ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 13-17 พ.ย.68 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวถึง การเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน และมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เมียนมาขอใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาขอให้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในเส้นทาง ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมากับไทย แทนการใช้ด่านพรมแดนเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยงที่ปิดทำการ รวมถึงได้มีการออกใบอนุญาตนำเข้าและดำเนินการค้าชายแดนผ่านด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉานเข้าสู่ จ.เชียงราย ของไทย เพื่อให้การนำเข้า–ส่งออกของทั้งสองประเทศดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมียนมากำลังดำเนินการจัดตั้งเส้นทางการค้าใหม่เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการค้าชายแดน โดยเฉพาะในเส้นทางเมียนมา–จีน ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการปิดทำการของด่านชินชเวฮอ ลเวเจ และมูเซ ในรัฐฉาน จึงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่จีน

บังกลาเทศปฏิเสธว่าเป็นฐานของกลุ่มก่อการร้ายโจมตีอินเดีย

เว็บไซต์ bdnews24 ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 11 พ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Touhid Hossain ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของบังกลาเทศ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ นสพ.The Times of India ของอินเดีย ที่ระบุว่า กลุ่มก่อการร้าย Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานอยู่ในปากีสถาน กำลังใช้บังกลาเทศเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอินเดีย หลังเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้ป้อมแดง (Red Fort) ในกรุงนิวเดลี นครหลวงของอินเดีย เมื่อ 11 พ.ย.68  นาย Hossain ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล และเป็นความพยายามที่จะโยนความรับผิดชอบให้แก่บังกลาเทศโดยไม่เป็นธรรม

การประชุม BIMP-EAGA หารือการเชื่อมโยงเส้นทางการบินและอุตสาหกรรมฮาลาล

การประชุม รมว. ภายใต้กรอบความร่วมมือเขตพัฒนาเศรษฐกิจด้านอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 จัดขึ้นที่เมืองดาเวา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 12 พ.ย.68 มุ่งหารือความร่วมมือในกรอบ BIMP-EAGA (ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) โดยเฉพาะแนวทางฟื้นฟูเส้นทางการบินระหว่างเมืองดาเวากับเมืองมานาโดของอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งอาเซียน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานด้านฮาลาล (Task Force on Halal) เพื่อรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมฮาลาลและส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน

อินเดียส่งพลเมืองที่หลบหนีจาก KK Park เข้าไทย กลับประเทศ

เว็บไซต์ สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ เมื่อ 10 พ.ย.68 เปิดเผยว่า สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ และสกญ.อินเดีย/จ.เชียงใหม่ อำนวยความสะดวกให้แก่ชาวอินเดียจำนวน 197 คน ซึ่งหลบหนีเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายและถูกควบคุมตัวได้ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จากการปราบปรามฐานอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีในโครงการ KK Park จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ในการส่งตัวกลับอินเดียเป็นชุดที่สอง ด้วยเที่ยวบินพิเศษของ ทอ.อินเดีย   โอกาสนี้ ยังย้ำคำแนะนำสำหรับการทำงานในต่างประเทศ โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลของนายจ้างต่างชาติอย่างรอบคอบ และการเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่า (visa-free entry) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการทำงานในไทย ทั้งนี้ อินเดียส่งตัวพลเมืองอินเดียชุดแรก จำนวน 270 คน กลับประเทศแล้วเมื่อ 6 พ.ย.68

สื่อสหรัฐฯ รายงานมาตรการลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยวไทย

Bloomberg เผยแพร่บทความเกี่ยวกับมาตรการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจูงใจด้วยการลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง ซึ่งเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68 แต่จนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่เห็นผลตอบรับที่ดี โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาสั้นเกินไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้คนไทยไม่อยากใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น การท่องเที่ยว ขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มไม่อยู่ในเกณฑ์เสียภาษีจึงไม่สนใจการลดหย่อนภาษี และเห็นว่ามาตรการก่อนหน้า เช่น โครงการร่วมจ่ายที่อุดหนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว อาจช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศได้มากกว่ามาตรการด้านภาษี

โฆษก กต.ญี่ปุ่น ถูกรัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศ

เว็บไซต์ Nippon.com รายงานเมื่อ 12 พ.ย.68 ว่า พลเมืองญี่ปุ่น 30 คน ถูก กต.รัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศโดยไม่มีกำหนด ประกอบด้วย นายโทชิฮิโระ คิตามูระ โฆษก กต.ญี่ปุ่น กลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยฮอกไกโด มหาวิทยาลัยเคโอ และมหาวิทยาลัยทาคุโชกุ รวมถึงสื่อมวลชน เช่น นักข่าวอาวุโสของ นสพ.Nikkei และอดีตผู้สื่อข่าวประจำกรุงมอสโก ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวของรัสเซียเป็นการตอบโต้ญี่ปุ่นที่คว่ำบาตรรัสเซียภายหลังการรุกรานยูเครน และเป็นครั้งแรกนับแต่นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เข้าดำรงตำแหน่ง เมื่อ ต.ค.68 โดยครั้งล่าสุดที่พลเมืองญี่ปุ่นถูกรัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศคือ เมื่อ มี.ค.ปี 68

สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ

สนข.AP รายงานเมื่อ 12 พ.ย.68  ว่า กต.สหรัฐฯ สั่งการให้ สอท.และ สกญ.สหรัฐฯ ทั่วโลกเข้มงวดในการพิจารณาออกหรือต่ออายุวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ เฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ขอยื่นเปลี่ยนสถานะเป็นผู้พำนักถาวร โดยกำหนดให้พิจารณาทักษะการใช้อังกฤษและวิชาชีพ สถานภาพการเงิน การรับความช่วยเหลือจากรัฐ ตลอดจนประวัติสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท วัณโรค พิษสุราเรื้อรัง และจิตเวช เพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน และลดความเสี่ยงที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลหรือรักษาชาวต่างชาติ ตามนโยบายจัดการผู้อพยพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  มาตรการดังกล่าวไม่ครอบคลุมผู้ขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยือน

ไทยเตรียมส่งตัวนาย She Zhijiang ไปดำเนินคดีที่จีน

Reuters AP และ AFP รายงานกรณีศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ส่งตัวนาย She Zhijiang กลับไปดำเนินคดีที่จีน ในความผิดฐานเปิดบ่อนกาสิโนโดยผิดกฎหมาย หลังจากถูก ตร.ไทยจับกุมเมื่อ ส.ค. 65  นาย She เป็นผู้ก่อตั้งและดำเนินการเว็บไซต์พนันออนไลน์ 239 แห่ง มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 12.63 ล้านล้านบาท และยังเป็นผู้พัฒนาโครงการ Yatai New City ในเมือง Shwe Kokko ของเมียนมา ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทย และมีชื่อเสียงด้านการหลอกลวงทางไซเบอร์และค้ามนุษย์ โดยพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการฉ้อโกงทางออนไลน์นับตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19 ซึ่งสร้างรายได้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ไทยเพิ่มความเข้มงวดควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Nikkei Asia Gulf News ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ The Economic Times ของอินเดีย รายงานกรณีไทยบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ เมื่อ 8 พ.ย. 68 โดยกำหนดบทลงโทษสูงสุด 10,000 บาท สำหรับผู้ที่ดื่มในที่สาธารณะนอกเวลาที่กำหนด การดำเนินการของรัฐบาลก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะอาจทำให้ยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ไทยมีกฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ในภูมิภาค