ออสเตรเลียเชื่อมั่นในข้อตกลง AUKUS

ออสเตรเลียเชื่อมั่นว่าข้อตกลง AUKUS จะดำเนินการต่อไป นายแอนโทนี อัลบาเนซี นรม.ออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์เมื่อ 17 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร ยังคงมีท่าทีเชิงบวกต่อข้อตกลง AUKUS โดยอ้างถึงการแถลงของ นรม.สตาร์เมอร์ ระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่ระบุทั้งสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว และยังเป็นข้อตกลงที่สำคัญสำหรับทั้ง 2 ประเทศไม่เพียงแค่ออสเตรเลีย ด้าน นรม.อัลบาเนซี ยืนยันข้อตกลง AUKUS จะเป็นประโยชน์ทั้งการดำเนินการทั้งเสาหลักที่ 1 ในการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และรวมถึงความร่วมมือในเสาหลักที่ 2 การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงร่วมกัน  ทั้งนี้ ท่าทีของผู้นำออสเตรเลียมีขึ้นหลัง กห.สหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อ 12 มิ.ย.68 ว่า จะทบทวนความสอดคล้องของข้อตกลง AUKUS กับนโยบาย America First ของสหรัฐฯ

อิสราเอลกับอิหร่านโจมตีทางอากาศตอบโต้กัน เป็นวันที่ 3

ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องระหว่าง กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) กับ กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในห้วง 13-15 มิ.ย.68 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านอย่างน้อย 224 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 1,481 คน ขณะที่อิสราเอลรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านมากกว่า 20 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 380 คน นอกจากนี้ เมื่อ 15 มิ.ย.68 IDF ได้ขยายขอบเขตการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศไปยังเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารภาครัฐของอิหร่าน  ที่สำคัญคือ อาคารสำนักงานของกระทรวงยุติธรรม กต.อิหร่าน กระทรวงข่าวกรอง และสำนักงาน ตร.อิหร่าน อีกทั้งอิสราเอลสามารถสังหาร พ.อ. Mohammad Kazemi ผอ.หน่วยข่าวกรองของ กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และนาย Hassan Mohaghegh รอง ผอ.หน่วยข่าวกรองของ กกล.IRGC ขณะที่อิหร่านระบุว่า โจมตีตอบโต้อิสราเอลภายใต้ชื่อรหัส Operation True Promise 3 อย่างต่อเนื่อง แต่…

สื่อสหรัฐฯ ระบุประธานาธิบดีทรัมป์ยับยั้งแผนของอิสราเอลที่จะลอบสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็น จนท.สหรัฐฯ เมื่อ 15 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยับยั้งแผนของอิสราเอลที่จะลอบสังหารอายะตอลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน หลังจากได้รับรายงานจากอิสราเอล  อย่างไรก็ดี อิสราเอลได้ปฏิเสธกรณีดังกล่าว ขณะที่ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่าอิหร่านพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์ถึง 2 ครั้ง พร้อมกับย้ำถึงภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านว่ามีอยู่จริง  และได้แจ้งถึงแผนโจมตีอิหร่านให้สหรัฐฯ ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังแสดงความเห็นเชิงบวกโดยหวังว่า อิหร่านจะยอมกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติกับอิสราเอล รวมถึงประเด็นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ กำลังพิจารณาประเทศที่จะยกเลิกการตรวจลงตราหนังสือเดินทางเข้าสหรัฐฯ

สนข.วอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 15 มิ.ย.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณารายชื่อประเทศที่สหรัฐฯ จะไม่ให้วีซ่าเข้าสหรัฐฯ อีก 36 ประเทศ  โดย กต.สหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือไปแล้ว เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ที่สหรัฐฯ ใช้พิจารณา อาทิ ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล การจัดทำเอกสารรับรองบุคคล เอกสารทางการเงิน ปัญหาการทุจริตในรัฐบาล จำนวนพลเมืองที่พำนักในสหรัฐฯ เกินกำหนด  รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่อต้านชาวยิวและในสหรัฐฯ โดยให้เวลา 60 วันเพื่อจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและจะต้องส่งแผนปฏิบัติการให้กับสหรัฐฯ ใน 18 มิ.ย.68  เอกสารดังกล่าวยังระบุว่า หากประเทศใดยินดียอมรับพลเมืองของประเทศที่สามที่ถูกขับออกจากสหรัฐฯ หรือเข้าร่วมข้อตกลง “ประเทศที่สามที่ปลอดภัย” ประเทศนั้นจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ  ทั้งนี้ ประเทศที่เสี่ยงจะถูกสหรัฐฯ ยกเลิกการตรวจลงตราเพิ่มอีก 36 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาซึ่งรวมถึงพันธมิตรสหรัฐฯ อย่าง อียิปต์ และจิบูตี ส่วนในเอเชีย ได้แก่ ภูฏาน กัมพูชา และคีร์กีซสถาน

จีนมีหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก

รายงานประจำปีของสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศแห่งสตอกโฮล์ม (Stockholm International Peace Research Institute-SIPRI) ที่เผยแพร่เมื่อ 16 มิ.ย.68 ระบุว่า จีนครอบครองหัวรบนิวเคลียร์อย่างน้อย 600 ลูก โดยมีอัตราการเพิ่มประมาณ 100 ลูกต่อปีนับตั้งแต่เมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นอัตราเพิ่มที่เร็วที่สุด และมีความเป็นไปได้ที่จะมีจำนวนเทียบเท่ากับสหรัฐฯ และรัสเซียภายในปี 2573 โดยคาดว่า จีนติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ 132 ลูกไว้แล้ว ทั้งนี้ นาย Hans Kristensen ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสของ SIPRI ระบุว่า เป้าหมายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ต้องการผลักดันให้กองทัพจีนมีศักยภาพในระดับโลกภายในกลางศตวรรษที่ 21 อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จีนเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว แต่จีนยังคงยึดมั่นหลักการไม่เริ่มใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน อนึ่ง ข้อมูล ณ ม.ค.68 ระบุว่า ปัจจุบันมีหัวรบนิวเคลียร์ในคลังทั่วโลกประมาณ 12,241 ลูก ในจำนวนนี้อยู่ในการครอบครองของรัสเซียและสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 90

สภาที่ปรึกษาองค์กรอิสลามแห่งมาเลเซียผลักดันโครงการ Thousand Ship Flotilla ไปยังฉนวนกาซา

  นาย Azmi Abdul Hamid ประธานสภาที่ปรึกษาองค์กรอิสลามแห่งมาเลเซีย (Malaysian Islamic Consultative Council-MAPIM) เปิดเผยเมื่อ 15 มิ.ย.68 รายละเอียดโครงการ Thousand Ship Flotilla ซึ่งเป็นการระดมกองเรือครั้งใหญ่ที่สุดของโลกกว่า 1,000 ลำจากหลายทวีป เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้ชาวปาเลสไตน์และกดดันให้อิสราเอลยุติการปิดล้อมฉนวนกาซา โดย MAPIM ประสานไปยังองค์กรด้านมนุษยธรรมในยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกา ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิชาวปาเลสไตน์จากต่างประเทศเคยส่งเรือไปเข้าร่วมกองเรืออาสาสมัครนานาชาติ (flotilla) เพื่อลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังฉนวนกาซาเมื่อปี 2563              

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 16 มิ.ย.68 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มชึ้นร้อยละ 1.5 โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน อยู่ที่ 75.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก อยู่ที่ 74.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดตั้งแต่ ม.ค.68 เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรง   ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบหยุดชะงัก เนื่องจากอิหร่านซึ่งมีกำลังการผลิตและส่งออกน้ำมันมากกว่า 5.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน อาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันดิบของโลก และจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

อาเซียนเสริมสร้างการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงาน

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 43 (ASEAN Senior Officials’ Meeting on Energy-SOME) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่เมืองกูจิง รัฐซาราวัก มาเลเซีย ระหว่าง 16-18 มิ.ย.68 ภายใต้หัวข้อ “Powering ASEAN: Bridging Boundaries, Building Prosperity” จะหารือถึงการต่ออายุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (Memorandum of Understanding on the ASEAN Power Grid-APG MOU) เพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. และแนวทางการดำเนินโครงการสายเคเบิลใต้น้ำระดับภูมิภาค ตลอดจนการทบทวนแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน (ASEAN Plan of Action for Energy Cooperation-APAEC) การจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การบูรณาการโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค และการรับรองข้อตกลงว่าด้วยความมั่นคงด้านปิโตรเลียมอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement) เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 43 ที่จะจัดขึ้นที่มาเลเซีย…

ผลผลิตทางการเกษตรเสี่ยงเจอภาวะล้นตลาดมากขึ้น

สถานการณ์ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ เช่น ลำไยภาคเหนือ คาดว่าในปี 2568 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดถึง 740,000 ตัน ปริมาณสูงที่สุดในรอบ 10 ปี และเกินความต้องการตลาด  200,000 ตัน เพราะจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกส่วนใหญ่ ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ และมีการนำเข้าผลไม้จากประเทศอื่นเพื่อเพิ่มขึ้น ด้านผลผลิตทุเรียน ปัญหาคือเกษตรกรเลิกปลูกพืชชนิดอื่น และปลูกทุเรียนมากขึ้น ทำให้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมีมากกว่าปกติ โดยคาดว่าถึง 400,000 ตัน  ซึ่งราคาทุเรียนในตลาดตอนนี้ ลดลงเหลือเฉลี่ย 110 บาท/กก. เท่านั้น  ผลกระทบในระยะต่อไปคือเกษตรกรไม่มีเงินเหลือเพียงพอหมุนเวียนเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในฤดูต่อไป และการร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้น 

หน่วยงานเศรษฐกิจปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2568

ธนาคารโลก (World Bank) ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยลงเหลือร้อยละ 1.8 ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดเหลือร้อยละ 1.4 โดยเห็นคล้ายกันว่ามาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทย เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักรกล เหล็ก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ หดตัว  รวมถึงการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่คาดว่าสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าของธุรกิจค้าปลีกในปี 2568 จะอยู่ที่ร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากอัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้าไทยยังคงไว้อยู่ที่ร้อยละ 10 ตลอดทั้งปี คาดการณ์ว่าการส่งออกไทยจะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 0.5 และ GDP ไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ที่ร้อยละ 1.8