UN ยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาทั่วโลก 1,000 คน

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.69 ว่า ยืนยันผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาทั่วโลกมีจำนวนกว่า 1,000 คน โดยการระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างรุนแรง คิดเป็นร้อยละ 15 ในผู้ติดเชื้อยืนยัน และมากกว่าร้อยละ 25 ในผู้เสียชีวิต นับตั้งแต่การระบาดเริ่มขึ้นเมื่อ เม.ย.69 เด็กมีโอกาสเสียชีวิตเกือบสองเท่าของผู้ใหญ่ และมีเด็กกว่า 130 คนสูญเสียพ่อแม่จากโรคนี้ ใน จ.อีตูรี ของดีอาร์คองโกซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด ขณะที่ความไม่มั่นคง ความรุนแรง และข่าวปลอมทางออนไลน์ยังเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมโรค องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ให้การช่วยเหลือเด็กกำพร้า เปิดศูนย์ดูแลเด็ก และเรียกร้องงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรับมือวิกฤต ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (MONUSCO) สร้างหน่วยแยกกักและรักษาอีโบลาในเรือนจำเมืองบูเนีย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่แออัดและเสริมความพร้อมด้านสาธารณสุขของประเทศ

สหรัฐฯ กำลังศึกษาแนวทางการถือครองหุ้นในบริษัท AI

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.69 ว่า สหรัฐฯ กำลังศึกษาและพิจารณาร่วมกับผู้สนับสนุน และบริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เกี่ยวกับแนวทางและวิธีที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะถือครองหุ้นบริษัท AI ใน 3 แนวทาง คือ 1) ผ่านระบบจัดเก็บภาษีที่คาดว่ารัฐบาลจะถือครองหุ้นได้สูงถึงร้อยละ 50 รวมถึงการให้สิทธิผู้แทนของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ  เป็นคณะกรรมการบริหารบริษัท  2) การจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนงบประมาณให้กับบริษัท AI แลกกับการถือครองหุ้นร้อยละ 10  โดยรัฐบาลจะได้เงินกลับมาในรูปแบบของกำไรบริษัท ในลักษณะเดียวกับการถือครองหุ้นบริษัท Intel ของสหรัฐฯ และ 3) การก่อตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะที่รัฐบาลกลางจะใช้เงินภาษีลงทุนกับบริษัท AI  และชาวอเมริกันจะได้รับผลตอบแทนโดยตรงในรูปแบบการจ่ายเงินปันผลรายปีจากหุ้นดิจิทัล

ไต้หวันเริ่มการฝึกซ้อมทางทหารที่มุ่งเตรียมความพร้อมรบโดยทันที

กห.ไต้หวัน เริ่มปฏิบัติการฝึกซ้อมทางทหารเพื่อเตรียมความพร้อมในการสู้รบโดยทันที ระหว่าง 22-26 มิ.ย.69 มุ่งเน้นฝึกซ้อมการตอบโต้ของหน่วยทหารประจำการทุกระดับโดยทันทีในระยะแรกเริ่มของการสู้รบ หลังจีนยกระดับความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันจากการดำเนินกลยุทธ์พื้นที่สีเทาอย่างจริงจังต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากการฝึกซ้อมประจำปีฮั่นกวงที่มุ่งจำลองสถานการณ์สู้รบเต็มรูปแบบ

อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของอิหร่าน

สนข. IRNA รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.69 ว่า นายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ยืนยันหลังเสร็จสิ้นการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ว่า การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปสู่รูปแบบเดิมก่อนเกิดสงคราม โดยแม้จะมีการปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อำนาจบริหารจัดการจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอิหร่านต่อไป นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน นายกอลีบาฟ และนายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน เดินทางไปกรุงมัสกัต โอมาน เพื่อหารือกับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโอมานเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือ รวมทั้งการประสานความพยายามเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ

ไทยและฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบมากที่สุดของเอเชีย ตอ.ต. จากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานว่า บริษัทในไทยและฟิลิปปินส์เผชิญกับการถูกปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. เนื่องจากเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง โดยนักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า ความเปราะบางจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2569 โดยเฉพาะภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น และอุปสงค์ของผู้บริโภคอ่อนแอลง ในส่วนของไทยคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 3/2569 จะหดตัวร้อยละ 13 มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.      

มาเลเซียยืนยันอุปทานกุ้งภายในประเทศเพียงพอต่อการบริโภค

ดาตุ๊ก อัดนัน ฮุซเซน อธิบดีกรมประมง มาเลเซีย ยืนยันว่า อุปทานกุ้งภายในประเทศเพียงพอต่อการบริโภค แม้มาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์จากไทยเมื่อ 1 มิ.ย.69 โดยสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งและเกษตรกรมาเลเซียเตรียมเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับการบริโภาคภายในประเทศและการส่งออกตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศกลุ่ม GCC เกาหลีใต้ ยุโรป และออสเตรเลีย การระงับนำเข้ากุ้งจากไทยจะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ และเพิ่มมาตรการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยมาเลเซียนำเข้ากุ้งจากไทยประมาณ 11,000 ตัน/ปี และส่งออกมายังไทยประมาณ 3,000 ตัน/ปี

จีนสั่งห้ามซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง

กระทรวงกาารคลังจีนประกาศข้อกำหนดเมื่อ 22 มิ.ย.69 ห้ามบริษัทของจีนสั่งซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์จากบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ และให้มีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน โดยบริษัทสหรัฐฯ ที่ระบุไว้ในบัญชีรายชื่อต้องห้าม อาทิ บริษัท Lockhead Martin Cooperation และบริษัท Raytheon Missiles & Defense (บริษัทสำคัญด้านอุตสาหกรรมความมั่นคงและเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ) ทั้งนี้ จีนยืนยันดำเนินมาตรการดังกล่าวตามกฎหมายและข้อบังคับของจีน อย่างไรก็ดี คำสั่งนี้ไม่ได้บังคับใช้กับบริษัที่ลงทุนโดยสหรัฐฯ ในจีน

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ได้ข้อยุติ

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.69 ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 0.54 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 81.11 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 2.02 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 78.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่าอิหร่านอาจใช้การควบคุมการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองต่อไป ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่กลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเริ่มเจรจา อีกทั้งสถานการณ์ในเลบานอนยังคงเปราะบาง

นรม.เวียดนาม หารือกับผู้นำรัสเซีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน

การพบหารือระหว่างนายเล มิญ ฮึง นรม.เวียดนาม กับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อ 18 มิ.ย.69  นอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ที่เมืองคาซาน รัสเซีย โดย นรม.เวียดนาม ขอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งเจรจาเพื่อจัดตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Ninh Thuan ที่ตอนกลางของ จ.นิญถ่วน ให้สำเร็จโดยเร็ว พร้อมขอให้รัสเซียสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งออกสินค้าเวียดนามไปยังรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าเกษตร และสินค้าประมง ผ่านการปรับแก้ความตกลงการค้าเสรีระหว่างเวียดนามกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งรวมถึงการยกเลิกมาตรการป้องกันการนำเข้าสินค้า (safeguard measures) ทั้งหมดที่บังคับใช้กับสินค้าสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และรองเท้าของเวียดนาม ไปยังตลาดรัสเซียและ EAEU นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือด้านอื่น ๆ ทั้งความมั่นคงและการป้องกันประเทศ พลังงาน การค้าการลงทุน อาทิ เหมืองแร่ คมนาคมขนส่ง เส้นทางรถไฟ การต่อเรือ

ข้อพิพาทอาหารทะเลไทย-มาเลเซียมีท่าทีเชิงบวก

The Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานอ้าง Datuk Chan Foong Hin รมช.กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย แสดงความมั่นใจว่าการเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้าอาหารทะเลระหว่างมาเลเซียกับไทยมีความคืบหน้าในเชิงบวก หลังมาเลเซียได้รับข้อมูลความปลอดภัยทางอาหารจากไทยซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญเพื่อยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้ากุ้งจากไทย ด้านผู้ประกอบการในมาเลเซียสะท้อนผลกระทบจากข้อพิพาทดังกล่าว ว่าอาจทำให้ราคากุ้งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 หากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไป ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในไทยกำลังเผชิญปัญหาอุปทานล้นตลาด และต้องการให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขข้อพิพาทโดยเร็ว