มาเลเซียได้รับการสนับสนุนจากจีนในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของ BRICS

สนข.Malaymail รายงานเมื่อ 3 ก.ย.68 ว่า นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ได้พบกับ ปธน.สี จิ้น ผิง ในห้วงการประชุมองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่เมืองเทียนจิน โดยประธานาธิบดีจีนพร้อมสนับสนุนมาเลเซียในกระบวนการเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของกลุ่ม BRICS   การดำเนินการของมาเลเซียป็นสัญญาณว่ามาเลเซียกำลังเพิ่มบทบาทในเศรษฐกิจโลกที่หลากหลายขึ้น  และมุ่งมั่นส่งออกสินค้ามูลค่าสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การบินและอวกาศ การแพทย์ เภสัชกรรม รวมถึงน้ำมันและก๊าซ  นรม.อันวาร์ ยังชื่นชมโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีน รวมทั้งแนวคิด Global Governance Initiative- GGI ที่ส่งเสริมการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่เป็นธรรม ในระหว่างการประชุมสุดยอดองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ครั้งนี้

ประธานวุฒิสภากัมพูชาพบหารือกับประธานสภาเวียดนาม

ผลการพบหารือระหว่างสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กับนายเจิ่น แถ่งห์ มาน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม ที่กรุงฮานอย เวียดนาม เมื่อ 1 ก.ย.68 โดยประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม ระบุว่า การเยือนเวียดนามของคณะผู้แทนกัมพูชาในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติครบรอบ 80 ปี สะท้อนถึงความพันธ์ที่แนบแน่นของทั้งสองประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้านประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวว่า การปฏิวัติเวียดนามเมื่อ ส.ค.2488 เป็นหมุดหมายสำคัญต่อประวัติศาสตร์เวียดนาม และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่หลายประเทศทั่วโลกต่อสู้กับลัทธิจักรวรรดินิยม พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมือที่แนบแน่นระหว่างกันทั้งด้านนิติบัญญัติ บริหาร และระดับพรรคการเมือง ส่วนการค้าทวิภาคีก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นปีละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าหมายให้เพิ่มเป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งขอบคุณเวียดนามที่สนับสนุนทุนการศึกษาและการฝึกอบรมบุคลากรให้แก่กัมพูชาในหลายด้าน ซึ่งรวมถึงด้านเศรษฐกิจและการทหาร

ประธานาธิบดีรัสเซียหารือกับ นรม.อินเดียห้วงการประชุมสุดยอด SCO

สนข.TASS และ Reuters รายงานเมื่อ 1 ก.ย.68 ว่า ห้วงก่อนเข้าประชุมสุดยอดผู้นำ SCO ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และ นรม.นเรนทรา โมดิ พบหารือส่วนตัว  อีกทั้งหลังจากการประชุมสุดยอด SCO ประธานาธิบดีปูตินกับ นรม.โมดิ เห็นพ้องส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะการค้าและการท่องเที่ยว รวมถึงเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างรัสเซีย-อินเดีย  อาทิ UN BRICS และ SCO  ประธานาธิบดีปูติน ระบุว่ารัสเซียและอินเดียต่างไว้วางใจกันและกัน มีจุดยืนร่วมกันที่เป็นกลาง ทั้งนี้ ห้วงการประชุมสุดยอด SCO ระหว่าง 31 ส.ค.-1 ก.ย.68 และห้วงงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของจีนใน 3 ก.ย.68  ประธานาธิบดีปูตินมีกำหนดพบหารือกับผู้นำหลายประเทศ  อาทิ ตุรกี อิหร่าน กัมพูชา เนปาล ซีเรีย อุซเบกิสถาน คองโก และเวียดนาม รวมถึงกำลังพิจารณาพบหารือกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือด้วย

เครื่องบินของประธานคณะกรรมาธิการยุโรปถูกโจมตีโดยการรบกวนสัญญาน GPS

สนข.Politico รายงานเมื่อ 1 ก.ย.68 ว่าเครื่องบินที่นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โดยสาร ตกเป็นเป้าการโจมตีโดยการรบกวนสัญญาน GPS ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศแนวหน้าของยุโรป ได้แก่ ลัตเวีย ฟินแลนด์ เอสโตเนีย โปแลนด์ ลิทัวเนีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย โดยทางการบัลแกเรียสงสัยว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปยังเมือง Plovdiv บัลแกเรีย ซึ่งทำให้นักบินไม่สามารถใช้ระบบนำร่องอิเล็กทรอนิกส์ได้ และต้องอาศัยแผนที่กระดาษในการนำเครื่องลงจอด อย่างไรก็ตาม เครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

สหรัฐฯ มีแผนย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาหลังสงครามยุติ

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 31 ส.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาแผนการโยกย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาหลังสงครามยุติ หรือ“Gaza Reconstitution, Economic Acceleration and Transformation Trust (GREAT Trust)” ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา (Gaza Humanitarian Foundation – GHF) รวม 38 หน้า โดยประชากร 2 ล้านคนในฉนวนกาซา จะย้ายออกจากพื้นที่ใน 2 ลักษณะคือ 1) ย้ายไปประเทศที่สามโดยสมัครใจ หรือ 2) ย้ายไปพำนักในค่ายชั่วคราวนอกฉนวนกาซาที่เรียกว่า “พื้นที่เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางมนุษยธรรม (Humanitarian Transit Areas)” โดยผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินจะได้รับสินทรัพย์ดิจิทัล(Digital token) แลกกับสิทธิในการพัฒนาที่ดิน และชาวปาเลนสไตน์ที่ยอมโยกย้ายจะได้รับค่าชดเชยเป็นเงินสด มูลค่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินอุดหนุนสำหรับค่าเช่าเป็นเวลา 4 ปี รวมกับค่าอาหารเป็นเวลา 1 ปี โดยแผนการโยกย้ายนี้ มุ่งหวังจะฟื้นฟูพื้นที่ฉนวนกาซาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางการผลิต

จีนกระชับความสัมพันธ์กับเวียดนามนอกรอบการประชุมสุดยอด SCO

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 31 ส.ค.68 ว่า การหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit) ที่เมืองเทียนจิน จีน ระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมคณะ จนท.อาวุโส ของจีน กับนรม.ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ของเวียดนาม ฝ่ายจีนระบุถึงความพร้อมที่จะร่วมมือกับเวียดนาม เพื่อรักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูง และขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาของตนเอง ร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ การเชื่อมต่อ เศรษฐกิจดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงยกระดับการประสานงานภายใต้กรอบพหุภาคี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ ขณะที่ นรม.ฝั่ม ชื่นชมบทบาทของจีนที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลก อีกทั้งระบุถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเวียดนามพร้อมจะยกระดับยุทธศาสตร์ของประเทศให้สอดรับกับจีนต่อไป

อิสราเอลอ้างสังหารโฆษก กกล.ของกลุ่มฮะมาสในกาซา และขู่จะกำจัดแกนนำกลุ่มฮูษีในเยเมน

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงในที่ประชุม ครม.ประจำสัปดาห์เมื่อ 31 ส.ค.68 โดยอ้างว่า กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) และ ตข.อิสราเอล (Shin Bet) ปฏิบัติการทางทหารร่วมกันในฉนวนกาซาและสามารถสังหารนายฮุซัยฟะฮ์ ซะมีร อับดุลลอฮ์ อัลกะห์ลูต (เป็นที่รู้จักในชื่อปฏิบัติการว่า นายอะบูอุบัยดะฮ์) โฆษก กกล. Izz ad-Din al-Qassam (หรือ al-Qassam Brigades) ซึ่งเป็นฝ่ายทหารของกลุ่มฮะมาส โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ สนข. Al Arabiya ของซาอุดีอาระเบีย รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในปาเลสไตน์ว่า ปฏิบัติการดังกล่าวของอิสราเอลเป็นการโจมตีทางอากาศต่ออพาร์ตเมนต์ในเมือง Gaza City ทางเหนือของฉนวนกาซา เมื่อ 30 ส.ค.68 ทำให้บุคคลที่อยู่ในอาคารเสียชีวิตทั้งหมด รวมถึงนายอะบูอุบัยดะฮ์และครอบครัว อย่างไรก็ดี กลุ่มฮะมาสยังไม่แถลงยืนยันการเสียชีวิตของนายอะบูอุบัยดะฮ์

ไทยหาแหล่งแรงงานใหม่หลังจากแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ 

  เว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณี ครม.อนุมัติการนำเข้าแรงงานต่างชาติจากศรีลังกาจำนวน 10,000 คน รวมถึงแรงงานจากเนปาล บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากแรงงานกัมพูชาจำนวนมากเดินทางกลับประเทศหลังเกิดการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพึ่งพาแรงงานต่างชาติของไทย และความเร่งด่วนในการเติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่าง ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นว่าแนวทางของไทยในการหาแหล่งแรงงานใหม่ยังไม่ชัดเจนว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นแผนดำเนินการของรัฐบาลว่าจะให้แรงงานจากประเทศดังกล่าวทำงานประเภทใด ทั้งยังกังวลปัญหาค่าเดินทางจากแรงงานที่อยู่ไกล ขณะที่นายจ้างยังต้องแข่งขันกับมาเลเซีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ซึ่งเสนอค่าจ้างที่สูงกว่าและสภาพการทำงานที่ดีกว่า โดยเรียกร้องให้รัฐบาลนิรโทษกรรมให้แรงงานต่างชาติ เพื่อให้สามารถขอใบอนุญาตสำหรับการพำนักและทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมายได้

ไทยกำลังเป็นจุดหมายใหม่ของเทศกาลดนตรีระดับโลก

สนข.Channel News Asia ของสิงคโปร์ รายงานกรณีไทยกำลังเป็นจุดหมายใหม่ของเทศกาลดนตรีระดับโลก โดยจะมีการจัดงานเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่และคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น Rolling Loud ,Mariah Carey และ BLACKPINK ในขณะที่การจัดงานในประเทศอื่นชะลอตัวลง รัฐบาลไทยพยายามผลักดันการจัดเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่และงานอีเวนต์บันเทิงเพื่อกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยซบเซา  จึงหันมาใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง ด้านผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมแสดงความเห็นว่าไทยมีหลายปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเป็นสถานที่จัดงานระดับนานาชาติ ทั้งความมีชื่อเสียงของไทย โครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการ การเดินทางมาได้ง่าย และมีนโยบายสนับสนุน แต่บางส่วนกังวลเรื่องความอิ่มตัวของตลาด และมองว่าเงินของภาครัฐกำลังถูกส่งไปยังผู้จัดงานต่างชาติ ในขณะที่เทศกาลท้องถิ่นไม่ได้รับการสนับสนุน

ไทยปราบปรามการใช้วีซ่านักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

สนข.AsiaNews ของอิตาลี รายงานกรณี อว.ตรวจสอบการออกวีซ่านักศึกษา หลังจากพบว่ามีการใช้วีซ่าดังกล่าวเป็นช่องทางในการอยู่อาศัยและทำงานในประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยเตรียมเพิกถอนวีซ่ามากกว่า 10,000 คน ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยไทยเผชิญความท้าทายในการเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับการศึกษา ขณะที่ระบบวีซ่าถูกกลุ่มอาชญากรรมนำไปแสวงหาประโยชน์ โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย และการอนุมัติวีซ่าที่ไม่เข้มงวด ซึ่งปัญหามีความรุนแรงขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ถือวีซ่านักศึกษากว่า 13,000 คน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งมีปัญหา ชาวต่างชาติหลายคนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือถูกจ้างให้ทำงานผิดกฎหมาย เช่น การหลอกลวงออนไลน์ การพนัน การค้ามนุษย์ ซึ่งอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้นมักกระทำโดยคนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีน โดยในการแก้ไขปัญหาต้องมีความเข้มงวดทั้งสถาบันการศึกษา และ จนท.ตม. แต่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาการทุจริตในทุกระดับ และลงโทษผู้กระทำความผิด