ประธานาธิบดีจีนอาจเยือนเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน อาจเดินทางเยือนเกาหลีเหนือในห้วงปลาย พ.ค. หรือ ต้น มิ.ย.69 และอาจเสนอเป็นคนกลางประสานงานให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้พบกับนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ คาดว่าทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อเตรียมการเยือนดังกล่าวตั้งแต่ เม.ย.69 ซึ่งตรงกับห้วงที่นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน เยือนเกาหลีเหนือ โดยได้มีการหารือแนวทางขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติจริงมากขึ้น นอกจากนี้ การเดินทางเยือนของประธานาธิบดีจีนครั้งนี้ยังตรงกับโอกาสครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์จีน-เกาหลีเหนือด้วย

จีน-รัสเซียเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อ 20 พ.ค.69 ที่กรุงปักกิ่ง โดยผู้นำจีนย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน อีกทั้งเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเสริมสร้างความร่วมมือ มิตรภาพ และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ตลอดจนความร่วมมือใหม่ ๆ ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ของชาติร่วมกัน พร้อมเน้นย้ำว่าจีนและรัสเซียควรร่วมกันขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือพหุภาคีต่าง ๆ อาทิ สหประชาชาติ  องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้   กลุ่ม BRICS และเอเปค รวมถึงส่งเสริมความเป็นเอกภาพของกลุ่มประเทศโลกใต้  ขณะที่ประธานาธิบดีปูติน แสดงความพร้อมร่วมมือกับจีน  เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกัน และขับเคลื่อนระเบียบโลก ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ใน ตอ.กลาง   ออกแถลงการณ์ร่วม และลงนามในเอกสารความร่วมมือ 20 ฉบับ

ญี่ปุ่นตอบโต้จีนและรัสเซีย

นายมาซานาโอะ โอซากิ   รองเลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น เมื่อ 21 พ.ค.69 ระบุว่า คำวิจารณ์ของจีนและรัสเซียกรณีญี่ปุ่นกำลังฟื้นฟูอำนาจทางทหารนั้น ไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง โดยเป็นการตอบโต้ภายหลังการประชุมของผู้นำจีนและรัสเซีย ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 20 พ.ค.69  ญี่ปุ่นต้องการให้จีนเปลี่ยนพฤติกรรมด้านกิจกรรมทางทหารที่ก่อให้เกิดความกังวลต่อประชาคมระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้รัสเซียยุติการรุกรานยูเครน นอกจากนี้ ยังระบุว่าญี่ปุ่นยึดมั่นในคุณค่าของเสรีภาพ ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมมาโดยตลอดนับแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

การเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทยส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์

East Asia Forum ของออสเตรเลีย เผยแพร่บทความระบุว่า การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วของไทยกำลังส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากจำนวนผู้ซื้อลดลง ทำให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระยะยาวลดลง ขณะเดียวกันยังมีปัญหาการเติบโตของรายได้ประชากร ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเช่าในระยะยาวในพื้นที่รองเพื่อเป็นทางเลือกแทนการซื้อสำหรับครัวเรือนที่มีความเปราะบาง และเปิดให้ต่างชาติดูดซับอุปทานในเมืองโดยมีการควบคุมอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาด

WHO กังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเมื่อ 19 พ.ค.69 ว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และยูกันดา น่ากังวลอย่างยิ่ง  มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 คน และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 500 คน ปัจจัยที่บ่งชี้ว่าการระบาดครั้งนี้มีโอกาสที่จะลุกลามต่อไปและทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ 1) การพบผู้ติดเชื้อในเขตเมืองขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น กรุงกัมปาลา   เมืองโกมา และเมืองบูเนีย  2) พบสัญญาณของการแพร่เชื้อภายในสถานพยาบาลหลังมีรายงานการเสียชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ 3) สถานการณ์ความไม่มั่นคงจากความขัดแย้งในจังหวัดอิตูรี  ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลและเป็นจุดที่ตรวจพบเชื้อไวรัสครั้งแรกเมื่อต้น พ.ค.69 และทวีความรุนแรงในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน และ 4) เชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาเฉพาะ

กองทัพไต้หวันเตรียมจัดตั้งหน่วยควบคุมโดรนใหม่ 2 แห่ง

สนข. Taiwan News รายงานเมื่อ 19 พ.ค.69 ว่า กองบัญชาการยุทธบริเวณที่ 2  ของไต้หวัน เตรียมจัดตั้งหน่วยควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) 2 แห่ง ที่เมืองไถตง และเมืองฮัวเหลียน ทางทิศตะวันออกของไต้หวัน เพื่อรับมือกับรูปแบบการทำสงครามที่เปลี่ยนแปลงไป เฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจีนดัดแปลงเครื่องบินขับไล่รุ่น J-6 ที่ปลดประจำการแล้วกว่า 500 ลำ เป็นโดรนโจมตีรุ่น J-6W และนำเข้าประจำการในฐานทัพอากาศ 6 แห่งใกล้ช่องแคบไต้หวัน โดยกองบัญชาการพื้นที่ไถตง (Taitung Area Command) จะยุบและปรับโครงสร้างกองร้อยทหารม้ายานเกราะ เพื่อจัดตั้งเป็นหน่วยควบคุมโดรน ส่วนกองบัญชาการป้องกันพื้นที่ฮัวเหลียนจะจัดตั้งหน่วยควบคุมโดรนเช่นกัน

อิหร่านขู่ควบคุมและเก็บค่าธรรมเนียมสายเคเบิลทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 19 พ.ค.69 อ้าง สนข. Sepah News ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ว่า อิหร่านอาจประกาศให้สายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber-optic cables) ทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การอนุญาต การกำกับดูแล และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านเข้ามาใช้อำนาจในการบริหารจัดการการสัญจรทางทะเลในน่านน้ำดังกล่าว

สหรัฐฯ มีแผนลดความช่วยเหลือทางทหารให้กับเนโต

สหรัฐฯ มีแผนจะลดกองกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ที่จะส่งไปช่วยสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO หรือเนโต ) หากเกิดสงครามหรือวิกฤตการณ์ร้ายแรง โดยระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการตัดลดความช่วยเหลือทางการทหารแก่เนโตอย่างเป็นทางการใน 22 พ.ค.69 เพื่อผลักดันให้สมาชิกประเทศในยุโรปรับผิดชอบภาระด้านความมั่นคงเองมากขึ้น   ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศถอนทหารอเมริกันออกจากยุโรปแล้ว 5,000 นาย รวมถึงการยกเลิกการส่งทหารไปยังโปแลนด์ อีกทั้ง มีอาจปรับลดจำนวน จนท.ที่ปฏิบัติภารกิจในศูนย์บัญชาการร่วมและหน่วยกรองข่าวกรองของเนโตอีกประมาณ 200 คน

อินโดนีเซียพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตาเพิ่มขึ้น

หัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 18 พ.ค.69 ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตา  จำนวน 3 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัยอีก 6 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามอาการ โดยก่อนหน้านี้ สธ.รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อที่หายป่วยแล้ว 4 ราย และอยู่ระหว่างการรักษา 1 ราย  ปัจจุบัน อินโดนีเซียยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในกรุงจากาตาร์ รวมทั้งท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา ที่บังคับให้ผู้โดยสารขาเข้ายื่นข้อมูลสุขภาพ ตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องสแกนความร้อน ร่วมกับการสังเกตอาการ อย่างไรก็ดี ไวรัสฮันตาไม่ใช่โรคใหม่ในอินโดนีเซีย โดยมีการศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปี 2558 ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้เมื่อห้วงปี 2567-2569 จำนวน 3 ราย  จากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 23 รายทั่วประเทศ

สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์เร่งขับเคลื่อนแผนสร้างศูนย์เทคโนโลยี AI ตามกรอบความร่วมมือ Pax Silica

ถ้อยแถลงของนาย Jacob Helberg ปลัด กต.สหรัฐฯ ระหว่างการเยือนฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ห้วง 17 – 21 พ.ค.69 ว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ เร่งขับเคลื่อนแผนก่อสร้างศูนย์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ประมาณ 10,117 ไร่ ตามกรอบความร่วมมือ Pax Silica บริเวณเขตความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security Zone) เมืองนิวคลาร์กซิตี ภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจลูซอน (Luzon Economic Corridor-LEC) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตระหว่างพันธมิตร  เฉพาะอย่างยิ่งมาตรการคุ้มครองนักลงทุนอเมริกัน รวมทั้งการออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ตลอดจนการขอรับความคุ้มกันทางการทูตในการดำเนินโครงการ ซึ่งฟิลิปปินส์ยังไม่ได้ตอบรับข้อเรียกร้องดังกล่าวของสหรัฐฯ