เกาหลีใต้ประท้วงญี่ปุ่นที่ขอให้ UNESCO รับรองเหมืองที่ชาวเกาหลีใต้ถูกบังคับใช้แรงงานเป็นมรดกโลก

หนังสือพิมพ์โคเรียเฮรัลด์รายงานเมื่อ 20 ม.ค.66 ว่า ในวันเดียวกัน นายอี โด-ฮุน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศเกาหลีใต้ลำดับที่ 2 เชิญนาย Daisuke Namioka อัครราชทูตด้านเศรษฐกิจประจำ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น/โซล เข้าพบ เพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกรณีที่ญี่ปุ่นยื่นเรื่องต่อองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational Scientific and Cultural Organization- UNESCO) ให้รับรอง Sado Island Gold Mines เป็นมรดกโลกอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเคยยื่นเรื่องเมื่อ ก.พ.65 แต่ยังไม่ได้รับการรับรอง เนื่องจากข้อมูลประกอบยังไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ เกาหลีใต้ประท้วงญี่ปุ่นเนื่องจากญี่ปุ่นเคยบังคับใช้แรงงานชาวเกาหลีใต้อย่างน้อย 1,500 คน ให้ทำงานในเหมืองดังกล่าว ในช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองเกาหลีใต้ระหว่างปี 2453-2488 โดยกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีใต้เสียใจที่ญี่ปุ่นยื่นคำร้องต่อ UNESCO ให้รับรองเหมืองทองและเงิน Sado เป็นมรดกโลกอีกครั้ง โดยเกาหลีใต้จะร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศและ UNESCO เพื่อสะท้อนประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ รวมถึงความเจ็บปวดของผู้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในช่วงสงคราม Credit ภาพ :…

เวียดนามแต่งตั้งนางหวอ ถิ อั๊ญ ซวน รักษาการแทนประธานาธิบดี

สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 20 ม.ค.66 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม มีมติแต่งตั้งนางหวอ ถิ อั๊ญ ซวน (Vo Thi Anh Xuan) รองประธานาธิบดี ให้รักษาการแทนประธานาธิบดีเวียดนาม หลังจากนายเหวียน ซวน ฟุก ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ 17 ม.ค.66 ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญเวียดนามที่กำหนดว่า หากประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากเสียชีวิต หรือพ้นจากตำแหน่ง ให้แต่งตั้งรองประธานาธิบดีทำหน้าที่รักษาการแทนประธานาธิบดีจนกว่าสภาแห่งชาติจะลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นางหวอ ถิ อั๊ญ ซวน (อายุ 53 ปี/ปี 2566) เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 12 และ 13 เกิดที่ จ.อันซาง ทางตอนใต้ของเวียดนาม สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการบริหารจัดการภาครัฐ และได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดีเมื่อ 6 เม.ย.64 ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดของเวียดนามนับตั้งแต่ปี 2488 Credit ภาพ : VOV

อินเดียขอให้ Youtube และทวิตเตอร์ระงับการเผยแพร่สารคดีของ สนข.บีบีซี

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 22 ม.ค.66 ว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศอินเดียขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Youtube และทวิตเตอร์ ระงับการเผยแพร่ แชร์ลิงค์ หรือคลิปวิดีโอสารคดีเรื่อง India: The Modi Question ของ สำนักข่าว บีบีซี บนแพลตฟอร์มทั้งสองแห่ง และสื่อออนไลน์อื่น ๆ โดยระบุว่าสารคดีดังกล่าวบ่อนทำลายอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของอินเดีย รวมทั้งพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของศาลฏีกา และสร้างความแตกแยกในสังคม ตลอดจนยังอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับมิตรประเทศ ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ออกแถลงการณ์ตอบโต้สำนักข่าวบีบีซี ผู้ผลิตสารคดีว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้กับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ และกระตุ้นให้เกิดกระแสต่อต้านอินเดีย หลังจาก สำนักข่าวบีบีซี เผยแพร่สารคดีเมื่อ 17 ม.ค.66 นำเสนอเหตุจราจลครั้งใหญ่ในรัฐคุชราต เมื่อปี 2545 ซึ่ง นายกรัฐมนตรีโมดิ ดำรงตำแหน่งมุขมนตรีในขณะนั้น โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดียที่นับถือศาสนาอิสลาม Credit ภาพ : Hindustan Times

ผอ.CIA พบหารือกับประธานาธิบดียูเครน

สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 19 ม.ค.66 ว่า นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (Central Intelligence Agency – CIA) เยือนยูเครนในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยข่าวกรองยูเครน เกี่ยวกับการคาดการณ์แผนยุทธศาสตร์ทางทหารของรัสเซียในห้วงต่อไป รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการสนับสนุนของสหรัฐฯ และชาติตะวันตกที่อาจลดลง โดยเฉพาะหลังจากที่พรรครีพับลิกัน ซึ่งต้องการตัดงบประมาณช่วยเหลือยูเครนได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และอาจทำให้การส่งความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนในอนาคตเป็นไปได้ยากมากขึ้น Credit ภาพ : VOA/The Standard

ตำรวจลาวจับยึดยาบ้าจำนวน 6 ล้านเม็ด ในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้าม จ.เชียงราย)

    หนังสือพิมพ์ เวียงจันทน์ไทม์ รายงานเมื่อ 18 ม.ค. 66 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ตรงข้าม จ.เชียงราย) จับยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด น้ำหนัก 672 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนในรถยนต์กระบะที่ขับผ่านจุดตรวจในหมู่บ้านห้วยทรายน้อย แขวงบ่อแก้ว เมื่อ 16 ม.ค. 66 ส่วนผู้ขับขี่หลบหนีการจับกุม ทั้งนี้ ลาวประกาศนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ แขวงบ่อแก้ว ได้ประสานความร่วมมือกับ จนท.ตร.แขวงต่าง ๆ ของลาว รวมถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จีน ไทย และเมียนมา เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดในแขวงบ่อแก้ว Credit Pic : vientianetimes.org.la

สหรัฐฯ ยังคงเป็นหุ้นส่วนสำคัญของซาอุดีอาระเบียในด้านความมั่นคงทางพลังงานในตลาดพลังงานโลก

  เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ Arab News และ สำนักข่าว Al Arabiya ของซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 17 ม.ค.66 อ้างเจ้าชาย Faisal bin Farhan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซาอุดีอาระเบีย ทรงแสดงทัศนะเมื่อวันเดียวกันในที่ประชุมWorld Economic Forum (WEF) ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 16-19 ม.ค.66 ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ว่า สหรัฐฯ ยังคงเป็นหุ้นส่วนสำคัญของซาอุดีอาระเบียในด้านความมั่นคงทางพลังงานในตลาดพลังงานโลก โดยความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศในการประกันเสถียรภาพของตลาดพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าจะมีบางประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นพ้องร่วมกัน เช่น กรณีสหรัฐฯ คัดค้านที่ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) เห็นพ้องกับที่ประชุม OPEC และกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC (Non-OPEC) หรือ OPEC+ เมื่อ ต.ค.65 ปรับลดการผลิตน้ำมันร่วมกัน วันละ 2 ล้านบาร์เรล ซึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซาอุดีอาระเบีย…

อินโดนีเซียตั้งเป้าเป็น 1 ใน 3 ชองประเทศผู้ผลิตแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกภายในปี 2570

  สำนักข่าว Antara รายงานเมื่อ 17 ม.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายลูฮัท บินซาร์ ปันด์จัยตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและการลงทุนของอินโดนีเซีย ต่อที่ประชุมการประสานงานระดับชาติระดับภูมิภาค ปี 2566 แสดงความเชื่อมั่นว่า อินโดนีเซียจะเป็น 1 ใน 3 ของผู้ผลิตแบตเตอรีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ EV  ชั้นนำของโลกภายในปี 2570 โดยพิจารณาจากปัจจัยส่งเสริมด้านความร่วมมือในการพัฒนาวิจัยแบตเตอรีรถยนต์ EV ระหว่างบริษัทอุตสาหกรรมเหมืองแร่ MIND ID ของอินโดนีเซีย กับบริษัท Contemporary Amperex Technology Co Limited (CALT) ของจีน ซึ่งปัจจุบันความร่วมมือดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและจะสร้างอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทุกกระบวนการ ตามแผนปฏิรูปเศรษฐกิจสีเขียวของอินโดนีเซีย และคาดว่า เมื่อแผนความร่วมมือสำเร็จเป็นรูปธรรม อินโดนีเซียจะสามารถผลิตแบตเตอรีลิเธียมได้ในปี 2568 Credit Pic :  ANTARA PHOTOS/Fikri Yusuf

กัมพูชาส่งออกยางพาราเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 เมื่อปี 2565

  สำนักข่าว Khmer Times รายงานเมื่อ 18 ม.ค.66 อ้างรายงานของกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา ว่า เมื่อปี 2565 กัมพูชาส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางพารารวมมูลค่า 541.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.3 จากเมื่อปี 2564 หรือคิดเป็นร้อยละ 2.4 ของการส่งออกทั้งหมดเมื่อปี 2565 โดยส่งออกไปยังจีน เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และสหภาพยุโรป ด้านกรมยางพารากัมพูชารายงานว่า ราคาเฉลี่ยของยางพาราเมื่อ พ.ย. 65 อยู่ที่ตันละ 1,229 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 32 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2564 อย่างไรก็ตาม บริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (International Rubber Consortium Limited-IRCo) ประเมินว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อุปทานเพิ่มขึ้น และประเทศผู้ผลิตหลัก (ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย) ผลิตยางพาราลดลงเพราะการแพร่ระบาดของโรคใบด่าง…

อินเดียเร่งบรรลุข้อตกลง FTA กับสหราชอาณาจักร

  เว็บไซต์ Hindustan Times รายงานเมื่อ 17 ม.ค.66 ว่า นาย Vinay Kwatra ปลัดกระทรวงต่างประเทศอินเดีย พบหารือกับนาย Philip Barton ปลัด กต.สหราชอาณาจักรเมื่อ 16 ม.ค.66 ยืนยันที่จะเร่งบรรลุข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Area-FTA) บนพื้นฐานของหลักการความร่วมมือที่สมดุลและครอบคลุม ซึ่งจะเป็นข้อตกลงสำคัญระหว่างอินเดียกับสหราชอาณาจักร ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 และ 6 ของโลก ตามลำดับ โดยทั้งสองฝ่ายติดตามความคืบหน้าการจัดทำ Roadmap 2030 ที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศครอบคลุมมิติด้านการเมือง ความมั่นคง การค้า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และสาธารณสุข รวมทั้งหารือเกี่ยวกับประเด็นความท้าทายอื่น ๆ ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค โอกาสเดียวกันนี้ ปลัดกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร ยังได้เข้าเยี่ยมคารวะนายสุพรหมณยัม ชัยสังกระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอินเดียด้วย Credit Pic : adda247.com

ฟิลิปปินส์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว

  สำนักข่าว Vietnamplus รายงานเมื่อ 16 ม.ค.66 ว่า นาย Marvin Rillo ส.ส.ฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ฟิลิปปินส์จะลงทุนเงิน 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างและพัฒนาถนนในพื้นที่ท่องเที่ยว ทั้งนี้ฟิลิปปินส์กำลังพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวก และดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังมีแผนในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเรือสำราญ การจัดงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาค และสานต่อความร่วมมือที่ภาครัฐส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยว แสดงให้เห็นว่าเมื่อปี 2565 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าฟิลิปปินส์ 2,650,000 คน สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในปี 2566 กระทรวงการท่องเที่ยวตั้งเป้าหมายจะดึงดูดนักท่องเที่ยว 2,600,000-6,400,000 คน Credit Pic : Xinhua / thestar.com