รัฐบาลลาวขยายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จนถึง 15 ก.ย.64

เว็บไซต์สำนักข่าวสารประเทศลาว ภาคภาษาลาว รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 อ้างถ้อยแถลงของนางทิบพะกอน จันทะวงสา โฆษกรัฐบาล/รองรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีลาว เมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลลาวตัดสินใจขยายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในนครหลวงเวียงจันทน์และทุกแขวงอีก 15 วัน ระหว่าง 1–15 ก.ย.64 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในลาวยังรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่แขวงบ่อแก้ว แขวงสะหวันนะเขต และนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่การแพร่ระบาดในชุมชนจะกระจายเป็นวงกว้าง ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดได้รวดเร็ว ทั้งนี้ รัฐบาลลาวประกาศเคอร์ฟิวพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ระหว่าง 22.00 – 05.00 น. งดการเรียนการสอน และให้เจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติงานที่บ้านหรือเข้าที่สำนักงานแต่ต้องเว้นระยะห่าง

ลาวลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM)

เว็บไซต์สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 ว่า ในวันเดียวกัน นายโพไซ ไขคำพิทูน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว และนาง Shareen Tuladhar ผอ.องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ประจำลาว ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างลาวและ IOM วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน และเป็นแนวทางการดำเนินโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก IOM ในลาว ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาวกล่าวขอบคุณ IOM ที่ช่วยเหลือลาวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม และการเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ลาว ให้สามารถรับมือปัญหาการย้ายถิ่นฐานรวมถึงการค้ามนุษย์

อิหร่านกับซาอุดีอาระเบียจะกลับมาจัดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกัน

สำนักข่าว Al Jazeera ของกาตาร์ รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 อ้างนายฮอเซน อะมีร อับดอลลอฮ์ยาน (Hossein Amir-Abdollahian) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านคนใหม่ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ในอิหร่านเมื่อ 30 ก.ย.64 ว่า อิหร่านกับและซาอุดีอาระเบียพร้อมจะกลับมาจัดการเจรจาเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่มีอิรักเป็นเจ้าภาพและผู้อำนวยความสะดวก โดยนายอับดอลลอฮ์ยานอ้างว่า เจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน บิน อับดุลลอฮ์ อาลซะอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้แทนผู้นำซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วมประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค (Baghdad Conference for Cooperation and Partnership 2021) ที่กรุงแบกแดด อิรัก เมื่อ 28 ส.ค.64 กล่าวกับตนระหว่างเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียรอให้การจัดตั้งรัฐบาลอิหร่านชุดใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก่อน จึงจะกลับมาเจรจากับอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย เริ่มเจรจาลับที่กรุงแบกแดด อิรัก โดยมีรัฐบาลอิรักเป็นผู้อำนวยความสะดวก ตั้งแต่ เม.ย.64 แต่ต้องระงับการเจรจาชั่วคราว เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลอิหร่านจากการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซี ขณะที่การให้สัมภาษณ์ของนายอับดอลลอฮ์ยาน ยังตรงกับ…

สื่อมวลชนของซาอุดีอาระเบียเสนอข่าวอิหร่านนำยานยนต์หุ้มเกราะของสหรัฐฯ มาจากอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 อ้างผู้ใช้ทวิตเตอร์ Naser Khoshnevis (ชาวอิหร่าน) เผยแพร่ภาพถ่ายรถบรรทุกยานยนต์หุ้มเกราะหลายคัน เมื่อ 1 ก.ย.95 พร้อมระบุข้อความภาษาเปอร์เซียว่า รถบรรทุกของกองทัพอิหร่านกำลังเคลื่อนย้ายยานยนต์หุ้มเกราะของสหรัฐฯ มาจากอัฟกานิสาน คาดว่าเป็นยานยนต์ที่เคยอยู่ในความครอบครองของกองทัพอัฟกานิสถาน ก่อนที่กลุ่มตอลิบันยึดอำนาจรัฐบาลอัฟกานิสถานได้เมื่อ 15 ส.ค.64 โดยมีผู้พบและถ่ายภาพดังกล่าวได้เมื่อวันเดียวกันที่ทางหลวงเชื่อมระหว่างเมือง Semnan กับเมือง Garmsar ในจังหวัด Semnan ทางภาคเหนือของอิหร่าน ซึ่งเป็นจังหวัดติดต่อกับจังหวัด Razavi Khorasan และจังหวัด South Khorasan ติดชายแดนอัฟกานิสถาน นอกจากนี้รายงานยังอ้าง พล.อ.Bismillah Mohammadi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอัฟกานิสถาน (ดำรงตำแหน่งก่อนที่กลุ่มตอลิบันจะยึดอำนาจจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน) เผยแพร่ภาพลักษณะเดียวกัน ผ่านทวิตส่วนตัวของตนเมื่อ 1 ก.ย.64 พร้อมระบุข้อความภาษาเปอร์เซียว่า อิหร่านเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ดี (bad neighbor) แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดภาพภ่ายที่เผยแพร่ อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Al Arabiya ระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบที่มาและความน่าเชื่อถือของภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ได้ ขณะที่ทางการอิหร่านยังไม่แสดงท่าทีการเผยแพร่ภาพถ่ายและข้อความกล่าวอ้างดังกล่าว

ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์มีแผนผ่อนคลายระเบียบจดทะเบียนเพื่อดึงดูดบริษัทประเภท SPACs

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 1 ก.ย.64 ว่า ตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์มีแผนออกระเบียบใหม่ให้บริษัทประเภทที่ตั้งขึ้นเพื่อควบรวมกิจการ (Special Purpose Acquisition Companies-SPACs) จดทะเบียนในสิงคโปร์ง่ายขึ้น หลังจากถูกวิจารณ์ว่ามีระเบียบที่เข้มงวดเกินไป โดยจะเสนอให้ลดมูลค่าตลาดลงเป็น 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 7,200 ล้านบาท) และสามารถแยกตราสารจากหุ้นที่อ้างอิงได้ การปรับเปลี่ยนระเบียบดังกล่าวมีขึ้นขณะที่กำลังพยายามให้บริษัทที่มีการเติบโตสูง และดึงดูดให้บริษัทสตาร์ตอัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สนใจจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นในประเทศของตนหรือสหรัฐฯ เข้ามาจดทะเบียนในสิงคโปร์ ด้านโฆษกตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์ระบุว่า กำลังรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างระมัดระวัง และจะเปิดเผยผลหารือให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ หากสิงคโปร์สามารถออกระเบียบดังกล่าวสำเร็จ จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เป็นแห่งแรกในเอเชียที่มีการให้จดทะเบียนบริษัทรูปแบบ SPACs

ออสเตรเลียและสหรัฐฯ จะจัดการประชุมร่วมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม

หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 ว่า นางมารีส เพย์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย และนายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลีย จะเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐฯ ระหว่าง 13-17 ก.ย.64 เพื่อประชุมร่วมระกว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ประเด็นที่คาดว่าออสเตรเลียจะหยิบยกหารือ อาทิ การดำเนินนโยบายต่อจีน การฟื้นฟูประเทศจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งนี้ ตามกำหนดการเดิมออสเตรเลียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ไม่สามารถทำตามกำหนดการกักตัว 14 วัน ของออสเตรเลีย ทั้งสองประเทศจึงตัดสินใจให้จัดการประชุม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ลาวลงนามสัญญาโครงการปรับปรุงและซ่อมสร้างถนนสาย 13 ใต้ ช่วงระหว่างแขวงบอลิคำไซ-แขวงคำม่วน

เว็บไซต์สำนักข่าวสารประเทศลาว ภาคภาษาลาว รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 ว่า นายสุกสากน แหวนวงสด หัวหน้าโครงการปรับปรุงและซ่อมแซมถนนสาย 13 ใต้ และนาย Xu Han ผู้แทนบริษัท China International Water and Electric ร่วมลงนามสัญญาโครงการปรับปรุงและซ่อมสร้างถนนสาย 13 ใต้ ที่กรมขัวทาง กระทรวงโยธาธิการและขนส่งลาว เมื่อ 30 ส.ค.64 โดยโครงการดังกล่าวจะปรับปรุงและซ่อมสร้างถนนสาย 13 ใต้ ช่วงระหว่างแขวงบอลิคำไซ–แขวงคำม่วน (กม.190-กม.268) รวมระยะทาง 78 กิโลเมตร ซึ่งจะขยายถนนบางช่วงจาก 9 เมตรเป็น 12 เมตร และสามารถรองรับรถบรรทุกน้ำหนัก 11 ตัน โครงการดังกล่าวได้รับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank-AIIB) จำนวน 29,690,305 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 964 ล้านบาท)…

ลาวลงนามบันทึกความเข้าใจกับภาคเอกชน เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

เว็บไซต์สำนักข่าวสารประเทศลาว ภาคภาษาลาว รายงานเมื่อ 2 ก.ย.64 ว่า นายพูขง จิดฮูบโลก หัวหน้ากรมแผนการและการร่วมมือ กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร และนายลัดตะนะมะนี คูนนีวง รองประธานอาวุโสกลุ่มบริษัท AIF ของลาว ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum Of Understanding-MOU) ว่าด้วยการศึกษาการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อบริหารพร้อมทั้งปรับปรุงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และการสื่อสาร โดยจะพัฒนาระบบการให้บริการภาครัฐ การบริหารภาครัฐ ระบบจัดเก็บงบประมาณ และจัดตั้งศูนย์รวบรวมข้อมูลของรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลลาวคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้การให้บริการประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพัฒนาเศรษฐกิจสังคมลาวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

EU เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอัฟกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 31 ส.ค.64 ว่า ที่ประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union-EU) เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอัฟกัน โดยเน้นการสนับสนุนงบประมาณและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านโครงการต่าง ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านของอัฟกานิสถาน องค์กรระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees-UNHCR) และประเทศทางผ่าน เช่น ตุรกี เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและศักยภาพในการรับรองผู้ลี้ภัย อย่างปลอดภัยและยั่งยืน แทนการเปิดรับผู้ลี้ภัยเข้ายุโรปเพิ่มเติม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงการเกิดวิกฤติผู้ลี้ภัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซ้ำรอยปี 2558 นอกจากนี้ EU จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ลี้ภัยเสี่ยงชีวิตเดินทางข้ามแดนผิดกฎหมายเข้ายุโรป ขณะที่ ลักเซมเบิร์กเรียกร้องให้ EU จัดสรรที่พักพิงให้ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันจำนวน 40,000-50,000 ราย และวิจารณ์ท่าทีของนายกรัฐมนตรี Sebastian Kurz ของออสเตรีย และนายกรัฐมนตรี Janez Jansa ของสโลวีเนีย ที่ปฏิเสธการรับผู้ลี้ภัยเพิ่มเติม

IOM ให้ความช่วยเหลือไทยและกัมพูชา จัดการแรงงานกัมพูชาในไทยที่ต้องการกลับประเทศ

หนังสือพิมพ์Khmer Times ฉบับ 1 ก.ย.64 รายงานอ้างคำกล่าวของนาง Kristin Parco ผู้อำนวยการองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ประจำกัมพูชา ว่า IOM จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลไทยและกัมพูชาในการจัดการแรงงานกัมพูชาในไทยที่ต้องการจะเดินทางกลับกัมพูชา ในพื้นที่ จังหวัดพระตะบอง บันเตียเมียนเจย อุดรมีชัย เสียมราฐ และไปรเวง จำนวนประมาณ 100,000 คน ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งแรงงานดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุข ถูกกดขี่ ขาดสภาพคล่องทางการเงินและเป็นหนี้ ทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น ปัจจุบัน IOM ประสานความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ และองค์กรพัฒนาเอกชน (Non Governmental Organizations-NGOs) ท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการให้บริการด้านสาธารณสุขและส่งเสริมให้แรงงานมีส่วนร่วมในชุมชน รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานในกัมพูชาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อกิจการที่เกี่ยวข้อง ด้านนาย Pen Kosal ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ประสานความร่วมมือกับ IOM เพื่อแจกของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันโรค COVID-19 แก่แรงงานกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง