ออสเตรเลียประกาศหยุดอพยพประชาชนออกจากอัฟกานิสถาน

สื่อมวลชนออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 27 ส.ค.64 ว่า นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประณามเหตุระเบิดฆ่าตัวตายบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติฮามิด คาไซ ในกรุงคาบูล อัฟกานิสถาน พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย รวมถึงกองกำลังของสหรัฐฯ 13 นาย และผู้บาดเจ็บ 143 ราย ออสเตรเลียสามารถอพยพเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ ออกจากกรุงคาบูลได้ทันก่อนเหตุระเบิด โดยอพยพประชาชนออกจากกรุงคาบูลแล้ว 4,100 คน ขณะที่ นายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ยืนยันว่า กองทัพอากาศออสเตรเลียไม่สามารถเดินทางไปรับผู้อพยพในอัฟกานิสถานได้เพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์มีความเสี่ยงและรุนแรงอย่างมาก แม้ว่าจะยังมีชาวออสเตรเลียและชาวอัฟกันที่ถือวีซ่าออสเตรเลียติดค้างอยู่ในอัฟกานิสถาน ซึ่งได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาที่ท่าอากาศยานดังกล่าวและหลบอยู่ในที่ปลอดภัย นายดัทตัน ยังระบุถึงกลุ่ม ISIS-K ว่า เป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งมีข้อมูลข่าวกรองที่ชี้ให้เห็นว่า อาจมีการก่อการร้ายตามมาอีกหลายครั้ง

ลาวให้เอกชนจีนศึกษาความเป็นไปได้เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมลาว-จีน-เวียดนาม

เว็บไซต์สำนักข่าวLaotian Times รายงานเมื่อ 27 ส.ค.64 ว่า องค์การปกครองแขวงพงสาลี และ บริษัทYujia Investment ของจีน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding-MOU) ว่าด้วยการศึกษาความเป็นไปได้โครงการก่อสร้างและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมลาว-จีน-เวียดนาม (บริเวณชายแดนระหว่างสามประเทศ) ที่ห้องว่าการแขวงพงสาลี เมื่อ 24 ส.ค.64 โดยนางคำมะลา สุวง รองหัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนแขวงฯ ระบุว่า บริษัท Yujia Investment จะสำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองยอดอู แขวงพงสาลี ภายในระยะเวลา 18 เดือน โดยบริษัทฯ จะสำรวจพื้นที่ทั้งหมด 250 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม 150 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่สำหรับภาคบริการและการท่องเที่ยว 100 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งการศึกษาออกแบบเส้นทางถนนจากบ้านอูเหนือ เมืองยอดอู ไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมลาว-จีน-เวียดนาม

สิงคโปร์ประณามการก่อเหตุระเบิดที่ท่าอากาศยานคาบูล

กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ แถลงเมื่อ 27 ส.ค.64 ว่า ขอประณามการก่อเหตุระเบิดที่ท่าอากาศยานนานาชาติคาบูล อัฟกานิสถาน เมื่อ 26 ส.ค.64 ซึ่งทำให้มีชาวอัฟกันและชาวต่างชาติบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยการก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวเป็นเรื่องน่าสลดใจและไม่ยุติธรรม สิงคโปร์ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวต่อผู้ประสบเหตุและขอให้หายจากการบาดเจ็บ โดยสิงคโปร์ยังคงเตือนให้ทุกฝ่าย รวมถึงกลุ่มตอลิบัน รับรองความปลอดภัยของพลเมือง และอำนวยความสะดวกชาวต่างชาติในการเดินทางออกจากอัฟกานิสถานอย่าง

สหรัฐฯ จะตอบโต้กลุ่มเบื้องหลังเหตุระเบิดที่ท่าอากาศยานคาบูล อัฟกานิสถาน

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อ 27 ส.ค.64 อ้างท่าทีประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนประณามการก่อเหตุระเบิดที่ท่าอากาศยานนานาชาติคาบูล อัฟกานิสถาน และประกาศว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุดังกล่าว ที่ทำให้มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับย้ำว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าอพยพชาวอเมริกันออกจากพื้นที่ ซึ่งยังมีพลเรือนชาวอเมริกันอยู่ในคาบูลประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีไบเดนเชื่อว่ากลุ่ม Islamic State Khorasan (ISIS-K) อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว และยังไม่มีหลักฐานว่ากลุ่ม ISIS-K สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถาน ด้านผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ คาดว่าจะมีการโจมตีลักษณะดังกล่าวอีก โดยกลุ่ม ISIS-K ปฏิบัติการโหดเหี้ยมกว่ากลุ่มตอลิบัน และปัจจุบันคาดว่าเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ชนบทของอัฟกานิสถาน

ญี่ปุ่นตรวจพบอากาศยานของกองทัพจีนลาดตระเวนใกล้เกาะโอกินาวาและเกาะมิยาโกะของญี่ปุ่น

สำนักข่าวNHK และ JIJI รายงานเมื่อ 27 ส.ค.64 ว่ากองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่นตรวจพบอากาศยานของกองทัพจีนจำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย โดรนไร้คนขับ TB001 เครื่องบินลาดตระเวน และเครื่องบินสอดแนม Y-9 บริเวณน่านฟ้าระหว่างเกาะโอกินาวาและเกาะมิยาโกะ ของญี่ปุ่น เมื่อ 25 และ 26 ส.ค.64 โดยทำการบินรอบทางตอนใต้ของเกาะโอกินาวาไปจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนมุ่งหน้ากลับไปยังน่านฟ้าบริเวณทะเลจีนตะวันออก ทั้งนี้ การลาดตระเวนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรซ้อมรบร่วมทางทะเลบริเวณน่านน้ำเกาะโอกินาวา เมื่อ 24 ส.ค.64

จีนเปิดให้บริการท่าเรือจงซาน-หนิงโปอีกครั้ง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการท่าเรือหนิงโปเมื่อ 25 ส.ค.64 ว่า ในวันเดียวกัน จีนเปิดให้บริการขนส่งสินค้าที่สถานีขนส่งเหมยซาน ท่าเรือหนิงโป-จงซาน มณฑลเจ้อเจียงตามปกติ ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด หลังจากปิดพื้นที่ให้บริการเมื่อ 11 ส.ค.64 เนื่องจากพบพนักงานติดเชื้อโรค COVID-19 โดยสถานีขนส่งเหมยซานรองรับการขนส่งสินค้า 1 ใน 5 ของปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดของท่าเรือหนิงโป-จงซาน และท่าเรือดังกล่าวรองรับการขนส่งสินค้า 1,200 ล้านตันเมื่อปี 2563 ทั้งนี้ การสั่งปิดสถานีขนส่งดังกล่าวทำให้การขนส่งสินค้าท่าเรืออื่นของจีนแออัดที่สุดในรอบ 7 ปี และการขนส่งสินค้าจากจีนไปยังกลุ่มประเทศตะวันตกล่าช้า

แคนาดาจะประจำการกองกำลังในอัฟกานิสถานต่อไปภายหลัง 31 ส.ค.64

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดาแถลงเมื่อ 24 ส.ค.64  ว่า แคนาดาต้องการประจำการกองกำลังในอัฟกานิสถานต่อไปภายหลัง 31 ส.ค.64  โดยแคนาดาต้องการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันออกจากอัฟกานิสถาน  แม้สหรัฐฯ จะอพยพพลเรือนทั้งหมดและถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานตามกำหนดเดิม  นอกจากนี้ นายทรูโดระบุว่าการยึดครองอัฟกานิสถานของกลุ่มตอลีบันทำให้แคนาดาเตรียมทบทวนนโยบายการให้ความช่วยเหลือแก่อัฟกานิสถานใหม่

สิงคโปร์ระบุกรณีวิกฤติอัฟกานิสถานเป็นบทเรียนจากการแทรกแซงของต่างชาติ

นายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์  สำนักข่าวCNBC เมื่อ 26 ส.ค.64 ประเมินสถานการณ์ในอัฟกานิสถานหลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังทหารว่า สถานการณ์เข้าสู่วิกฤติด้านมนุษยธรรมและเชื้อ COVID-19  ขณะเดียวกันก็เป็นบทเรียนว่าการแทรกแซงจากต่างชาติไม่ใช่ทางออกของอัฟกานิสถาน  โดยประชาชนและผู้นำต้องตัดสินใจกำหนดชะตากรรมด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันเป็นความรับผิดชอบของกลุ่มตอลิบัน ขณะเดียวกันสิงคโปร์แสดงความเข้าใจว่าประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากในเรื่องนี้ ส่วนชัยชนะของกลุ่มตอลิบันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่น่าประหลาดใจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ นายบาลากริชนัน ห่วงกังวลว่าสถานการณ์ในอัฟกานิสถานจะเป็นภัยคุกคามต่อการก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ สิงคโปร์จึงคาดหวังว่า อัฟกานิสถานจะไม่กลับเป็นแหล่งรวมของกลุ่มก่อการร้าย และจะติดตามการดำเนินการปฏิรูปของกลุ่มตอลิบันต่อไป ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่สามารถประเมินได้   แต่น่าสังเกตว่ามีคนรุ่นใหม่เข้าเป็นสมาชิกและมีบทบาทในกลุ่มมากขึ้น

บริษัทผู้ผลิตวัคซีนจีนทั้ง 3 แห่งระบุว่าการฉัดวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค COVID-19

สำนักข่าวChina Daily รายงานเมื่อ 26 ส.ค.64 อ้างนายจาง หยุนเทา  รองประธานบริษัท China National Biotech Group ในเครือบริษัท Sinopharm ที่เป็นรัฐวิสาหกิจจีน ว่า จีนอาจฉีดวัคซีนโรค COVID-19 เข็มกระตุ้น ให้ประชาชนในกลุ่มเสี่ยง เช่น บุคคลในอาชีพเสี่ยง บุคคลอายุ 60 ปีขึ้นไป ฯลฯ หลังจากประชาชนที่ได้รับวัคซีนมีจำนวนมากจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ทั้งนี้ ผลการทดลองวัคซีน Sinopharm ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันประมาณ 5-10 เท่า และยกระดับการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตาได้ ขณะที่นายจู เทา หัวหน้านักวิทยาศาสตร์บริษัท CanSino เปิดเผยผลการทดลองวัคซีน CanSino เข็มกระตุ้น ว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ประมาณ 8 เท่า และบริษัท Sinovac เคยระบุระหว่างการประชุมกับองค์การอนามัยโลกว่าการฉีดวัคซีน Sinovac เข็มกระตุ้น ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันอย่างมีนัยสำคัญ

ประเทศยุโรปเริ่มทยอยถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน

นาย Clement Beaune รัฐมนตรีฝ่ายกิจการยุโรปของฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์ CNews เมื่อ 25 ส.ค.64 ว่า ฝรั่งเศสจะถอนกองกำลังทางทหารออกจากอัฟกานิสถานภายใน 26 ส.ค.64 โดยฝรั่งเศสอพยพพลเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นออกมาแล้วกว่า 2,100 คน สอดคล้องกับท่าทีของสหราชอาณาจักรที่เตรียมถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานให้เสร็จสิ้นภายใน 27-28 ส.ค.64 ก่อนที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานโดยสมบูรณ์ใน 31 ส.ค.64 พร้อมแจ้งเตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสนามบินนานาชาติ Hamid Karzai ในกรุงคาบูล หลังได้รับรายงานแนวโน้มการก่อการร้ายโดยกลุ่ม Islamic State (IS) ด้านกระทรวงกลาโหมตุรกีเปิดเผยว่าเริ่มทยอยถอนกำลังทหารออกเช่นกัน หลังบรรลุภารกิจคุ้มครองความปลอดภัยให้สนามบินนานาชาติ Hamid Karzai ตามภารกิจขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization-NATO)