WHO จัดให้เชื้อ COVID-19 สายพันธุ์มิวเป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ

เว็บไซต์ข่าวองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 ระบุว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) วิตกกับการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์มิว (Mu) หรือ B.1.621 ที่เพิ่มขึ้นในอเมริกาใต้และยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งในโคลัมเบียและเอกวาดอร์ โดย WHO จัดให้เชื้อ COVID-19 สายพันธุ์มิว เป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ (Variant of Interest) ลำดับที่ 5 เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะสามารถต้านทานวัคซีนได้ โดยยังคงต้องศึกษาความสามารถในการแพร่ระบาด และความรุนแรงของเชื้อต่อไป ทั้งนี้ WHO พบการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์มิวครั้งแรกที่โคลอมเบีย เมื่อ ม.ค.64

ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของ UN ในอัฟกานิสถานเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินทุนช่วยเหลือด้านอาหารให้กับชาวอัฟกันอย่างเร่งด่วน

เว็บไซต์ข่าวองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 อ้างถ้อยแถลงของนาย Ramiz Alakbarov ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของ UN ในอัฟกานิสถาน ซึ่งเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มการสนับสนุนเงินทุนเพื่อช่วยเหลือชาวอัฟกันอย่างเร่งด่วน เฉพาะอย่างยิ่งด้านอาหาร ที่ต้องการเงินทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังโครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) ประเมินว่าอาหารสำรองในคลังจะเริ่มขาดแคลนใน ก.ย.64 ซึ่งจะส่งผลให้ชาวอัฟกันกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมดเผชิญความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวนมากที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหาร นอกจากนี้ ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของ UN ยังเรียกร้องกลุ่มตอลิบันให้เคารพสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศของสตรี พร้อมทั้งเรียกร้องให้สตรีในทุกจังหวัดของประเทศสามารถกลับไปทำงานได้ ซึ่งจะช่วยให้การส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมระหว่างจังหวัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สหรัฐฯ ตัดสินโทษนายฮัมบาลีและชาวมาเลเซีย 2 รายข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า ศาลทหารสหรัฐฯ ตัดสินโทษผู้ต้องขังจากเรือนจำกวนตานาโมจำนวน 3 คน ได้แก่ นาย Encep Nurjaman หรือฮัมบาลี อดีตแกนนำกลุ่ม Jemaah Islamiyah ชาวอินโดนีเซีย นาย Mohammed Nazir Bin Lep และนาย  Mohammed Farik Bin Amin ชาวมาเลเซีย ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม ก่อการร้าย และฆาตกรรมจากการมีส่วนร่วมในเหตุระเบิดที่บาหลี อินโดนีเซียเมื่อปี 2545 และการโจมตีโรงแรม JW Marriott ที่จาการ์ตาเมื่อปี 2546 โดยศาลไม่อนุญาตให้ร้องทุกข์ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะส่งตัวนายฮัมบาลีให้อินโดนีเซีย ทั้งนี้ การตัดสินคดีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากผู้ต้องขังทั้ง 3 รายถูกควบคุมตัวนาน 18 ปี สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าทั้ง 3 คนเคยถูกซ้อมทรมานระหว่างควบคุมตัวโดยสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA)

สหรัฐฯ เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาตินิยมผิวขาวและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลสุดโต่ง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 ว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security-DHS) เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาตินิยมผิวขาวและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลสุดโต่งที่ชื่นชมความสำเร็จของกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเห็นว่าเป็นแม่แบบการทำสงครามกลางเมืองและการปกป้องมาตุภูมิที่อาจจะปรับใช้ในสหรัฐฯ ได้ นอกจากนี้ ยังมีกระแสต่อต้านผู้ลี้ภัยและผู้อพยพชาวอัฟกันจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัดด้วย โดยตั้งทฤษฎีสมคบคิดว่าผู้อพยพชาวอัฟกันจะมีอิทธิพลทางการเมืองเหนือชาวอเมริกันผิวขาว ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ของ DHS วิตกว่าจะกระตุ้นให้เกิดเหตุรุนแรงในสหรัฐฯ

รัฐบาลลาวขยายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จนถึง 15 ก.ย.64

เว็บไซต์สำนักข่าวสารประเทศลาว ภาคภาษาลาว รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 อ้างถ้อยแถลงของนางทิบพะกอน จันทะวงสา โฆษกรัฐบาล/รองรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีลาว เมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลลาวตัดสินใจขยายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในนครหลวงเวียงจันทน์และทุกแขวงอีก 15 วัน ระหว่าง 1–15 ก.ย.64 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในลาวยังรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่แขวงบ่อแก้ว แขวงสะหวันนะเขต และนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่การแพร่ระบาดในชุมชนจะกระจายเป็นวงกว้าง ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดได้รวดเร็ว ทั้งนี้ รัฐบาลลาวประกาศเคอร์ฟิวพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ระหว่าง 22.00 – 05.00 น. งดการเรียนการสอน และให้เจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติงานที่บ้านหรือเข้าที่สำนักงานแต่ต้องเว้นระยะห่าง

ลาวลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM)

เว็บไซต์สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 ว่า ในวันเดียวกัน นายโพไซ ไขคำพิทูน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว และนาง Shareen Tuladhar ผอ.องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ประจำลาว ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างลาวและ IOM วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน และเป็นแนวทางการดำเนินโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก IOM ในลาว ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาวกล่าวขอบคุณ IOM ที่ช่วยเหลือลาวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม และการเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ลาว ให้สามารถรับมือปัญหาการย้ายถิ่นฐานรวมถึงการค้ามนุษย์

อิหร่านกับซาอุดีอาระเบียจะกลับมาจัดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกัน

สำนักข่าว Al Jazeera ของกาตาร์ รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 อ้างนายฮอเซน อะมีร อับดอลลอฮ์ยาน (Hossein Amir-Abdollahian) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านคนใหม่ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ในอิหร่านเมื่อ 30 ก.ย.64 ว่า อิหร่านกับและซาอุดีอาระเบียพร้อมจะกลับมาจัดการเจรจาเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่มีอิรักเป็นเจ้าภาพและผู้อำนวยความสะดวก โดยนายอับดอลลอฮ์ยานอ้างว่า เจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน บิน อับดุลลอฮ์ อาลซะอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้แทนผู้นำซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วมประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค (Baghdad Conference for Cooperation and Partnership 2021) ที่กรุงแบกแดด อิรัก เมื่อ 28 ส.ค.64 กล่าวกับตนระหว่างเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียรอให้การจัดตั้งรัฐบาลอิหร่านชุดใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก่อน จึงจะกลับมาเจรจากับอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย เริ่มเจรจาลับที่กรุงแบกแดด อิรัก โดยมีรัฐบาลอิรักเป็นผู้อำนวยความสะดวก ตั้งแต่ เม.ย.64 แต่ต้องระงับการเจรจาชั่วคราว เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลอิหร่านจากการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซี ขณะที่การให้สัมภาษณ์ของนายอับดอลลอฮ์ยาน ยังตรงกับ…

สื่อมวลชนของซาอุดีอาระเบียเสนอข่าวอิหร่านนำยานยนต์หุ้มเกราะของสหรัฐฯ มาจากอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 อ้างผู้ใช้ทวิตเตอร์ Naser Khoshnevis (ชาวอิหร่าน) เผยแพร่ภาพถ่ายรถบรรทุกยานยนต์หุ้มเกราะหลายคัน เมื่อ 1 ก.ย.95 พร้อมระบุข้อความภาษาเปอร์เซียว่า รถบรรทุกของกองทัพอิหร่านกำลังเคลื่อนย้ายยานยนต์หุ้มเกราะของสหรัฐฯ มาจากอัฟกานิสาน คาดว่าเป็นยานยนต์ที่เคยอยู่ในความครอบครองของกองทัพอัฟกานิสถาน ก่อนที่กลุ่มตอลิบันยึดอำนาจรัฐบาลอัฟกานิสถานได้เมื่อ 15 ส.ค.64 โดยมีผู้พบและถ่ายภาพดังกล่าวได้เมื่อวันเดียวกันที่ทางหลวงเชื่อมระหว่างเมือง Semnan กับเมือง Garmsar ในจังหวัด Semnan ทางภาคเหนือของอิหร่าน ซึ่งเป็นจังหวัดติดต่อกับจังหวัด Razavi Khorasan และจังหวัด South Khorasan ติดชายแดนอัฟกานิสถาน นอกจากนี้รายงานยังอ้าง พล.อ.Bismillah Mohammadi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอัฟกานิสถาน (ดำรงตำแหน่งก่อนที่กลุ่มตอลิบันจะยึดอำนาจจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน) เผยแพร่ภาพลักษณะเดียวกัน ผ่านทวิตส่วนตัวของตนเมื่อ 1 ก.ย.64 พร้อมระบุข้อความภาษาเปอร์เซียว่า อิหร่านเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ดี (bad neighbor) แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดภาพภ่ายที่เผยแพร่ อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Al Arabiya ระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบที่มาและความน่าเชื่อถือของภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ได้ ขณะที่ทางการอิหร่านยังไม่แสดงท่าทีการเผยแพร่ภาพถ่ายและข้อความกล่าวอ้างดังกล่าว

ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์มีแผนผ่อนคลายระเบียบจดทะเบียนเพื่อดึงดูดบริษัทประเภท SPACs

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 ว่า ตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์มีแผนออกระเบียบใหม่ให้บริษัทประเภทที่ตั้งขึ้นเพื่อควบรวมกิจการ (Special Purpose Acquisition Companies-SPACs) จดทะเบียนในสิงคโปร์ง่ายขึ้น หลังจากถูกวิจารณ์ว่ามีระเบียบที่เข้มงวดเกินไป โดยจะเสนอให้ลดมูลค่าตลาดลงเป็น 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 7,200 ล้านบาท) และสามารถแยกตราสารจากหุ้นที่อ้างอิงได้ การปรับเปลี่ยนระเบียบดังกล่าวมีขึ้นขณะที่กำลังพยายามให้บริษัทที่มีการเติบโตสูง และดึงดูดให้บริษัทสตาร์ตอัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สนใจจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นในประเทศของตนหรือสหรัฐฯ เข้ามาจดทะเบียนในสิงคโปร์ ด้านโฆษกตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์ระบุว่า กำลังรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างระมัดระวัง และจะเปิดเผยผลหารือให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ หากสิงคโปร์สามารถออกระเบียบดังกล่าวสำเร็จ จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เป็นแห่งแรกในเอเชียที่มีการให้จดทะเบียนบริษัทรูปแบบ SPACs

ออสเตรเลียและสหรัฐฯ จะจัดการประชุมร่วมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม

หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 ว่า นางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย และนายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลีย จะเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐฯ ระหว่าง 13-17 ก.ย.64 เพื่อประชุมร่วมระกว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ประเด็นที่คาดว่าออสเตรเลียจะหยิบยกหารือ อาทิ การดำเนินนโยบายต่อจีน การฟื้นฟูประเทศจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งนี้ ตามกำหนดการเดิมออสเตรเลียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ไม่สามารถทำตามกำหนดการกักตัว 14 วัน ของออสเตรเลีย ทั้งสองประเทศจึงตัดสินใจให้จัดการประชุม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.