สถานีบริการน้ำมันในกรุงมอสโกจำกัดการจำหน่ายเนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมัน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 ว่า สถานีบริการน้ำมันในกรุงมอสโก รัสเซีย กลับมาจำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ภายหลังการผ่อนปรนข้อจำกัดเมื่อ มิ.ย.69 เนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสาเหตุเชื่อมโยงกับการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย ทำให้สั่งห้ามการส่งออกน้ำมันเบนซินและดีเซล  และเริ่มน้ำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากต่างประเทศ รวมทั้งจำกัดการจำหน่ายน้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน โดยแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน เช่น Gazprom Neft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลในกรุงมอสโกที่ 40 ลิตรต่อรถยนต์ 1 คัน  Rosneft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินทั่วรัสเซียที่ 30 ลิตรต่อคัน แต่ไม่จำกัดการจำหน่ายน้ำมันดีเซล Lukoil กำหนดข้อจำกัดในการจำหน่ายน้ำมันในกรุงมอสโกและพื้นที่โดยรอบแต่ไม่ได้ระบุปริมาณที่เฉพาะเจาะจง และ Tatneft จำกัดการจำหน่ายน้ำมันเบนซินที่ 50 ลิตรต่อคัน

ไทยควรปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

เว็บไซต์สถาบันวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน (Institute for Energy Economics and Financial Analysis-IEEFA) ซึ่งเป็น Think Tank ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานของไทยว่า ปัจจุบันไทยผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66 แต่เริ่มมีความเสี่ยงจากปริมาณจากก๊าซในอ่าวไทยที่ลดลง และความผันผวนของสถานการณ์น้ำมันและเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน แม้ไทยจะมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการใช้โซลาร์เซลล์ แต่ยังมีอุปสรรคจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่สูง ขาดสิทธิพิเศษด้านภาษีเพื่อจูงใจประชาชน และนโยบายระดับชาติที่ยังไม่แน่นอน จึงมีข้อเสนอได้แก่ 1) เปลี่ยนมาตรการรับซื้อไฟฟ้าเป็นแบบขายคืนแบบหักลบกับหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ (Net Metering) และเสนออัตราการซื้อคืนที่สูงขึ้น 2) เพิ่มสิทธิในการนำไปลดหย่อนภาษี 3) ยกเลิกเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าที่เข้มงวดและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของระบบเพื่อขจัดอุปสรรคของโครงข่ายไฟฟ้า

การที่ผู้นำเมียนมาจะเยือนกัมพูชาเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

นายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา กำหนดจะเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในห้วงต้น ก.ย.69 เพื่อส่งเสริมมิตรภาพระหว่างกัน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความจำเป็นและผลประโยชน์ร่วมกัน สำหรับการเยือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายมินอองไลง์ได้รับเลือกตั้งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อ เม.ย.69 จากนั้นเดินทางเยือนอินเดีย จีน ลาว ไทย และรัสเซียอย่างเป็นทางการตามลำดับ ด้าานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศกัมพูชาเห็นว่า การเยือนกัมพูชาของผู้นำเมียนมาจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยกัมพูชาสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการสร้างสันติภาพและความปรองดองแก่เมียนมา เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในประเทศ มากกว่าที่จะสร้างแรงกดดันจากภายนอก อย่างไรก็ดี กัมพูชายังคงต้องระมัดระวังและแสดงท่าทีให้สอดคล้องกับจุดยืนและท่าทีของอาเซียน

เวียดนามมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 19 ส.ค.69 อ้างคำกล่าวของนาย Ha Anh Duc ผอ.กรมการบริหารจัดการกระบวนการตรวจรักษาโรคและการดูแลสุขภาพ สังกัด สธ.เวียดนาม ว่าเวียดนามคาดหวังจะเป็นผู้นำระดับต้นด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ภายในปี 2573 และตั้งเป้าหมายจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวทั้งชาวเวียดนามโพ้นทะเลและชาวต่างชาติให้ได้ประมาณปีละ 750,000 คน ระหว่างปี 2569-2573 โดยมุ่งผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคเอกชนร่วมประสานงานอย่างจริงจัง เร่งสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข ยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล สร้างตราสินค้าการท่องเที่ยวทางการแพทย์แห่งชาติที่มีอัตราค่าใช้จ่ายแข่งกับตลาดในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศได้ รวมทั้งจัดตั้งสมาคมสนับสนุนการพัฒนาด้านดังกล่างโดยตรง

อาเซียน-อินเดียจะฝึกซ้อมร่วมทางทะเล ครั้งที่ 2

อาเซียน-อินเดียมีกำหนดจัดการฝึกทางทะเลอาเซียน–อินเดีย (ASEAN-India Maritime Exercise-AIME) ครั้งที่ 2 ระหว่าง 28 ก.ย.-2 ต.ค.69 บริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ โดยมีฟิลิปปินส์และอินเดียเป็นเจ้าภาพร่วม และจะมีกองทัพเรือประเทศสมาชิกอาเซียนและอินเดียเข้าร่วมฝึก ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Anchored in Trust, United at Sea” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การประสานงานด้านการปฏิบัติการ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ทั้งนี้ AIME 2026 จัดขึ้นในภายใต้ปีแห่งความร่วมมือทางทะเลอาเซียน–อินเดีย 2569 (ASEAN-India Year of Maritime Cooperation 2026) ซึ่งผู้นำอาเซียนและอินเดียเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านกิจการทางทะเลระหว่างกัน

จีนเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศ SCO

จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจดิจิทัลของกลุ่มประเทศองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ระหว่าง 14-16 ก.ย.69 ที่เมืองอูรุมชี ทาง ตต.น. ของเขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์ คาดว่า จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 500 คน  การประชุมจะประกอบด้วยการประชุมเฉพาะระดับรัฐมนตรี (close-door meeting) การประชุมใหญ่ และการประชุมย่อย 4 วงประชุม โดยในการประชุมระดับรัฐมนตรีจะมีการหารือเพื่อจัดทำวาระความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของ SCO ห้วงปี 2569-2570 และแนวทางการทำงานหลังจากปีนี้ ขณะที่ วงประชุมย่อยคาดว่าจะหารือถึงแนวทางเชื่อมต่อทางการค้า การลงทุน การกำกับดูแล และแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

การขยายตัวเศรษฐกิจไทยชะลอลงจากผลกระทบความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

Bloomberg, Reuters และ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 สูงกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 1.7-1.8 แต่ชะลอตัวจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทบต่อการบริโภคในประเทศและภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2569

กัมพูชาแต่งตั้งบุตรสาวอดีตผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้แทนพิเศษของ นรม.กัมพูชา

พระบาทสมเด็จพระบรมนารถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา ทรงตราพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้ง น.ส.กึม โมโนวิทยา (อายุ 45 ปี/ปี 2569) บุตรสาวนายกึม สุขา อดีตประธานพรรคสงเคราะห์ชาติ (CNRP) ฝ่ายค้านกัมพูชา เมื่อ 17 ส.ค.69 ว่า เป็นผู้แทนพิเศษของสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา และมีตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรี  การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและศักยภาพได้ร่วมงานกับรัฐบาล  ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก นรม.กัมพูชา พบหารือกับ น.ส.กึม โมโนวิทยา เมื่อ 14 ส.ค.69 และ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานพรรค CPP พบหารือกับนายกึม สุขา และ น.ส.กึม โมโนวิทยา เมื่อ 16 ส.ค.69 สำหรับนายกึม สุขา ต้องโทษกักขังภายในบ้านพักเป็นเวลา 27 ปี จากความผิดฐานกบฏ และได้รับพระราชทานอภัยโทษ…

อินโดนีเซียจะช่วยเหลือฝึกทักษะการใช้อาวุธแก่กำลังพลกัมพูชา

ถ้อยแถลงของนาย Krishnajie Partadiredja รักษาการอุปทูต ประจำ สอท.อินโดนีเซีย/กรุงพนมเปญ เมื่อ 17 ส.ค.69 ว่า ในปี 2569 อินโดนีเซียจะเน้นไปที่การฝึกอบรมทักษะกำลังพลทหารและตำรวจกัมพูชา ให้สามารถใช้งานอาวุธที่อินโดนีเซียจัดสรรให้ในห้วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฉพาะอย่างยิ่ง อาวุธปืนขนาดเล็กและกระสุนปืนจากบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านกลาโหมของอินโดนีเซีย PT Pindad มากกว่าการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ชุดใหม่ นอกจากนี้ นาย Partadiredja ยังระบุถึงความก้าวหน้าของความสัมพันธ์  ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงการเยือนกรุงจาการ์ตาของนายฮุน มานี รอง นรม.กัมพูชา มูลค่าการค้าระหว่างกันที่เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สาม รวมถึงการผลักดันให้เพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างเมืองสำคัญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เช่น พนมเปญ-จาการ์ตา พนมเปญ-บาหลี และเสียมราฐ-บาหลี

สหรัฐฯ ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินของสถาบันการศึกษากับหน่วยงานต่างชาติ

กห.สหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 17 ส.ค.69 สั่งสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ 30 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์   มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์  มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส  มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก   และมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์  ให้ตรวจสอบความสัมพันธ์ด้านการวิจัยและการเงินกับหน่วยงานต่างชาติบางแห่ง โดยเฉพาะจากจีน อิหร่าน และรัสเซีย รวมถึงสถาบันขงจื๊อ  ตาม Section 1286 ของกฎหมายงบประมาณกลาโหมประจำปี 2562  เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลกลาง โดยสหรัฐฯ มุ่งปกป้องงานวิจัยและเงินทุนด้านการวิจัยจากภาษีของชาวอเมริกัน รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยสถาบันการศึกษาจะต้องประเมินความเสี่ยงและจัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมถึงการยุติความร่วมมือกับหน่วยงานต่างชาติที่มีความเสี่ยง และต้องแจ้งต่อ กห.สหรัฐฯ ภายใน 31 ส.ค.69