เมียนมาเตรียมเปิดเส้นทางการค้าตามแนวโครงการก่อสร้างทางหลวงไตรภาคี

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 1 ส.ค.69 ว่า เมียนมาเตรียมเปิดเส้นทางการค้าตามแนวโครงการก่อสร้างทางหลวงไตรภาคี อินเดีย-เมียนมา-ไทย อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากกองทัพเมียนมาประกาศว่าได้ควบคุมเส้นทางถนนสายหลักในภาคสะไกง์ที่เชื่อมต่อกับชายแดนอินเดีย อาทิ การควบคุมเส้นทางกาเลวา-ยาร์จี-โมนยวา เมื่อ 7 ก.ค.69 และการควบคุมเส้นทางกะเล-ตามู เมื่อ 31 ก.ค.69 ซึ่งเป็นการเปิดเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อมภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมากับอินเดีย และมีบทบาทสำคัญในการค้าชายแดน การขนส่ง การพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าจากเมียนมาไปยังตลาดต่างประเทศและนำเข้าสินค้าเข้ามาในเมียนมา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการค้าและการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค รวมถึงกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านไทยต่อไป

เลขาธิการอาเซียนมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ USPACOM

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน จะเข้าร่วมการประชุม International Military Law and Operations (MILOPS) Conference ครั้งที่ 37 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระหว่าง 3-6 ส.ค.69 ตามคำเชิญของ พล.ร.อ.ซามูเอล ปาปาโร ผบ.กองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ (USPACOM) โดยใน 3 ส.ค.69 จะกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ASEAN Centrality in the Context of Maintaining Peace, Security and Prosperity in the Indo-Pacific” พร้อมทั้งจะใช้โอกาสดังกล่าวหารือทวิภาคีกับผู้เข้าร่วมการประชุม

กต.สหรัฐฯเตือนชาวอเมริกันในตะวันออกกลางให้ออกจากพื้นที่โดยเร็ว

สอท.สหรัฐฯ ประจำประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางหลายประเทศ เช่น บาห์เรน อียิปต์ อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตือนชาวอเมริกันเมื่อ 1 ส.ค.69 ให้พิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็ว หรือเตรียมพร้อมออกจากพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษด้านความปลอดภัย และตรียมพร้อมสำหรับกรณีการยกเลิกเที่ยวบิน การปิดน่านฟ้าชั่วคราว หรือการหยุดชะงักของการเดินทาง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงและยืดเยื้อในพื้นที่จากความตึงเครียดกับอิหร่านที่เพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ กต.สหรัฐฯ ได้ประกาศในวันเดียวกัน ยกระดับการเตือนการเดินทางไปเขตปกครอง Ceuta ของสเปน เป็นระดับ 3 ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงการเดินทาง จากปัญหาวิกฤตคลื่นผู้อพยพและความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้อพยพกับกองกำลังทหาร ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ของสเปนยังคงคำเตือนไว้ที่ ระดับ 2 เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ข้าวไทยได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น เผยแพร่บทความเกี่ยวกับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยสัญญาณเริ่มปรากฎในไทยที่มีปริมาณฝนลดลงจากปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าว โดยภาวะแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญยังส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าวและอ้อยของอินเดีย และผลผลิตโกโก้ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการทำประมงในภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานอาหารโลก

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของกัมพูชาขยายตัว

รายงานของธนาคารชาติกัมพูชา (NBC) ระบุว่าห้วง ม.ค.-มิ.ย.69 เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของกัมพูชา มีมูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2568 ร้อยละ 18.5 แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงกรณีพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นว่าการเมืองและเศรษฐกิจกัมพูชามีเสถียรภาพ สำหรับ FDI ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเงิน   ส่วนอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ภาคการเงิน ที่ขยายตัวมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมพลังงาน และโรงงานผลิต   ขณะที่ FDI บางภาคส่วนปรับลดลง ได้แก่ ภาคการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรมและสถานบริการ

มาเลเซียเริ่มคัดกรองและเตรียมส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา

ดาตุ๊ก ซรี ไซฟุดดิน นาซุตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซีย แถลงเมื่อ 30 ก.ค.69 ว่า เตรียมส่งตัวชาวเมียนมากลับประเทศ หลังจากรัฐบาลเมียนมาตกลงรับตัวกลับ โดยกระทรวงฯ และกำลังคัดกรองผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ผ่านระบบลงทะเบียนเอกสารผู้ลี้ภัย (Refugee Registration Document System-DPP) ซึ่งประกอบด้วยหลายขั้นตอน ได้แก่ การติดตาม ระบุตัวตน ตรวจสอบความปลอดภัย และการพิจารณาสถานะของแต่ละบุคคล ก่อนออกเอกสารยืนยันเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ เพื่อคัดกรองบุคคลที่จะได้สถานะผู้ลี้ภัย หรือส่งกลับประเทศ ปัจจุบัน มาเลเซียควบคุมตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองประมาณ 22,000 คน ในศูนย์กักกัน 19 แห่ง ทั่วประเทศ ในจำนวนดังกล่าวมีชาวเมียนมาประมาณ 4,000 คน ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ซึ่งจะถูกย้ายให้ไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการทั้งระบบ

เวียดนามต้อนรับเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-73 ของสหรัฐฯ เทียบท่าที่นครดานัง

สนข.VGP ของทางการเวียดนาม รายงานเมื่อ 30 ก.ค.69 ว่าเมื่อวันเดียวกัน ทร.ภทร.3 จนท.กต. กห. กรมกิจการต่างประเทศนครดานัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเวียดนาม ให้การต้อนรับ ทร.สหรัฐฯ ที่นำเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington (CVN-73) เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ Tien Sa นครดานัง เป้าหมายส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ รวมทั้งการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ทั้งด้านวัฒนธรรม กีฬา การแลกเปลี่ยนด้านภาษา

UN ระบุโลกกำลังเผชิญสัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง

นายไซมอน สตีล เลขาธิการบริหารกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ระบุเมื่อ 28 ก.ค.69 ว่า โลกกำลังเผชิญสัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง เช่น ไฟป่าครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสและสเปน คลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรป แอฟริกาเหนือ และญี่ปุ่น รวมถึงพายุร้ายในชิลี กำลังสร้างความสูญเสียต่อชีวิต เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานในระดับวิกฤต พร้อมย้ำว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่า ภาวะโลกร้อนซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ เป็นสาเหตุที่ทำให้คลื่นความร้อน น้ำท่วม และพายุรุนแรงเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น ดังนั้น ประชาคมโลกจำเป็นต้องเร่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน ปกป้องป่าไม้ และเพิ่มการสนับสนุนประเทศที่เปราะบาง เพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างเร่งด่วน

รัสเซียตั้งข้อหาผู้ก่อตั้ง Telegram ว่าอำนวยความสะดวกในการก่อการร้าย

หน่วยข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ระบุเมื่อ 29 ก.ค.69 ว่า FSB ตั้งข้อหานาย Pavel Durov ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ Telegram ว่าอำนวยความสะดวกในการก่อการร้ายและออกหมายจับระหว่างประเทศ   FSB อ้างว่า Telegram ล้มเหลวในการสกัดกั้นเนื้อหาที่ทางการยูเครน รวมถึงกลุ่มผู้ก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงใช้ในการเตรียมการก่อวินาศกรรม สังหารหมู่ และการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในรัสเซีย อย่างไรก็ดี นาย Durov ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฝ่ายบริหารของ Telegram ยังไม่แสดงท่าทีต่อการตั้งข้อหาดังกล่าว

วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรองนายเจย์ เคลย์ตันให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.DNI

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเมื่อ 28 ก.ค.69 รับรองนายเจย์ เคลย์ตัน อดีตอัยการประจำเขตนิวยอร์กใต้ ดำรงตำแหน่ง ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) คนใหม่อย่างเป็นทางการด้วยมติ 51 ต่อ 47 เสียง  นายเคลย์ตันต้องเร่งผลักดันการต่ออายุกฎหมายสอดแนมและการดักฟังข้อมูลข่าวกรองต่างประเทศ (FISA Section 702) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญด้านความมั่นคงที่สิ้นสุดการบังคับใช้ตั้งแต่ 12 มิ.ย.69  รวมทั้งฟื้นฟูเสถียรภาพและความเชื่อมั่นใน DNI กลับคืนมาหลังจากนายบิล พัลเต อดีตรักษาการ ผอ.DNI  ได้ปรับลดจำนวนบุคลากรลง ร้อยละ 30