ม ซึ่งมีประเด็นที่ถูกนำมาเปิดเผยและกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์คือ เอกสารการแก้ไขสัญญาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิศวกรรม เช่น การแก้ไขรูปแบบปล่องลิฟท์ (Core Wall) และผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงเฉือน (Shear Wall) ที่ถือเป็นโครงสร้างหลักในการรับแรงของอาคาร และการปรับใช้วัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กที่ต้องเป็นเหล็กข้ออ้อยประทับสัญลักษณ์ตัว T (หมายถึงเหล็กข้ออ้อยที่ใช้กรรมวิธีทางความร้อนมาทำให้ผิวของเหล็กมีความแข็งโดยไม่ได้ต้องเติมคาร์บอน ซึ่งนิยมใช้ในงานก่อสร้างแต่มีกระแสต่อต้านเพราะถูกมองว่าแข็งนอกอ่อนใน)

เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดกาญจนบุรี

 เมื่อ 14 เมษายน 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดกาญจนบุรี โดยที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ แรงกว่าที่ อ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี  สำหรับที่จังหวัดกระบี่เกิดขึ้นเมื่อ 14.52 น. เป็นเหตุแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.5 แมกนิจูด  ความลึก 2 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.คลองเขม้า อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ทำให้เกิดข่าวลือว่าจะเกิดสึนามิ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ยืนยันว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่บนบก จึงไม่ก่อให้เกิดสึนามิ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้ตรวจสอบความเสียหายทั้งที่อาคารโรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ ไม่พบความเสียหายในระดับอันตราย และสนามบินจังหวัดกระบี่ยังเปิดดำเนินการปกติ  

สหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการใช้มาตรการภาษี 90 วัน ยกเว้นจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 9 เมษายน 2568 ประกาศเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ออกไปอีก 90 วัน ทำให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ จะเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเท่ากันบนพื้นฐานที่ร้อยละ 10 ยกเว้นจีน ที่สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการภาษีตอบโต้ โดยเพิ่มอีกรวมเป็นร้อยละ 125 เพราะจีนไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าต่อสหรัฐฯ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่าจีนไม่เคารพระเบียบการค้าโลก สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มภาษี ขณะเดียวกันก็หวังว่าจีนจะเปลี่ยนนโยบายโดยเร็ว ด้วยการเจรจาและทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เหมือนกับประเทศอื่น ๆ

อิสราเอลโจมตีที่พักอาศัยพลเรือนในฉนวนกาซา ฝรั่งเศสอาจยอมรับรัฐปาเลสไตน์

อิสราเอลยังคงแข็งกร้าว โดยเมื่อ 10 เมษายน 2568 โจมตีที่พักอาศัยของพลเรือนและประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่เมือง Gaza City ย่าน Shujayea ส่งผลให้มีประชาชนอย่างน้อย 35 คนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ 55 คน สูญหายอีกมากกว่า 80 คน เนื่องจากสภาพอาคารถล่ม นักวิเคราะห์ประเมินว่ารูปแบบการโจมตีของอิสราเอลเปลี่ยนไป  จากเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ สะท้อนชัดเจนว่าอิสราเอลต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากมุ่งโจมตีพลเรือนและทำให้ความสูญเสียจำนวนมาก ขณะที่การโจมตีก่อนหน้านี้จะมีเป้าหมายเป็นกลุ่มติดอาวุธ

สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 104

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ  8 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ที่จีนจะใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ทำให้ปัจจุบัน สินค้าจีนที่จะนำเข้าไปยังสหรัฐฯ ต้องเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสูงสุดถึงร้อยละ 104 มาตรการนี้จะเริ่มต้นทันทีใน 9 เมษายน 2568 ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจการตัดสินใจของจีน ที่ไม่เข้าไปเจรจาทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ตามแผน และไม่ยอมยกเลิกการขึ้นภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯ ด้านจีนระบุว่าคัดค้านการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และวิจารณ์ว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เหตุการณ์ตอบโต้ด้วยอัตราภาษีนำเข้านี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าการขึ้นภาษีต่อจีน เพราะไม่พอใจท่าทีของจีนอย่างมาก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าสำคัญใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 439,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567