ว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียพบปะกับ นรม. และอดีต นรม.ทักษิณ ชินวัตร

นายปราโบโว ซูเบียนโต ว่าที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียโพสต์ภาพถ่ายในอินสตาแกรมคู่กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 ก.ย.67 พร้อมระบุข้อความแสดงความยินดีที่ น.ส.แพทองธารขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฝ้ารอจะทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ นายปราโบโว ยังเผยแพร่ภาพถ่ายคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เและแสดงความขอบคุณที่นายทักษิณเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้านพักในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นเกียรติและแสดงถึงมิตรภาพระหว่างครอบครัว และยังรอคอยจะให้การต้อนรับนายทักษิณที่อินโดนีเซีย ทั้งนี้ นายปราโบโวเยือนอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ระหว่าง 5-7 ก.ย.67 ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม เพื่อกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมและแนะนำตัวก่อนจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในห้วง ต.ค.67 ขณะที่การพบหารือกับนายกรัฐมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีไทยดังกล่าวเป็นการพบหารืออย่างไม่เป็นทางการ เพื่อรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน

OPEC+ ชะลอแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันห้วง ต.ค.67

เว็บไซต์ Reuters รายงานเมื่อ 7 ส.ค.67 ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน 23 ประเทศ (OPEC+) พิจารณาชะลอแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันวันละ 180,000 บาร์เรล จากเดิมภายใน ต.ค.67 เป็น ธ.ค.67 ภายหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือน ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อ ห้วง ก.ย.67 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกในภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนปริมาณความต้องการน้ำมันของจีน ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในลิเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก OPEC+ เริ่มคลี่คลาย โดยคาดว่า ลิเบียจะสามารถกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ อย่างไรก็ดี OPEC+ ยังคงยืนยันแผนลดกำลังการผลิตวันละ 5.86 ล้านบาร์เรล จนถึงสิ้นปี 2568 ตามที่มีมติเมื่อ มิ.ย.67

มาเลเซียเตรียมศึกษากฎหมายเพื่อรองรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

สำนักข่าว Malaymail รายงานคำสัมภาษณ์ นายแอนนี โลค รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย เมื่อ 9 ก.ย.67 ว่า กระทรวงคมนาคมมาเลเซีย เตรียมร่างกฎหมายใหม่เพื่อรองรับการใช้รถยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Vehicles-AV) หรือรถยนต์ไร้คนขับในเชิงพาณิชย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิธีการควบคุม การอนุญาต และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์อัตโนมัติจะเข้ากับระบบการจราจรที่มีอยู่ได้มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันมีเพียงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจราจร ได้แก่ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2530 และแนวปฏิบัติการทดลองใช้ยานยนต์ไร้คนขับบนถนนสาธารณะ ทั้งนี้เชื่อว่าในอนาคตอาจนำระบบขนส่งสาธารณะอัตโนมัติเข้ามาให้บริการเต็มรูปแบบได้

รมว.มท.เมียนมา เยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุม Global Public Security Cooperation Forum 2024

The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 9 ก.ย.67 ว่า พล.ท.ยาเป สมาชิกสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และรัฐมนตรีมหาดไทยเมียนมา นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนายอูโซเต็น มุขมนตรีภาคย่างกุ้ง เยือนจีน เมื่อ 8 ก.ย.67 เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะประจำปี 2567 หรือ Global Public Security Cooperation Forum 2024 ระหว่าง 8-10 ก.ย.67 ที่เกาะเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงซู ตามคำเชิญของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน ซึ่งนับเป็นการเยือนจีนครั้งที่ 2 ในปี 2567 ของ พล.ท.ยาเป หลังจากการเยือนกรุงปักกิ่ง ระหว่าง 24-29 เม.ย.67 เพื่อเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีสองฝ่ายกับนายหวัง เสี่ยวหง มนตรีแห่งรัฐ และ รัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะจีน

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรร่วมกันต่อต้านภัยคุกคามจากรัสเซียและจีน

นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA) และเซอร์ ริชาร์ด มัวร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ (Secret Intelligence Service-SIS) ของสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์และออกบทความร่วมกันใน Financial Times เมื่อ 7 ก.ย.67 ถึงความสัมพันธ์กว่า 77 ปี ระหว่าง CIA กับ SIS พร้อมระบุว่า จะยังคงร่วมมือกันต่อต้านภัยคุกคามจากรัสเซียที่ก่อสงครามรุกรานยูเครน กับใช้ปฏิบัติการลับและการบ่อนทำลายทั่วยุโรป ซึ่งจำเป็นที่สหรัฐฯ และพันธมิตรยังต้องให้ความช่วยเหลือยูเครนรับมือกับรัสเซีย ขณะที่การเติบโตของจีนเป็นความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และงานข่าวกรองในศตวรรษที่ 21 ซึ่ง CIA และ SIS ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง รวมทั้งการต่อต้านการก่อการร้ายและปัญหาในตะวันออกกลาง โดย CIA และ SIS จะกระชับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข่าวกรอง รวมทั้งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เฉพาะอย่างยิ่งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งรวมถึงภาคเอกชนเพื่อปรับปรุงการทำงานข่าวกรองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ไทยมีต่างชาติกลับมาลงทุนดีขึ้น และสนใจอาจลงทุนใช้เป็นฐานการผลิตในระยะยาว

ข่าวสารด้านเศรษฐกิจที่ปรากฏและที่มีนัยสำคัญ พบประเด็นต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากภาพรวมตลาดทุนเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวดีขึ้น หรือมีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาส่งผลให้กลุ่มธุรกิจทั้งของไทย และของต่างชาติ รวมถึงกลุ่มธุรกิจและแรงงานของเมียนมาในทุกระดับ ย้ายออกจากเมียนมาและส่วนใหญ่เลือกลงทุนในไทย

อุตสาหกรรมเหล็กไทยมีแนวโน้มหดตัวหนัก

ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง เปิดเผยข้อมูลว่า อุตสาหกรรมเหล็กไทยเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงอาจถึงขั้นปิดเลิกกิจการกันแทบทั้งหมด ซึ่งสาเหตุของความเสี่ยงเกิดจาก 1) ความต้องการใช้เหล็กของอุตสาหกรรมในประเทศที่ลดลงหลายโครงการของทั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์์ บริษัทรถยนต์และบริิษัทผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ ต่างชะลอการลงทุนตามความต้องการที่ลดลง

ปัญหาสินค้าเกษตร

สถานการณ์สินค้าเกษตรที่มีนัยสำคัญในห้วงปัจจุบัน ได้แก่ กรณีจีนแจ้งตีกลับสินค้าทุเรียนไทย เพราะมีสารแคดเมียมปะปน ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนไทยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทุเรียนไทยเป็นวงกว้าง และมีข้อสังเกตว่า ทุเรียนที่มีปัญหาไม่น่าจะใช่ทุเรียนไทย แต่น่าจะเป็นทุเรียนเวียดนามที่ลักลอบสวมสิทธิทุเรียนไทยส่งออกไปจีนมากกว่า และกรณีสินค้าผักผลไม้ในประเทศหลานชนิดต่างปรับราคาเพิ่มขึ้น

ธุรกิจจีนเลิกกิจการในเมียนมาส่งผลให้แรงงานในพื้นที่ตกงานกว่า 10,000 คน

หย่าไถ้ YATAI INTERNATIONAL HOLDING GROUP กลุ่มทุนจีนขนาดใหญ่ ซึ่งมีบริษัทพาร์ทเนอร์ กว่า 20 บริษัท ที่ร่วมลงทุนมากกว่า 100,000 ล้านบาท ในพื้นที่ชเวโก๊กโก่ รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา (บริเวณตรงข้าม อ.แม่ระมาด จ.ตาก) ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของทหารกะเหรี่ยง BGF บีจีเอฟ. ได้ประกาศยกเลิกธุรกิจในพื้นที่ชเวโก๊กโก่อย่างถาวร เนื่องจากถุกกดดันทั้งจากรัฐบาลเมียนมา และนานาชาติ

อิรักกับสหรัฐฯ บรรลุแผนการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ และนานาชาติออกจากอิรัก ภายในสิ้นปี 2569

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 6 ก.ย.67 ว่า อิรักและสหรัฐฯ บรรลุแผนการถอนกองกำลังนานาชาติในอิรักที่มีสหรัฐฯ เป็นแกนนำ ซึ่งปัจจุบันมีทหารสหรัฐฯ จำนวน 2,500 นาย และพันธมิตรตะวันตกประเทศอื่น ๆ รวมถึงเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี จำนวนรวมกันหลายร้อยนาย ประจำการในฐานทัพหลายแห่งของอิรัก โดยทหารสหรัฐฯ และนานาชาติ จะถอนกำลังออกจากฐานทัพอากาศ Ain Al-Asad ใน จ.อัลอันบาร์ ทางตะวันตกของอิรัก และลดจำนวนกำลังพลประจำการในกรุงแบกแดด ภายใน ก.ย.68 แต่จะคงกำลังบางส่วนไว้ที่เมืองเออร์บิล ของรัฐบาลเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Regional Government-KRG) ทางภาคเหนือของอิรัก จนถึงช่วงปลายปี 2569 เพื่อสนับสนุนภารกิจต่อต้านกลุ่ม Islamic State (IS) ในซีเรีย ทั้งนี้ การถอนกองกำลังสหรัฐฯ และนานาชาติออกจากอิรักแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงท่าทีทางการทหารของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ มุ่งให้ความสำคัญกับการปราบปรามกลุ่ม IS ที่ขยายตัวในอิรักและซีเรีย ตั้งแต่ปี 2557…