รัสเซียเตือนอาจโจมตีกรุงเคียฟ หากยูเครนยังพยายามก่อวินาศกรรมและบ่อนทำลายในพื้นที่รัสเซีย

พล.ต. Igor Konashenkov โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย แถลงเมื่อ 14 เม.ย.65 ว่า รัสเซียอาจโจมตีศูนย์กลางบัญชาการทางทหารฝ่ายยูเครน รวมถึงที่กรุงเคียฟ หากยูเครนยังไม่ยุติการพยายามก่อวินาศกรรมและบ่อนทำลายรัสเซีย พร้อมอ้างว่า ที่ผ่านมารัสเซียตั้งใจละเว้นการโจมตีศูนย์กลางบัญชาการของยูเครน นอกจากนี้ สำนักข่าว Fontanka สื่อท้องถิ่นของรัสเซีย รายงานในวันเดียวกันว่า เวลาประมาณ 14.00 น. (เวลาท้องถิ่นรัสเซีย) เกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนเขต Korenevsky ภูมิภาค Kursk ของรัสเซียซึ่งมีจุดข้ามแดนกับแคว้น Sumy ยูเครน และก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ Moscow Times รายงานเมื่อ 12 เม.ย.65 ว่า เมืองรอบชายแดนรัสเซียหลายแห่งประกาศเฝ้าระวังการก่อการร้ายระดับสีเหลือง (รุนแรงระดับ 2 จากทั้งหมด 3 ระดับ) เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการเฝ้าระวัง และประชาชนต้องพกเอกสารสำคัญยืนยันตัวบุคคล เฉพาะอย่างยิ่ง ภูมิภาค Kursk และภูมิภาค Belgorod (ระหว่าง 11-25 เม.ย.65 พร้อมห้ามจุดประทัดในพื้นที่) รวมถึงไครเมีย

ผู้นำสหรัฐฯ มีคะแนนนิยมตกต่ำเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตยูเครน

เว็บไซต์ The Hill เผยแพร่ผลสำรวจความนิยมประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ เมื่อ 13 เม.ย.65 ซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าว CNBC โดยชี้ว่าคะแนนนิยมตกต่ำลงอยู่ที่ร้อยละ 38 เนื่องจากชาวอเมริกันไม่พอใจผลงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตยูเครน นอกจากนี้ ชาวอเมริกันร้อยละ 47 เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปัจจุบันไม่ดี และผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และราคาพลังงานภายในประเทศได้ตามเป้าหมาย

นายกรัฐมนตรีออสเตรียหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย

นาย Karl Nehammer นายกรัฐมนตรีออสเตรีย เปิดเผยเมื่อ 11 เม.ย.65 ภายหลังการเดินทางเยือนรัสเซียและหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ว่า การหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เปิดกว้าง และจริงจัง แต่การเดินทางเยือนครั้งนี้ไม่ถือเป็นการเยือนที่เป็นมิตร เนื่องจากมีความพยายามหยิบยกประเด็นการสังหารประชาชนในเมือง Bucha ขึ้นหารือ และเน้นย้ำว่าต้องมีผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน ส่วนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียจะยังคงบังคับใช้ต่อไปจนกว่ารัสเซียจะถอนกำลังทหารออกจากยูเครนโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ มีข้อมูลที่เชื่อได้ว่ากองทัพรัสเซียเตรียมยกระดับปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรียมีกำหนดจะเดินทางเยือนยูเครนเพื่อหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ใน 16 เม.ย.65

ธนาคารโลกคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจในรัสเซีย ยูเครน และมอลโดวา

หนังสือพิมพ์ Moscow Times รายงานเมื่อ 11 เม.ย.65 อ้างรายงานธนาคารโลก (World Bank-WB) ซึ่งคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัจจัยสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า เศรษฐกิจของยูเครนจะหดตัวถึงร้อยละ 45.1 ในปี 2565 ซึ่งต่างจากการประเมินก่อนหน้านี้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) เมื่อ มี.ค.65 ว่าจะหดตัวเพียงร้อยละ 10-35 ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP) ของรัสเซียจะหดตัวมากกว่าร้อยละ 11.2 อีกทั้งเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบระดับภูมิภาคจากปัจจัยผู้อพยพ รวมถึงทำให้ราคาพลังงานและธัญพืชเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ มอลโดวาจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุดเช่นกัน เนื่องจากมีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับทั้งรัสเซียและยูเครนมาก ทั้งนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเหตุการณ์กระทบครั้งใหญ่ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 ในห้วง 2 ปี (ครั้งแรกเกิดจากวิกฤต COVID-19)

สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจากบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 10 เม.ย.65 ว่า สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ต้องการเดินทางจากเมือง Tijuana ของเม็กซิโกไปเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่รับได้ประมาณ 600 คนต่อวัน โดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ และเม็กซิโกร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลชาวยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันมีชาวยูเครนจำนวนมากรอเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากเม็กซิโก หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อปลาย มี.ค.65 ว่าจะรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน 100,000 คน เพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์การสู้รบในยูเครน

EU ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ 5

สหภาพยุโรป (European Union-EU) มีมติเมื่อ 8 เม.ย.65 ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียรอบที่ 5 เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสร้างข้อจำกัดทางการเงิน โดยมีสาระสำคัญ 6 ข้อ ได้แก่                1) ระงับการนำเข้าถ่านหินจากรัสเซีย ซึ่งจะทำให้รัสเซียสูญเสียมูลค่าการค้า 8,000 ล้านยูโร/ปี ถือเป็นการร่วมกันห้ามนำเข้าพลังงานจากรัสเซียเป็นครั้งแรกของยุโรป แต่ยังไม่สามารถหาจุดร่วมกรณีการห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย 2) มาตรการทางการเงิน เช่น ระงับการทำธุรกรรมธนาคารรัสเซีย 4 แห่งที่ครองสัดส่วนในภาคการเงินรวมร้อยละ 23 ห้ามซื้อขายคริปโตเคอเรนซีในรัสเซีย และห้ามให้คำปรึกษาทางการเงินแก่นายทุนรัสเซีย 3) ด้านคมนาคม คว่ำบาตรผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างรัสเซียกับเบลารุส ยกเว้นการขนส่งสินค้าการเกษตร อาหาร ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และพลังงาน ห้ามเรือสัญชาติรัสเซียเทียบท่าเรือยุโรป ยกเว้นขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อาหาร พลังงาน และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 4) ระงับการส่งออกสินค้าที่รัสเซียต้องพึ่งพายุโรป เช่น เทคโนโลยีควอนตัม เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักร ขนส่ง…

เวียดนามเรียกร้องจีนยุติปฏิบัติการทางทหารในหมู่เกาะสแปรตลี

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 7 เม.ย.65 อ้างคำกล่าวของรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ระบุว่า เวียดนามต้องการให้จีนยุติปฏิบัติการทางทหารในหมู่เกาะเจื่องซา (สแปรตลี) เพราะไม่เพียงแต่ละเมิดอธิปไตยของเวียดนาม ยังสร้างความวิตกกังวลให้แก่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ ตามที่สะท้อนในเอกสารต่าง ๆ ของอาเซียน เวียดนามต้องการให้จีนเคารพอธิปไตย หลีกเลี่ยงพฤติการณ์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาค และรักษาบรรยากาศที่นำไปสู่การเร่งเจรจาประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-CoC) เพื่อแก้ไขปัญหาพิพาทในทะเล ะวันออก (ทะเลจีนใต้) ก่อนหน้านี้ เวียดนามได้ขอให้จีนเคารพเขตเศรษฐกิจกิจจำเพาะและไหล่ทวีปของเวียดนาม หลังจากจีนประกาศฝึกทหารในทะเลตะวันออกเมื่อ มี.ค.65

ญี่ปุ่นยื่นหนังสือขอยกเว้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศเป็นเงินจ๊าตของเมียนมา

สำนักข่าวอิรวดี รายงานเมื่อ 7 เม.ย.65 ว่า สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ณ กรุงย่างกุ้ง ยื่นหนังสือต่อธนาคารกลางเมียนมา เพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่เรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งให้ประชาชนในเมียนมาต้องนำเงินตราต่างประเทศทั้งหมดแลกเปลี่ยนเป็นเงินจ๊าตภายใน 1 วันทำการ ณ ธนาคารที่ได้รับอนุญาต ตามอัตราที่รัฐกำหนด  โดยขอให้ธนาคารกลางเมียนมายกเว้นการบังคับใช้ข้อกำหนดนี้กับบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนในเมียนมา เพราะทำให้เกิดความยุ่งยากและเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการทำธุรกรรมทางการเงิน

วุฒิสภาสหรัฐฯ แต่งตั้งตุลาการศาลสูงสุดเป็นสตรีผิวสีคนแรก

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 7 เม.ย.65 ว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 53-47 เสียงเห็นชอบให้นาง Ketanji Brown Jackson ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลสูงสุดคนใหม่ แทนนาย Stephen G. Breyer ที่จะเกษียนอายุใน ต.ค.65 ทั้งนี้ การแต่งตั้งนาง Jackson ซึ่งเป็นสตรีผิวสีคนแรกให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลสูงสุด เป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของการเมืองสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่านาง Jackson มีแนวคิดเสรีนิยมสุดโต่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายความมั่นคงของสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งมาตรการควบคุมชายแดน

จีนเตือนจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด หากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเมื่อ 7 เม.ย.65 ว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกแผนการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ใน 9 เม.ย.65 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 43 ปี การลงนาม Taiwan Relations  Act และจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดและรุนแรง หากนางเพโลซีเยือนไต้หวัน ซึ่งละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน และบ่อนทำลายความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ในวันเดียวกัน นางเพโลซีมีผลตรวจเชื้อ COVID-19 เป็นบวก และเลื่อนการเดินทางเยือนญี่ปุ่นใน 8 เม.ย.65 และไต้หวันแล้ว