ภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในเมียนมาส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทอผ้า

สนข. DVB รายงานเมื่อ 15 เม.ย.69 ว่า ผู้ประกอบการทอผ้าในเมืองชเวโบ ภาคสะไกง์ เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจจนต้องหยุดหรือชะลอการผลิตจำนวนมากซึ่งป็นผลจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากวิกฤตพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ที่ประสบภาวะขาดแคลนไฟฟ้าที่เพียงพอต่อการผลิตหลังรัฐบาลตัดกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2565 ทำให้ผู้ประกอบการต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟดีเซลเป็นหลัก ต้นทุนการผลิตจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จีนหารือกับอิหร่านเกี่ยวกับความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาค

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน เมื่อ 15 เม.ย.69 ซึ่งนายอะราคชี ได้ชี้แจงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ และข้อพิจารณาของอิหร่าน พร้อมคาดหวังว่า จีนจะมีบทบาทเชิงบวกในการส่งเสริมสันติภาพและยุติสงคราม ขณะที่นายหวัง อี้ กล่าวว่า จีนสนับสนุนการรักษาความคืบหน้าของการหยุดยิงและการเจรจาสันติภาพ ซึ่งเป็นผลประโยชน์พื้นฐานของชาวอิหร่าน และสะท้อนความคาดหวังของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งยังเรียกร้องให้เคารพและปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่านในฐานะประเทศที่ตั้งอยู่บนช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯไม่ขยายเวลาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรให้ซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียและอิหร่าน

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ และนายคริส ไรท์ รมว.พน.สหรัฐฯ ยืนยันเมื่อ 15 เม.ย.69 ว่า สหรัฐฯ จะไม่ขยายเวลาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียและอิหร่าน (สหรัฐฯ ประเมินว่า มีปริมาณน้ำมันดิบที่ลอยลำอยู่ดังกล่าวประมาณ 260 ล้านบาร์เรล และน่าจะถูกซื้อขายไปหมดแล้ว) โดยการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว สิ้นสุด เมื่อ 11 เม.ย. และ 19 เม.ย.69  การไม่ขยายเวลาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ  ไปซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ มากขึ้น

NATO ปฏิเสธเข้าร่วมภารกิจปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ

สมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) นำโดยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ประกาศ เมื่อ 14 เม.ย.69 ปฏิเสธข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้พันธมิตรเนโตเข้าร่วมปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน แต่เสนอมาตรการจัดตั้งภารกิจพหุภาคีเพื่อพิทักษ์เสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสถานการณ์สู้รบสิ้นสุดลงแทน โดยฝรั่งเศสเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกับพันธมิตรกว่า 30 ประเทศ เพื่อวางกรอบการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและกำหนดระเบียบการเดินเรือสากลในฐานะภารกิจเชิงป้องกันที่แยกส่วนจากคู่ขัดแย้งโดยตรง เพื่อรักษาเสถียรภาพของเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ สอดคล้องกับความพยายามทางการทูตในการคลี่คลายวิกฤตการณ์ก่อนการประชุมสุดยอดเนโตที่กรุงอังการา ตุรกี ใน มิ.ย.69

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัวร้อยละ 3.1

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) เมื่อ 14 เม.ย.69 โดยคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีระยะเวลาและขอบเขตจำกัด เศรษฐกิจโลกระหว่างปี 2569 – 2570 จะขยายตัวร้อยละ 3.1 และ 3.2 ตามลำดับ ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.4 ในปี 2026 และลดลงเหลือร้อยละ 3.7 ในปี 2027 อย่างไรก็ดี หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายมากขึ้น เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2 – 2.5 และอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 5.4 – 6 โดยประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศพัฒนาแล้วประมาณ 2 เท่า

ประธานาธิบดีจีนหารือกับ UAE และสถานการณ์ใน ตอ.กลาง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกับ เชค มุฮัมมัด บิน ซายิด อาลนะห์ยาน เจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบีและประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 เม.ย.69 ว่า โดยประธานาธิบดีจีนให้ความสำคัญ UAE ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน  รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ใน ตอ.กลาง และพื้นที่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจีนย้ำจุดยืนในการส่งเสริมสันติภาพและการเจรจา และจะยังมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับเสนอ 4 ข้อ  ได้แก่ 1) ยึดมั่นหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาคปรับปรุงความสัมพันธ์ 2) ยึดมั่นหลักการอธิปไตยของชาติ 3) รักษาหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ และ 4) การประสานงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง ขณะที่ UAE ชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีน และให้คำมั่นจะคุ้มครองชาวจีน

จีนปฏิเสธข่าวการเตรียมส่งยุทโธปกรณ์ให้อิหร่าน

โฆษก สอท.จีน ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว CNN เมื่อ 11 เม.ย.69 ปฏิเสธข้อกล่าวหาของหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าจีนกำลังเตรียมจะส่งระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า (MANPADs) ให้กับอิหร่าน  ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการคาดการณ์ที่ไม่มีหลักฐาน พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของจีนที่ไม่เคยจัดหายุทโธปกรณ์ให้กับคู่ขัดแย้ง และจีนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดในฐานะมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ

ปากีสถาน–อิหร่านหารือนอกรอบเสริมความสัมพันธ์และเสถียรภาพในภูมิภาค

เว็บไซต์ นสพ.Pakistan Observer รายงานเมื่อ 11 เม.ย.69 ว่า นาย Mohammad Ishaq Dar รอง นรม. และ รมว.กต.ปากีสถาน ได้หารือนอกรอบกับนาย Abdolnasser Hemmati ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน ระหว่างที่ปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี โดยทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าร่วมกัน

คณะเจรจาของสหรัฐฯ ออกจากปากีสถาน หลังการเจรจากับอิหร่านไม่บรรลุผล

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 12 เม.ย.69 ว่า รองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ เดินทางออกจากปากีสถาน หลังการเจรจากับอิหร่าน 21 ชม.ไม่บรรลุผล โดยนายแวนซ์แถลงต่อสื่อหลังเสร็จสิ้นการเจรจาว่า ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดและเป็นข้อเสนอสุดท้าย (Best and Final Offer) ให้กับอิหร่านแล้ว โดยประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติได้แก่ อิหร่านปฏิเสธที่จะยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลักที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญ รวมถึงความขัดแย้งเรื่องการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

รัสเซียและอินโดนีเซียจะหารือเกี่ยวกับการซื้อขายน้ำมัน

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซียจะพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และ ที่รัสเซียใน ช่วงปลาย เมษายน 2569 เนื่องจากอินโดนีเซียต้องการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย  ซึ่งเป็นการเยือนรัสเซียครั้งที่ 3 ของประธานาธิบดีซูเบียนโต  ล่าสุดเมื่อ 10 ธ.ค.68 ทั้งนี้ อินโดนีเซียนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง เพียงร้อยละ 25 จากน้ำมันที่ใช้ทั้งหมด จึงได้รับผลกระทบด้านพลังงานจากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง น้อยกว่าประเทศอื่นในอาเซียน แต่อินโดนีเซียต้องการตรึงราคาน้ำมันในประเทศไม่ให้สูงเกินไป เพื่อรักษาคะแนนนิยมของรัฐบาล อีกทั้งต้องการย้ำความสำคัญของข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รัสเซีย-อินโดนีเซีย ที่ลงนามเมื่อปี 2568 จึงจะนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย