สหรัฐฯ จะถอนตัวจากการเป็นสมาชิก WHO

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 ม.ค.68 (21 ม.ค.68 ตามเวลาท้องถิ่นไทย) ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งของฝ่ายบริหาร (Executive Order) เรื่อง การถอนตัวของสหรัฐฯ จากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) โดยสั่งการให้ รมว.กต.สหรัฐฯ แจ้งให้เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ผู้บริหาร WHO และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที พร้อมระงับการสนับสนุน WHO และเรียก จนท.ของรัฐที่ปฏิบัติงานให้ WHO กลับประเทศ เนื่องจากเห็นว่า WHO จัดการวิกฤตสาธารณสุขระหว่างประเทศ รวมถึงวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ล้มเหลวในการปฏิรูปองค์การ ไม่สามารถดำเนินการอย่างอิสระโดยปราศจากอิทธิพลทางการเมืองของประเทศสมาชิก และเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณจากสหรัฐฯ มากกว่าประเทศอื่นอย่างไม่เป็นธรรม เฉพาะอย่างยิ่งจีนที่มีประชากรมากกว่าสหรัฐฯ แต่สนับสนุนงบประมาณน้อยกว่าสหรัฐฯ

กองทัพจีนประจำการเรือฟริเกตรุ่นใหม่

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 22 ม.ค.68 ว่า กองทัพเรือจีน เผยแพร่ภาพเรือฟริเกตลั่วเหอ (Luohe Type-054B) เลขประจำเรือ 545 เป็นเรือฟริเกตรุ่นใหม่ที่จีนนำเข้าประจำการ โดยเรือรุ่นดังกล่าวได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีหลบเลี่ยงการตรวจจับ (Stealth Technology) และติดตั้งระบบควบคุมเรือ รวมถึงระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ เพื่อบูรณาการระบบปฏิบัติการของเรือ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลายรูปแบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อิสราเอลปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในปาเลสไตน์

  นสพ. Times of Israel รายงานเมื่อ 21 ม.ค.68 ว่า ทหารกองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces-IDF) จนท.ตร.ชายแดนอิสราเอล (Israel Border Police) และ จนท.สำนักงานรักษาความปลอดภัยอิสราเอล (Israel Security Agency-ISA) หรือ Shin Bet สนธิกำลังปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายที่เมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ ภายใต้รหัส Iron Wall เพื่อทำลายสิ่งปลูกสร้างของกลุ่มก่อการร้ายและขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล โดยนำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่และใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โจมตีสิ่งปลูกสร้างที่เชื่อว่ากลุ่มก่อการร้ายใช้ประโยชน์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 35 คน

จีนจะกระชับความร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้นในปี 2568

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 21 ม.ค.68 ว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบหารือกับนายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ผ่านระบบประชุมทางไกลในวันเดียวกัน โดยนายสี จิ้นผิงเห็นว่า จีนและรัสเซียควรกระชับความร่วมมือระหว่างกัน และผลักดันการพัฒนารูปแบบความร่วมมือเชิงลึกให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมจะยกระดับความสัมพันธ์กับรัสเซียให้มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากขึ้นในปี 2568 เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของสองประเทศ และธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและความยุติธรรมของประชาคมระหว่างประเทศ ส่วนนายปูตินเห็นว่า ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างรัสเซียกับจีนมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์

เกาหลีใต้จะผลักดันการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือให้สำเร็จ

นสพ. Korea Times รายงานเมื่อ 21 ม.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กห.เกาหลีใต้ เมื่อวันเดียวกัน ว่า จะร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ  เพื่อผลักดันการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือให้สำเร็จ ซึ่งจะทำให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพของประชาคมระหว่างประเทศอย่างถาวร ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ แถลงว่า มีความสัมพันธ์อันดีกับนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และใช้ถ้อยคำกล่าวถึงเกาหลีเหนือในเชิงว่ามีสถานะเป็นรัฐนิวเคลียร์ (Nuclear power)

รมว.กต.สหรัฐฯ พบกลุ่ม QUAD ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เดินหน้านโยบายซื้อกรีนแลนด์

นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เมื่อ 21 ม.ค.68 พบหารือกับ รมว.กต.จากประเทศสมาชิกกลุ่ม QUAD ได้แก่ นาย Iwaya Takeshi รมว.กต.ญี่ปุ่น นาง Penny Wong รมว.กต.ออสเตรเลีย และ ดร.Subrahmanyam Jaishankar รมว.กต.อินเดีย ที่ กต.สหรัฐฯ วอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากการหารือ ทั้ง 4 ประเทศเผยแพร่ถ้อยแถลงร่วมที่มีใจความสำคัญว่า สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดียจะให้ความสำคัญกับการปกป้องและดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ สันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงในทุกมิติร่วมกัน รวมทั้งความมั่นคงทางทะเล และความร่วมมือระหว่างประชาชน กลุ่ม QUAD จะให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงด้านเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานด้วย นอกจากนี้ กลุ่ม QUAD ต่อต้านการกระทำฝ่ายเดียวของประเทศใดก็ตามที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบัน (status quo) โดยเฉพาะการใช้วิธีบังคับหรือข่มขู่  

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เห็นชอบนายมาร์โค รูบิโอ เป็น รมว.กต.สหรัฐฯ

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เมื่อ 20 ม.ค.68 มีมติ 99-0 เห็นชอบให้นายมาร์โค รูบิโอ นักการเมืองพรรครีพับลิกัน อายุ 53 ปี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อจากนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่จะพ้นจากตำแหน่ง หลังจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยนายรูบิโอเป็นคณะรัฐมนตรีคนแรกที่ได้รับการเห็นชอบ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนรับตำแหน่งในวันเดียวกัน นายรูบิโอจะเป็น รมว.กต.สหรัฐฯ คนแรกที่มีเชื่อสายละติน ครอบครัวเป็นผู้อพยพจากคิวบา

นายทรัมป์ใช้อำนาจผู้บริหาร หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 เมื่อ 20 ม.ค.68 ที่วอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมกับประกาศทิศทางการดำเนินนนโยบายสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ ทั้งนโยบายภายในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญคือ เศรษฐกิจ การจัดการผู้อพยพ และความร่วมมือของสหรัฐฯ กับนานาชาติ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังประกาศอภัยโทษแก่นักโทษการเมือง ที่มีส่วนร่วมในเหตุบุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อปี 2564 จำนวนประมาณ 1,500 คน ด้วยเหตุผลว่าต้องการลดความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ ทำให้จะมีการปล่อยตัวสมาชิกกลุ่ม Oath Keepers และ Proud Boys ที่ก่อเหตุรุนแรงในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ศาลเกาหลีใต้อนุญาตฝากขังประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล

สนข. Yonhap รายงานเมื่อ 20 ม.ค.68 ว่า จนท.นำตัวประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ ฝากขังที่สถานกักกันในเมืองอึยวัง จ.คย็องกี ทางใต้ของกรุงโซล โดยไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมนอกจากทีมกฎหมาย หลังศาลแขวงกรุงโซลอนุญาตฝากขังตามคำร้องของสำนักงานสอบสวนการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง (Corruption Investigation Office for High-ranking Officials-CIO) ของเกาหลีใต้ เมื่อ 19 ม.ค.68 ซึ่งจะขยายระยะเวลาควบคุมตัวประธานาธิบดียุนเป็น 20 วัน นับแต่จับกุมเมื่อ 15 ม.ค.68 เพื่อให้ CIO สอบสวนเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐานก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการร่างคำฟ้องในความผิดฐานเป็นกบฏ จากการประกาศใช้กฎอัยการศึกโดยมิชอบด้วยกฎหมายเมื่อ 3 ธ.ค.67 ให้ศาลพิจารณา

กลุ่มกบฏในโคลอมเบียก่อเหตุโจมตี

สนข. AP รายงานเมื่อ 20 ม.ค.68 ว่ากองทัพโคลอมเบียเตรียมส่งกำลังพล 5,000 นาย เพื่อควบคุมสถานการณ์ในภูมิภาคคาตาตัมโบ ซึ่งเกิดเหตุโจมตีระหว่างกลุ่มกบฏ National Liberation Army (ELN) กับอดีตสมาชิกกลุ่มกบฏ Revolutionary Armed Forces of Colombia (FARC) ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย ด้านนายวิลเลียม วิลลามิซาร์ ผู้ว่าการเขตนอร์ธ ซันตันเดร์ ในภูมิภาคดังกล่าวระบุว่า ประชาชนบางส่วนอพยพไปยังเมืองทิบู ซึ่งมีศูนย์พักพิงหลายแห่ง หรือข้ามชายแดนไปยังเวเนซุเอลา ขณะที่นายอีวาน วาลาเกซ รมว.กห.โคลอมเบีย เดินทางไปยังเมืองคูคูตาในเขตนอร์ธ ซันตันเดร์ เพื่อจัดประชุม จนท.ด้านความมั่นคงและเจรจาให้กลุ่มกบฏหยุดยิง