การประชุมสุดยอดอาเซียน จะมุ่งหารือประเด็นวิกฤต ตอ.กลาง เมียนมา และทะเลจีนใต้

สนข.PNA ของทางการฟิลิปปินส์ รายงานเมื่อ 23 เม.ย.69 อ้างถ้อยแถลงนางมาเรีย เทเรซา ลาซาโร รมว.กต.ฟิลิปปินส์ ว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ใน 8 พ.ค.69 จะมุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การรักษาเสถียรภาพของอุปทานอาหาร และการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเมืองชาติสมาชิกอาเซียนในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ตอ.กลาง โดยย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนในการร่วมกันแสวงหาแนวทางเพื่อรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว นอกจากนี้ ประเด็นเมียนมา ฟิลิปปินส์ยังคงบทบาทตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อขับเคลื่อนฉันทามติ 5 ข้อ (5PC) ของอาเซียนให้มีความคืบหน้า  ส่วนประเด็นทะเลจีนใต้ อาเซียนและจีนมีความตั้งใจผลักดันให้การจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (CoC) แล้วเสร็จภายในปี 2569  โดยในห้วงที่ผ่านมา มีความคืบหน้าตามลำดับ และมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุตามเป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายจัดประชุมหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ผู้ซื้อต่างชาติช่วยพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

The Business Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อ 24 เม.ย.69 ว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญภาวะอ่อนแออย่างต่อเนื่อง โดยอุปสงค์ในประเทศลดลงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ผู้พัฒนาโครงการจึงหันไปดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ความต้องการยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และพัทยา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงไม่แน่นอน แม้ไทยยังน่าดึงดูดในระยะยาวในฐานะที่อยู่อาศัยและการลงทุน แต่การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับทั้งสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และความแข็งแกร่งของอุปสงค์จากต่างประเทศ

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สว.กัมพูชา

สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) กค.สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 23 เม.ย.69 ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรนายก๊ก อาน สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ในกัมพูชา กับทั้งขึ้นบัญชีบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายรวม 28 ราย โดยเครือข่ายมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้หลอกลวงเงินจากเหยื่อชาวอเมริกันแล้วหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้การคุ้มครองของนายก๊ก อาน และเครือข่ายสายสัมพันธ์ทางการเมือง  รายงานของ OFAC ยังระบุว่าเครือข่ายของนายก๊ก อาน และพรรคพวก นิยมใช้คาสิโนและอาคารสำนักงานที่ถูกดัดแปลง  เป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกงในการฟอกเงินที่ได้จากเหยื่อ รวมถึงใช้เป็นที่ตั้งหลอกลวงพลเมืองสหรัฐฯ และละเมิดสิทธิมนุษยชน

อินโดนีเซียมีแผนส่งออกปุ๋ยมาไทย

นาย Teddy Indra Wijaya เลขาธิการ ครม.อินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 21 เม.ย.69 ว่า อินโดนีเซียมีแผนจะขยายการส่งออกปุ๋ยยูเรียมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลกท่ามกลางสภาวะชะงักงันของเส้นทางขนส่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอินโดนีเซียได้ส่งออกปุ๋ยยูเรีย 250,000 ตันไปออสเตรเลีย และมีแผนส่งออกปุ๋ยประมาณ 1 ล้านตัน ไปยังอินเดีย ฟิลิปปินส์ บราซิล และไทยด้วย  นอกจากนี้ เลขาธิการ ครม.เน้นย้ำด้วยว่า นโยบายส่งออกปุ๋ยของรัฐบาลมุ่งรักษาสมดุลของอุปทานในประเทศ ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตปุ๋ยยูเรียได้  7.8 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านตัน

อินเดียอนุญาตบริษัทประกันภัยทางทะเลของรัสเซียให้บริการรับประกันเรือที่เทียบท่าในอินเดีย

เว็บไซต์ Money Control รายงานเมื่อ 21 เม.ย.69 ว่า กรมการขนส่งทางทะเล ภายใต้กระทรวงการขนส่งทางน้ำของอินเดีย อนุมัติบริษัทประกันภัยของรัสเซียเพิ่มเติมจาก 8 แห่งเป็น 11 แห่ง สำหรับให้บริการประกันภัยทางทะเลประเภท Protection & Indemnity Insurance (P&I) แก่เรือที่เทียบท่าในท่าเรือของอินเดีย เพื่อดูแลการค้าและรักษาความปลอดภัยในการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียในห้วงที่สถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลางตึงเครียด โดยบริษัท Gazprom Insurance และบริษัท Rosgosstrakh Insurance จะขยายการให้บริการประกันภัยทางทะเลจนถึง ก.พ.70 ทั้งนี้ ประกันภัยประเภท P&I มีความสำคัญต่อการขนส่งน้ำมัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการรั่วไหล อุบัติเหตุ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การที่ International Group of P&I Clubs ซึ่งเป็นสมาคมประกันภัยระดับนานาชาติได้คว่ำบาตรไม่ให้บริการประกันภัยเรือจากรัสเซีย ทำให้อินเดียต้องเพิ่มการอนุมัติบริษัทประกันภัยของรัสเซีย เพื่อรองรับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

รมว.กต.มาเลเซียยืนยันต้องอาศัยความร่วมมือพหุภาคีในประเด็นเกี่ยวกับช่องแคบมะละกา

ดาตุ๊ก ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กล่าวปาฐกถาในการประชุม Better Nation (BN) ครั้งที่ 10 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 22 เม.ย.69 ว่า การดำเนินกิจกรรมในช่องแคบมะละกาต้องอาศัยความร่วมมือจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งมาเลเซียไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากทั้งสี่ประเทศลงนามในข้อตกลงพหุภาคีการลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยช่องแคบมะละการ่วมกัน และต้องยึดหลักการฉันทามติของอาเซียนเป็นหลัก โดยมาเลเซียจะยังเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่สันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง (Zone of Peace, Freedom and Neutrality-ZOPFAN) รวมถึงให้ความสำคัญกับความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ในการรับมือกับสถานการณ์ของโลกที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่า การที่มาเลเซียมีเศรษฐกิจแบบเปิด ซึ่งพึ่งพาการค้าเป็นหลัก จึงต้องยึดมั่นในความเป็นกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

รองประธานาธิบดีเมียนมาให้การต้อนรับ รอง นรม.และ รมว.กต.ไทย

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 23 เม.ย.69 ว่า นายนโยซอ รองประธานาธิบดีเมียนมา ให้การต้อนรับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รอง นรม. และ รมว.กต.ไทย พร้อมคณะ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือในหลายมิติ อาทิ การขยายการลงทุนและการค้าตามแนวชายแดน การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน การปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พลังงาน รวมถึงการยกระดับความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินของทั้งสองประเทศ

Moody’s ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทย

  Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานกรณี Moody’s สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ลดลง และแนวโน้มการลงทุนภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ระดับ Baa1 ซึ่งการปรับเพิ่มแนวโน้มดังกล่าวทำให้ไทยอยู่ในระดับ Investment Grade ที่มีเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งอาจช่วยดึงดูดเงินทุนไหลเข้า และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อรัฐบาลที่อยู่ระหว่างพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อหางบประมาณเพิ่มเติมในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก

กัมพูชา-จีน หารือยุทธศาสตร์ 2+2 เป็นครั้งแรก

แถลงการณ์ของ กต.กัมพูชา เมื่อ 21 เม.ย.69 ระบุว่า กัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการหารือยุทธศาสตร์ 2+2 (2+2 Strategic Dialogue) ระหว่าง กต. และ กห. กัมพูชากับจีนเป็นครั้งแรก ที่ราชธานีพนมเปญ ใน 22 เม.ย.69 โดยนายปร๊ะ สุคน รมว.กต.กัมพูชา พล.อ.เตีย เซยฮา รมว.กห.กัมพูชา กับ นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน และ พล.ร.อ.ต่ง จุน รมว.กห.จีน จะเป็นประธานการหารือร่วมกัน การประชุมภายใต้กลไก 2+2 ดังกล่าวเป็นผลจากการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เมื่อ เม.ย.68 โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะจัดตั้งกลไกการหารือ สื่อสาร ประสานงานระดับสูง เพื่อเพิ่มความไว้วางใจทางการเมือง ความมั่นคง และส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งยังเป็นพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นประเด็นภูมิภาค ระหว่างประเทศ และผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองฝ่าย

ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้เผชิญวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพจากความขัดแย้ง ตอ.กลาง

เว็บไซต์ สนข.Reuters รายงานเมื่อ 22 เม.ย.69 ว่า ประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคแปซิฟิกใต้เผชิญวิกฤตการณ์ขาดแคลนเชื้อเพลิงและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขพื้นฐานของประชาชน โดยปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงใน เม.ย.69 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับ มี.ค.69 ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าเดินทางสูงขึ้น จนประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็นได้ ทั้งนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคมีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2569