“สงครามการค้า” ปรากฏการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก

 การขึ้นภาษีของมหาอำนาจที่สร้างผลกระทบให้กับประชาคมโลก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สร้างความท้าทายที่แต่ละประเทศต้องหาทางรับมือ #สงครามการค้า #เศรษฐกิจ #มหาอำนาจ #จีน #สหรัฐอเมริกา #ภาษี

เจาะลึกการเลือกตั้งแคนาดา..วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 แคนาดาจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ เมษายน 2568 ผลลัพธ์พรรคเสรีนิยมได้รับชัยชนะจะเตรียมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสู้กับนโยบายกดดันทางการค้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐฯ !!…นโยบาย นรม.คนใหม่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือหรือไม่ แคนาดาจะพ้นจากสงครามการค้าได้อย่างไร ร่วมแชร์ความเห็นกันได้เลยครับ #แคนาดา#เลือกตั้ง#เสรีนิยม#อนุรักษ์นิยม#สงครามการค้า#สหรัฐฯ#ความมั่นคง#การเมือง

พรรคเสรีนิยมชนะการเลือกตั้งทั่วไปของแคนาดา

  สื่อมวลชนแคนาดารายงานเมื่อ 29 เมษายน 2568 ว่า พรรคเสรีนิยม นำโดยนาย Mark Carney ชนะการเลือกตั้งทั่วไปของแคนาดาครั้งที่ 45 ที่จัดขึ้นเมื่อ 28 เมษายน 2568 โดยได้คะแนนในสภามากกว่าพรรคอนุรักษ์นิยมที่ 156 ต่อ 144  จากทั้งหมด 343 คะแนน ขณะที่พรรคอนุรักษ์นิยม นำโดยนาย Pierre Poilievre จะเป็นพรรคฝ่ายค้านต่อไป อย่างไรก็ดี พรรคเสรีนิยมอาจไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา เนื่องจากได้คะแนนไม่ถึง 172 คะแนน ซึ่งยังต้องรอนับคะแนนอย่างเป็นทางการต่อไป แต่พรรคเสรีนิยมจะยังคงมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลและคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้น่าสนใจสำหรับแคนาดา เนื่องจากก่อนหน้านี้ พรรคเสรีนิยมซึ่งเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลและสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด มีคะแนนนิยมตกต่ำอย่างมาก จนทำให้นายกรัฐมนตรีทรูโดประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 6 มกราคม 2568 ซึ่งมีผลอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 มีนาคม 2568 นอกจากนี้ พรรคอนุรักษ์นิยมได้รับคะแนนนิยมมากขึ้นเพราะประชาชนชาวแคนาดาเห็นว่าผลงานด้านเศรษฐกิจและการเจรจากับสหรัฐฯ ของรัฐบาลพรรคเสรีนิยมทำให้แคนาดาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทางการค้า อย่างไรก็ตาม การที่พรรคเสรีนิยมได้คะแนนเลือกตั้งมากกว่าพรรคอนุรักษ์นิยม สะท้อนว่าชาวแคนาดาส่วนใหญ่ยังสนับสนุนนโยบายของพรรคเสรีนิยม ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคเป็นนาย…

สเปนและโปรตุเกสประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงไฟฟ้าดับทั่วประเทศ

  ประชาชนในสเปนและโปรตุเกสตกอยู่ในสภาวะวิตกกังวลหลังจากเผชิญเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วประเทศเป็นระยะเวลานานเมื่อ 28 เมษายน 2568 ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายในที่สาธารณะ โดยเฉพาะการคมนาคมที่ต้องหยุดชะงัก ขณะที่ยังไม่มีการอธิบายสาเหตุอย่างเป็นทางการ ปัจจุบัน รัฐบาลสเปนและโปรตุเกสตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน (state of emergency) เพื่อควบคุมบรรยากาศความมั่นคงในประเทศ โดยสเปนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในแคว้น Andalucia, Extremadura, Murcia, La Rioja และ Madrid ส่วนโปรตุเกสประกาศพร้อมยอมรับการการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้เป็นปกติอาจต้องใช้เวลา และเป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อน คาดว่าระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าระหว่างฝรั่งเศสกับสเปนขาดการเชื่อมต่อกัน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่นี้ รัฐบาลสเปนและโปรตุเกสย้ำว่ายังไม่มีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ และทั้ง 2 ประเทศแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอย่างใกล้ชิด ปัจจุบัน 29 เมษายน 2568 สเปนสามารถกู้คืนระบบควบคุมและจ่ายไฟฟ้าได้แล้วอย่างน้อยร้อยละ 92 ส่วนโปรตุเกสสามารถแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ช่วงค่ำของ 28 เมษายน 2568 เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างสืบสวนสาเหตุ ซึ่งนาย Antonio Costa ประธานสภายุโรปและอดีตผู้นำโปรตุเกสยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานว่าเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ ด้านนายกรัฐมนตรีโปรตุเกสกล่าวโทษสเปนว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟดับครั้งใหญ่ ทั้งนี้ โปรตุเกสนำเข้ากระแสไฟฟ้าจากสเปน จึงได้รับผลกระทบอย่างมาก นอกจากนี้ โปรตุเกสระบุว่าในช่วงที่เกิดเหตุไฟดับ มีนานาชาติเข้าช่วยเหลือสเปน ไม่ว่าจะเป็นโมร็อคโกหรือฝรั่งเศส แต่ไม่มีประเทศใดเข้าช่วยเหลือโปรตุเกสเลย เหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ทำให้ประเทศยุโรปใต้เห็นความสำคัญของการวางแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด…

Who is the next Pope?

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะพระประมุขแห่งคริสตจักรที่พยายามปฏิรูปธรรมเนียมหลายอย่างเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก คริสต์ศาสนิกชนสายก้าวหน้าจึงคาดหวังว่า สมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่จะมาจากฝ่ายเสรีนิยมเพื่อสานต่อภารกิจของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมองว่า การปฏิรูปศาสนจักรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสไม่สามารถจัดการความท้าทายที่ศาสนาคริสต์เผชิญมาอย่างต่อเนื่องได้ การหันกลับไปใช้หลักกฎหมายศาสนาอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด จะเป็นการนำพาวาติกันกลับสู่เส้นทางที่เหมาะสม การเลือกตั้งสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่ในครั้งนี้ จึงอาจเป็นการแข่งขันกันระหว่งฝ่ายเสรีนิยมกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม

Sede Vacante เมื่อบัลลังก์แห่งพระสันตะปาปาว่างลง

ภายหลังสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์เมื่อ 21 เม.ย.68 คริสตจักรโรมันคาทอลิกตกอยู่ในสภาวะ Sede Vacante หรือบัลลังค์ว่าง Camerlengo และพระคาร์ดินัลผู้ช่วยอีก 2 องค์ จะทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนในการบริหารกิจการต่าง ๆ ของวาติกัน ขณะเดียวกัน เหล่าพระคาร์ดินัลจากทั่วโลก ทั้งหมด 252 องค์ จะเดินทางไปวาติกันเพื่อถวายความอาลัยและเตรียมการประชุมเลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่

ไทยเตรียมทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยหลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ช่วงแผ่นดินไหว

สนข. AFP ของฝรั่งเศส รายงานกรณีนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมบรรเทาสาธารณภัยแถลงข่าวว่าจะทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) ในพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อพัฒนาปรับปรุงการทำงานและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง AFP ระบุเพิ่มเติมว่า การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกรณีรัฐเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการแจ้งเตือนประชาชนในห้วงเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ มี.ค. 68 และแม้ไทยจะไม่เผชิญเหตุแผ่นดินไหวบ่อยนัก แต่ก็ประสบปัญหาอุทกภัยรุนแรงในฤดูฝน

หลายกลุ่มแสดงความกังวลถึงปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้น

ภาคประชาชนแสดงความกังวลถึงปัญหาราคาสินค้าและบริการหลายรายการมีราคาแพงขึ้น เช่น เนื้อหมู และไข่ไก่ ส่วนกลุ่มเกษตรกรระบุปัญหาต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น แต่ผลผลิต/สินค้าและบริการกลับมีราคาต่ำ และบางกลุ่มออกมาเรียกร้องความช่วยเหลือ เช่น ชาวสวนยางพารา ชาวสวนปาล์ม เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจที่มีความเดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนการผลิตและผลประกอบการที่ลดลงมีบางส่วนทยอยปิดกิจการ ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารพิจารณาสินเชื่ออย่างเข้มงวดและกำลังซื้อที่อยู่อาศัยยังคงไม่กลับมา ด้านธุรกิจท่องเที่ยวกังวลเรื่องจำนวนและการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวลดลง รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แสดงพฤติกรรมการบริโภคที่ระมัดระวังและเลือกสรรมากขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลถึงปัญหาสินค้าจีนและธุรกิจจีนเข้ามาแย่งตลาด ซึ่งนับเป็นลักษณะแบบศูนย์กลางปัญหานี้เกิดขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ท่ามกลางปัญหาหนี้เสียและกำลังซื้อของประชาชนที่เปราะบาง

การขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศในไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายประการ

เว็บไซต์มูลนิธิ Rosa Luxemburg ซึ่งเป็นสถาบันด้านนโยบายการเมืองของเยอรมนี เผยแพร่บทความระบุว่า กระบวนการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยมีมาอย่างยาวนาน แต่เผชิญกับอุปสรรคจากลักษณะสังคมของไทยที่มีความอนุรักษ์นิยมสูง และการเมืองขาดเสถียรภาพ เนื่องจากเกิดรัฐประหารหลายครั้งนับ และยังมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมือง โดยมีเหตุการณ์สำคัญในยุคใหม่ คือ กรณีพรรค กก.ชนะการเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และพรรค พท.จับมือกับพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่กลับยอมเห็นชอบร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยนักกิจกรรมการเมืองประเมินสาเหตุว่าเป็นเพราะแรงกดดันสังคมที่สนับสนุนกฎหมายอย่างมาก และสายทุนกลุ่มทุนใหญ่เห็นช่องทางสร้างกำไร รวมถึงช่วยจำกัดพลังของขบวนการเคลื่อนไหวทางเพศกลุ่มที่ไม่ได้เน้นเฉพาะการแต่งงาน แต่ต้องการการรับรองในประเด็นอื่น ๆ ที่ซับซ้อน อาทิ การเปลี่ยนเพศบนเอกสารราชการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศในไทยคืบหน้าเพียงก้าวเล็ก ๆ และยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดอีกหลายประการ

สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดลง

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างหนักหลังพบสถิติเมื่อ 16 เม.ย. 68 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเพียง 5,833 คน ซึ่งต่ำที่สุดจากค่าเฉลี่ย วันละ 15,000 – 20,000 คน ซึ่งการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนรุนแรงกว่าช่วงเกิดเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2561 คาดว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และนโยบายของรัฐบาลจีนที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ แอตต้าประเมินว่า แม้ไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาที่ 10,000 – 15,000 คนต่อวันได้ในช่วงที่เหลือของปี 2568 แต่จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมจะอยู่ที่เพียง 4.2 – 5.5 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 7 ล้านคน และต่ำกว่าเมื่อปี 2567