สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด

สถานการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุรากาซายังคงส่งผลกระทบรุนแรงในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะ อ.สันป่าตอง อ.กัลยานิวัฒนา และ อ.แม่แจ่ม ที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำขานและแม่น้ำสาขาล้นตลิ่งและเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 700 ครัวเรือน  ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 3,000 คน อีกทั้งมีแนวโน้มน้ำท่วมสูงขึ้น เนื่องจากฝนยังตกชุกในพื้นที่ตลอดทั้งวัน ขณะที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 6,900 หลังคาเรือน แต่ภาพรวมระดับน้ำเริ่มลดลง ด้านจังหวัดในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เสนา บางจุดมีระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร ถึงหลังคาบ้าน แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ต้องการอพยพออกจากพื้นที่ เพราะเป็นห่วงบ้านและมีผู้สูงอายุ

อุตสาหกรรมข้าวไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลายด้าน

  ราคาข้าวตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณข้าวในตลาดโลกล้นสต็อก  ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ พบว่าปี 2568  ข้าวจากประเทศผู้ผลิตได้ออกสู่ตลาดโลกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ข้าวไทยแข่งขันได้ยาก เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ประกอบกับฟิลิปปินส์ซึ่งเคยเป็นตลาดนำเข้าข้าวไทย เตรียมขยายเวลาห้ามนำเข้าข้าวตั้งแต่ ก.ย  ต.ค. 68 เพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศที่ฉุดรั้งอุตสาหกรรมข้าวไทยคือ ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและท่วมในพื้นที่ซ้ำซาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือ ภาค ตอ.น. และภาคกลางในปี 2568 จะส่งผลให้พื้นที่ข้าวนาปีได้รับผลกระทบประมาณ 1.85 ล้านไร่ มีผลผลิตเสียหายประมาณ 4.8 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,210 ล้านบาท

หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบ 4 ปี

ข้อมูลศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ระบุว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยในปี 2568 วิกฤต โดยครัวเรือนไทยมากถึงร้อยละ 95.1 มีหนี้สิน เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 740,596.94 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 22.1 สูงที่สุดในรอบ 4 ปี ขณะเดียวกันยังพบว่าครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินออมใช้ในยามฉุกเฉิน และร้อยละ 22.2 มีเงินไม่เพียงพอใช้จ่าย จึงต้องกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะการกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง สาเหตุที่เงินไม่พอใช้นั้นส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นเพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้ลดลง ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปัจจุบันนิยมใช้สินค้าฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าแฟชั่นและความงามมากขึ้น   ปัญหาหนี้นอกระบบยังน่ากังวล โดยสัดส่วนหนี้นอกระบบสูงถึงร้อยละ 35 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 30.1 เนื่องจากการเข้าถึงสินเชื่อในระบบธนาคารที่ยากขึ้น

จีนเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคนจากเม็กซิโกและสหรัฐฯ

โฆษก พณ.จีน แถลงเมื่อ 25 ก.ย.68 ประกาศเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคน (pecan หรือ carya illinoensis) จากเม็กซิโกและสหรัฐฯ เนื่องจากมีหลักฐานบ่งชี้ว่าสินค้าดังกล่าวจากทั้งสองประเทศมีการทุ่มตลาดและสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในจีน โดยทางการจีนจะดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย และจะพิจารณาผลการไต่สวนอย่างเป็นกลาง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งคาดว่าการไต่สวนจะเสร็จสิ้นภายใน 25 ก.ย.69 และอาจขยายเวลาการไต่สวนได้อีก 6 เดือน ในกรณีมีเหตุพิเศษ

WHO ยืนยันไม่มีหลักฐานการใช้ยาพาราเซตามอลระหว่างตั้งครรภ์จะเกิดภาวะออทิสติก

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ไม่มีหลักฐานชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันการใช้ยา acetaminophen (พาราเซตามอล) ระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะออทิสติก แม้มีการศึกษาเชิงลึกและครอบคลุมจำนวนมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่สาเหตุที่แท้จริงของภาวะออทิสติกยังไม่ทราบแน่ชัด และมีหลายตัวแปรที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี WHO ระบุว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าวัคซีนสำหรับเด็กไม่ก่อให้เกิดภาวะออทิสติก หรือความผิดปกติด้านพัฒนาการ ทั้งนี้ WHO แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ใช้ยาทุกชนิดด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักวิชาการด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด

สหรัฐฯ จะไม่ยินยอมให้อิสราเอลผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า จะไม่ยอมให้อิสราเอลผนวกดินแดนเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นผลหลังจากการเจรจากับผู้นำชาติอาหรับ เกี่ยวกับแผนสันติภาพ 21 ข้อ เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา และอยู่ระหว่างพิจารณาแผนในขั้นตอนสุดท้ายร่วมกัน คาดว่าประเทศอาหรับเรียกร้องให้ระบุถึงการฟื้นฟูฉนวนกาซา ซึ่งรวมถึงการคัดค้านกรณีอิสราเอลผนวกเขตเวสต์แบงก์ เพิ่มเติมจากกรอบข้อเสนออื่น ๆ ของสหรัฐฯ อาทิ การปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด การหยุดยิง แนวทางการปกครองฉนวนกาซา โดยปราศจากกลุ่มฮะมาส และข้อเสนอให้อิสราเอลถอนกองกำลังออกจากฉนวนกาซา โดยเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน รมว.กต.ซาอุดีอาระเบีย ยืนยันกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า การผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์จะบั่นทอนสันติภาพของฉนวนกาซา ตลอดจนสันติภาพโลก ส่วนประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่า สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป จะคัดค้านการผนวกเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอล เพื่อส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคตามข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords)

ผู้นำสูงสุดเวียดนามมีแผนจะเยือนเกาหลีเหนือ

นสพ.The Straits Time รายงานเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้นำสูงสุดเวียดนาม จะเยือนเกาหลีเหนือใน ต.ค.68 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ผู้นำสูงสุดเวียดนามเยือนเกาหลีเหนือเมื่อปี 2550 ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่ไม่มีกิจกรรมการค้าระหว่างกัน

สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีต่อสงครามรัสเซีย – ยูเครน

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเปลี่ยนท่าทีต่อการยุติความรุนแรงและความขัดแย้งในสงครามรัสเซีย – ยูเครน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า พันธมิตรเนโตควรโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซียได้ หากมีการรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศสมาชิก และระบุผ่าน Truth​ Social ว่า ได้รับทราบสถานการณ์ที่แท้จริงด้านการทหารและเศรษฐกิจของยูเครนกับรัสเซีย และเห็นว่าเศรษฐกิจรัสเซียกำลังอ่อนแอ่ลง ตลอดจนมองว่ายูเครนสามารถยึดดินแดนคืนจากรัสเซียได้ ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งจากเนโต

EU ผลักดันโครงการกำแพงโดรนเพื่อรับมือรัสเซีย

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะเร่งเดินหน้าโครงการกำแพงโดรนตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านฟ้า หลังรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนปรากฏเหนือสนามบินโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนทำให้ต้องปิดทำการเกือบ 4 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ยังมีการละเมิดน่านฟ้าในโปแลนด์ โรมาเนีย และเอสโตเนีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า กำแพงโดรนจะมุ่งเน้นทั้งการตรวจจับและการตอบโต้ และอาจใช้งบประมาณจากกองทุนกู้ยืมด้านกลาโหมมูลค่า 150,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย บัลแกเรีย รวมถึงยูเครน และล่าสุดเดนมาร์ก เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ผู้นำเมียนมาจะเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ที่รัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar และ Mizzima รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา จะเดินทางเยือนรัสเซีย ระหว่าง 25-28 ก.ย.68 ตามคำเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 หารือกับประธานาธิบดีปูติน ในประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การทหาร พลังงาน และเทคโนโลยี