กกร. ปรับคาดการณ์ GDP ไทย ลดลงอีกครั้ง

  คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและมาตรการภาษียานยนต์ของสหรัฐฯ จึงปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2568 เหลือขยายตัวที่ร้อยละ 2-2.2 จากเดิมร้อยละ 2.4- 2.9 ภายใต้สถานการณ์ไทยเจรจากับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ แต่หากไม่สำเร็จหรือถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 36  GDP อาจขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.7-1.4 และการส่งออกทั้งปีอาจติดลบมากถึงร้อยละ 2 เพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มลูกจ้างที่มีประมาณ 3.7 ล้านคน และ SMEs ประมาณ 5,000 ราย ซึ่งมีข้อจำกัดในการปรับตัว  กกร.กังวลต่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว มาอยู่ในช่วง 32.5-32.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนประมาณร้อยละ 3-5 จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว จึงขอให้ภาครัฐดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าหรือผันผวนเร็ว ด้านวิจัยกรุงศรีและ Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยว่ามีความเสี่ยงขาลงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง

สังคมสนใจประเด็นต่างชาติแย่งงานคนไทย

  ผู้ใช้โซเชียลมีเดียและสื่ออินฟลูเอนเซอร์ออกมาจุดกระแสความสนใจต่อปัญหาชาวต่างชาติแย่งงานคนไทย เช่น กรณีปรากฏข้อมูลว่าคนเมียนมาใช้แอปพลิเคชันชื่อดังเป็นไรเดอร์วิ่งรับส่งผู้โดยสาร โดยทำการเช่าบัญชีหรือซื้อรหัสของไรเดอร์คนไทยที่ไม่ได้วิ่งงานแล้ว และกรณีแอปพลิเคชันส่งอาหารจีน Goko ที่เปิดบริการในไทยมาหลายปี ทำการจ้างไรเดอร์เป็นชาวจีนหรือชาวชาติพันธุ์ที่พูดภาษาจีนได้ โดยเน้นให้บริการคนจีนที่อาศัยในไทยและร้านค้าบนแอปพลิเคชันส่วนใหญ่เป็นร้านจีน นอกจากนี้ พบกรณีชาวจีนทำทัวร์เถื่อนรับนักท่องเที่ยวจีน และกรณีหญิงต่างชาติหลายเชื้อชาติเข้ามาขายบริการในพัทยา ซึ่งกรณีทั้งหมดถูกชี้ว่าเป็นเพราะภาครัฐละเลยการควบคุมและกฎหมายไทยไม่เคร่งครัดจนกลายเป็นที่มาให้ต่างชาติเข้ามาแสวงประโยชน์

ทุเรียนไทยอาจถูกทุเรียนเวียดนามเข้ามาสวมสิทธิ์ส่งออกไปยังจีนมากขึ้น

มีรายงานว่าผลผลิตทุเรียนในเวียดนามออกมาพร้อมกันเป็นจำนวนมากจนล้นตลาด อีกทั้งมีบางส่วนจำหน่ายไม่ได้เพราะคุณภาพไม่ถึงมาตรฐานการส่งออกไปยังจีน และมีรสชาติไม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ทำให้ผู้ปลูกทุเรียนต้องนำผลผลิตมาวางจำหน่ายตามริมถนนและตั้งราคาเหลือเพียง กก.ละ 30 บาท เท่านั้น ซึ่งนำไปสู่ความกังวลว่าอาจมีขบวนนำเข้าทุเรียนเวียดนามราคาถูกเข้ามาจำหน่ายในไทย หรือปะปนกับทุเรียนไทยเพื่อสวมสิทธิ์ส่งออกไปยังจีน สอดคล้องกับกรณีมีรายงานแจ้งจากชาวบ้านใน จ.จันทบุรีว่าเริ่มเห็นรถบรรทุกทุเรียนจากนอกพื้นที่เข้ามาขายในจังหวัด โดยตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการนำทุเรียนจากต่างประเทศมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทยหรือไม่

การหารือภาษีการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ประสบผลสำเร็จ

  ถ้อยแถลงของนายเหอ ลี่เฟิง รอง นรม. และผู้แทนการค้าจีน หลังพบหารือกับผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ในประเด็นภาษีทางการค้า เมื่อ 11 พ.ค.68 ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า การหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ประสบผลสำเร็จและสร้างสรรค์ บรรลุฉันทามติสำคัญหลายประการ และเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกการปรึกษาหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขความแตกต่างผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียม และเป็นรากฐานสำหรับการยกระดับการแก้ไขความแตกต่างและการกระชับความร่วมมือ ส่งเสริมพัฒนาการของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ และเสริมสร้างความเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก โดยในชั้นนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการดำเนินการในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และจะออกแถลงการณ์ร่วมกันใน 12 พ.ค.68

อาเซียนจะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-GCC-จีน ครั้งที่ 1 ใน 27 พ.ค.68

สนข.รอยเตอร์ รายงานเมื่อ 8 พ.ค.68 ว่า อาเซียนจะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ-จีน (ASEAN- Gulf Cooperation Council -China Summit) ครั้งที่ 1 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ใน 27 พ.ค.68 หลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ใน 26 พ.ค.68 โดยจีนจะส่ง นรม.หลี่ เฉียง เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม ซึ่งคาดว่าทั้งสามฝ่ายจะใช้การประชุมนี้ผลักดันความร่วมมือเพื่อรับมือกับการมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

ปากีสถานยกข้อตกลงหยุดยิงเป็นชัยชนะของชาติ

นาย Shehbaz Sharif นรม.ปากีสถาน แถลงเมื่อ 10 พ.ค.68 ยกย่องความสำเร็จของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างปากีสถานกับอินเดียว่า เป็นชัยชนะของทั้งประเทศ พร้อมขอบคุณผู้นำทางการเมืองทุกฝ่ายที่เป็นเอกภาพในช่วงเวลาวิกฤตความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อเป็นเวลา 4 วัน โดยเชื่อมั่นว่า การดำเนินการผ่านแนวทางสันติวิธีเป็นหนทางที่เหมาะสมในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะปัญหาแคชเมียร์และการแบ่งปันทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ นรม.Shehbaz ยังชื่นชมนานาชาติ โดยเฉพาะบทบาทของจีน สหรัฐฯ และสหประชาชาติที่มีส่วนสำคัญในการลดความตึงเครียด พร้อมย้ำการสอบสวนจะโปร่งใสในเหตุการณ์โจมตีที่เมือง Pahalgam ซึ่งปากีสถานยินดีให้ความร่วมมือ แม้อินเดียไม่ตอบสนอง อย่างไรก็ดี แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง โดยมีการปะทะกันอย่างประปรายในบางพื้นที่ และแต่ละฝ่ายยังคงกล่าวโทษกันในกรณีละเมิดข้อตกลง

รัสเซียเสนอให้ยูเครนเจรจาโดยตรงอย่างไม่มีเงื่อนไข

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียเสนอให้ยูเครนเจรจาโดยตรงกับรัสเซีย ที่กรุงอิสตันบูล ตุรกี ใน 15 พ.ค.68 โดยไม่มีเงื่อนไข  รัสเซียต้องการสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่การหยุดยิงชั่วคราว 30 วันตามที่ยูเครนเสนอ เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ยูเครนฟื้นฟูกำลังทหาร ขณะที่ยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียหยุดยิง 30 วัน ประธานาธิบดีปูตินย้ำด้วยว่ารัสเซียยังคงเปิดกว้างในการเจรจาและขอบคุณนานาประเทศที่พยายามผลักดันให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ข้อเสนอของรัสเซียที่จะเจรจาโดยตรงกับยูเครนมีขึ้นในห้วงที่ยูเครนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง อีกทั้งขู่จะไม่รับประกันความปลอดภัยของผู้นำประเทศที่เข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของรัสเซียที่กรุงมอสโก เมื่อ 9 พ.ค.68

กองทัพปากีสถานปฏิบัติการ Bunyanun Marsoos เพื่อโจมตีฐานทัพอินเดีย

เว็บไซต์ สนข.Reuters รายงานเมื่อ 10 พ.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของกองทัพปากีสถานว่า ปากีสถานจะปฏิบัติการโจมตีฐานทัพอินเดีย ภายใต้ชื่อ ปฏิบัติการ Bunyanun Marsoos (หมายถึง โครงสร้างที่มั่นคงหนึ่งเดียว) เพื่อตอบโต้อินเดียที่โจมตีฐานทัพอากาศ 3 แห่งของปากีสถาน ได้แก่ ฐานทัพอากาศ Noor Khan, Murid และ Shorkot ทั้งนี้ ปากีสถานจะมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั่วอินเดีย อาทิ คลังเก็บขีปนาวุธ BrahMos ในเมือง Beas สนามบิน Pathankot ในรัฐปัญจาบตะวันตกของอินเดีย ศูนย์ฝึกข่าวกรองทางทหารใน Rajouri และกองทัพอากาศ Udhampur ในดินแดนสหภาพชัมมูและแคชเมียร์ ในการปฏิบัติการครั้งแรก เบื้องต้นกองทัพปากีสถานยืนยันว่า ทรัพย์สินของกองทัพอากาศไม่ได้รับความเสียหาย และยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการโจมตีของอินเดียในครั้งนี้

รัสเซียและจีนใช้สกุลเงินประจำชาติในการค้าทวิภาคีเกือบทุกสาขา

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หลังพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงมอสโก เมื่อ 8 พ.ค.68 ว่า รัสเซียและจีนใช้สกุลเงินประจำชาติ (รูเบิลและหยวน) ทำการค้าระหว่างกันในเกือบทุกสาขา รวมถึงสร้างระบบการค้าที่มั่นคง เพื่อป้องปรามอิทธิพลทางการค้าจากประเทศที่สามและกระแสเชิงลบในตลาดโลก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของรัสเซีย  มูลค่าการค้าระหว่างกันเมื่อปี 2567 มีสถิติสูงสุดประมาณ 245,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งมีความร่วมมือด้านการลงทุน และจะมีโครงการสำคัญกว่า 90 โครงการ มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ  ภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การคมนาคม การเกษตร และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ นอกจากนี้ แถลงการณ์ร่วมของสองฝ่ายยังครอบคลุมการยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนให้ก้าวหน้าภายในปี 2573 อาทิ การเพิ่มส่วนแบ่งของสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนานวัตกรรมด้านการค้าดิจิทัล และการจัดหาวัสดุพื้นฐาน ทรัพยากรแร่ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์หารือกับผู้นำจีนที่กรุงมอสโก

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมาซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะรัสเซียได้หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ที่ Beijing Hall of Soluex Hotel กรุงมอสโก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 พ.ค.68 ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน การเสริมสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน เน้นย้ำความสัมพันธ์แบบ “พี่-น้อง” (Pauk-Phaw)  รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค