ประกอบการธุรกิจลำไยกัมพูชาคาดหวังให้ไทยนำเข้าลำไยจากกัมพูชาตามปกติ

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ฉบับ 19 ส.ค.64 รายงานอ้างคำกล่าวของนาย Suon Chum รองประธานสมาคมผู้ประกอบการลำไย จังหวัดไพลิน (The Pailin Longan Grower’s Association-PLA ) ของกัมพูชา ที่แสดงทัศนะคาดหวังให้ไทยและบริษัทจีนในไทยนำเข้าลำไยจากกัมพูชาตามปกติ หลังจากจีนยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าลำไยจากไทยแล้ว โดยห่วงกังวลว่า หากไทยยังระงับการนำเข้าลำไยกัมพูชาจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวใน พ.ย.64 จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ส่งออกลำไยกัมพูชาอย่างมาก แม้นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน จะดำเนินโครงการรับซื้อลำไยจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนด้านไทยเพื่อป้องกันลำไยเน่าเสีย แต่ไม่น่าจะแก้ปัญหาและรับมือได้ในระยะยาว ทั้งนี้ PLA เพาะปลูกลำไยครอบคลุมพื้นที่ 2,900 เฮกตาร์ (ประมาณ 18,125 ไร่) ใน จังหวัดไพลิน (ตรงข้าม จังหวัดจันทบุรี) จังหวัดพระตะบอง (ตรงข้าม จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี และ จังหวัดสระแก้ว) และ จังหวัดบันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จังหวัดสระแก้ว) โดยคาดว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 50,000 ตัน ในปี 2564 อนึ่ง…

ที่ประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปครับรองแผนงานความมั่นคงอาหารเอเปคมุ่งสู่ปี 2573

เว็บไซต์ apec.org เปิดเผยเมื่อ 19 ส.ค.64 ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปครับรองแผนงานความมั่นคงอาหารเอเปคมุ่งสู่ปี 2573 (Food Security Roadmap Towards 2030) ซึ่งระบุแนวทางการดำเนินงานและเป้าหมายที่เอเปคจะปฏิบัติร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นภูมิภาคที่มีความมั่นคงอาหารอย่างเพียงพอ ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม โดยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ซึ่งมีความสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุความมั่นคงทางอาหารเป้าหมายดังกล่าว นอกจากนี้ สมาชิกเอเปคเห็นว่าแผนงานความมั่นคงอาหารดังกล่าว ยังสอดคล้องและมีส่วนช่วยในการบรรลุวิสัยทัศน์ปุตราจายาของเอเปคปีค.ศ. 2040 ด้วยการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจใน 3 มิติ คือ 1) การค้าและการลงทุน 2) นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่เทคโนโลยีดิจิทัล และ 3) การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง สมดุล มั่นคง ยั่งยืน และครอบคลุม รวมถึงเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องระหว่างเอเปคกับองค์การระหว่างประเทศและองค์กรระดับภูมิภาค อาทิ สหประชาชาติ (United Nations-UN) และองค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO)

รัสเซียต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ป้องกันโรค COVID-19 ให้บรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปี 2564

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 19 ส.ค.64 อ้างคำกล่าวของนาย Alexander Gintsburg ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย Gamaleya ผู้ผลิตวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย ว่า รัสเซียจำเป็นต้องสร้างความคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชนภายในสิ้นปี 2564 โดยรัฐบาลกำลังเร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนให้ได้มากขึ้นเพื่อให้ทันเวลาและเหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ปัจจุบันรัสเซียมีวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เพียงพอ โดยมีวัคซีนที่ได้รับอนุมัติการจดทะเบียนแล้ว 4 ชนิด ได้แก่ Sputnik V, EpiVacCorona, CoviVac และ Sputnik Light (แบบฉีดครั้งเดียว) อย่างไรก็ตาม ปัญหาในห้วงเวลานี้คือ การทำให้ประชาชนฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ นาย Gintsburg รับประกันความปลอดภัยสำหรับสตรีมีครรภ์หากได้รับวัคซีน Sputnik V จะไม่มีผลต่อทารก โดยมารดาจะสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารกจนถึงอายุ 6-7 เดือน ก่อนหน้านี้ เมื่อ 25 มิ.ย.64 นายมิคาอิล มูร์ชโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุถึงผลการทดลองก่อนการทดสอบทางคลินิกในเชิงบวก…

รัสเซียพร้อมจัดสรรเครื่องบินอพยพชาวอัฟกัน

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 19 ส.ค.64 อ้างถ้อยแถลงนางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุ รัสเซียพร้อมจัดสรรเครื่องบินสำหรับอพยพชาวอัฟกัน โดยไม่จำกัดจำนวน ไปยังประเทศที่พร้อมรับผู้อพยพชาวอัฟกัน เพื่อป้องกันสถานการณ์เลวร้ายด้านมนุษยธรรมในอัฟกานิสถาน พร้อมประณามประเทศตะวันตก ที่ละทิ้งชาวอัฟกันที่เคยมีความร่วมมือกับประเทศดังกล่าว ขณะที่ผู้แทนใหม่ของทางการอัฟกานิสถานรับรองความปลอดภัยของเที่ยวบินพลเรือนของรัสเซียทั้งเครื่องบิน ลูกเรือและผู้โดยสาร

ชาวมาเลเซียกว่า 200,000 คน ต่อต้านการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ

เว็บไซต์ Coconuts KL รายงานเมื่อ 19 ส.ค.64 ว่า ประชาชนมาเลเซียประมาณ 200,000 คน ลงนามยื่นคำร้องผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อปฏิเสธที่ดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ รองประธานพรรคอัมโน ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของมาเลเซีย เนื่องจากบริการจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 ผิดพลาด และเมื่อปี 2558 ดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล เคยกล่าวถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมหลายประการ อาทิ การเรียกร้องให้คว่ำบาตรธุรกิจของชาวจีน เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบัน บุคคลดังกล่าวยังไม่ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ แต่เสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 114 เสียง บ่งชี้ว่า ดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ได้รับเสียงข้างมาก

อินเดียวิจัยพบผู้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดสมีโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 19 ส.ค.64 อ้างผลการวิจัยของสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (Indian Council of Medical Research-ICMR) ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 17 ส.ค.64 พบว่า ผู้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดสมีโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา (B.1.617.2) เทียบเท่าผู้ยังไม่ได้รับวัคซีน แต่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต โดยไม่พบกลุ่มตัวอย่างที่รับวัคซีนครบโดสจากเมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 แต่พบกลุ่มตัวอย่างที่ยังไม่ได้รับวัคซีน 7 ราย และรับวัคซีนไม่ครบโดส 3 รายเสียชีวิตจากการติดเชื้อดังกล่าว ทั้งนี้ ผลวิจัยฉบับนี้สอดคล้องกับผลการวิจัยของนานาประเทศ

อินเดียจับกุมเยาวชนชาวปากีสถานที่ลักลอบข้ามพรมแดน

สำนักข่าว India Today รายงานเมื่อ 19 ส.ค.64 ว่า เจ้าหน้าที่กองทัพบกอินเดียจับกุมเยาวชนชายชาวปากีสถาน 4 ราย ที่ลักลอบข้ามพรมแดนจากปากีสถานเข้ามายังดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ของอินเดีย แต่สามารถหลบหนีไปได้ 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่คาดว่า หลบหนีกลับไปยังปากีสถานแล้ว ส่วนเยาวชนอีก 3 ราย ที่อยู่ในการควบคุมของทางการอินเดีย ได้แก่ นาย Danyal Malik (อายุ 17 ปี/2564) ด.ช. Arbaz Rahim (อายุ13 ปี/2564) และ ด.ช. Umar Rahim (อายุ 9 ปี/2564) ซึ่งทั้งหมดอ้างว่า ไม่ได้มีเจตนาลักลอบข้ามพรมแดน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม

ผู้นำกลุ่มประเทศแอฟริกาตอนใต้ประณาม AUC ที่ให้สถานะผู้สังเกตการณ์ AU แก่อิสราเอล

สำนักข่าว News24 ของแอฟริกาใต้ รายงานเมื่อ 18 ส.ค.64 ว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำแห่งรัฐของประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community-SADC) สมัยประชุมสามัญ ครั้งที่ 41 ระหว่าง 17-18 ส.ค.64 ที่กรุงลิลองเว มาลาวี เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในการรับมือการระบาดของ COVID-19 และสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค  SADC ได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความกังวลและคัดค้านการตัดสินใจฝ่ายเดียวของคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา (African Union Commission-AUC) ในการให้สถานะผู้สังเกตการณ์สหภาพแอฟริกา (African Union-AU) แก่อิสราเอล เมื่อ ก.ค.64 โดยแอฟริกาใต้มีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้ประเทศสมาชิกทั้ง 16 ประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว (แอฟริกาใต้เคยแถลงแสดงความไม่พอใจเมื่อ 28 ก.ค.64) ซึ่งนาย Clayson Monyela โฆษกกระทรวงความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ (Department of International Relations and Cooperation-DIRCO) ของแอฟริกาใต้ แถลงเพิ่มเติมว่า การที่องค์กรระดับภูมิภาคแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันทำให้ความคิดเห็นมีน้ำหนักมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ จีน-ปากีสถาน หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว CGTN รายงานว่า นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน หารือทางโทรศัพท์กับนาย Shah Mahmood Qureshi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน เมื่อ 18 ส.ค.64 ในประเด็นความร่วมมือเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน โดยจีนเห็นว่าทั้งจีนและปากีสถานเป็นเพื่อนบ้านที่สำคัญของอัฟกานิสถาน จะต้องร่วมมือกันยกระดับการสื่อสารและประสานงานเพื่อบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการช่วยเหลือให้การเปลี่ยนผ่านในอัฟกานิสถานมีเสถียรภาพ และรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ทั้ง 2 ประเทศต้องกระตุ้นให้ทุกฝ่ายในอัฟกานิสถานเป็นอันหนึ่งอันเดียว และสร้างระบบการเมืองที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยสถานเอกอัครราชทูตทั้งจีนและปากีสถานในอัฟกานิสถานยังดำเนินการตามปกติ และจะธำรงการสื่อสารกับกลุ่มตอลิบันเพื่อรักษาความปลอดภัยของพลเมืองทั้ง 2 ชาติ นอกจากนี้ จีนและปากีสถานจะสนับสนุนอัฟกานิสถานต่อสู้กับการก่อการร้าย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศที่อัฟกานิสถานมีส่วนร่วม ขณะที่ฝ่ายปากีสถานชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีน และว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรยกระดับความร่วมมือกันยิ่งขึ้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนับสนุนกลุ่มตอลิบันเพื่อให้ปฏิบัติตามพันธกิจที่ให้คำมั่นไว้และปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนอัฟกานิสถาน

นิวซีแลนด์ส่งเครื่องบินทหารอพยพพลเมืองออกจากอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว Stuff ของนิวซีแลนด์ รายงานเมื่อ 19 ส.ค.64 ว่า เครื่องบิน Hercules (C130) ของกองทัพอากาศนิวซีแลนด์พร้อมกำลังทหาร 40 นาย เดินทางออกจากฐานทัพอากาศ Whenuapai ในวันเดียวกัน เวลา 10.20 น. ไปยังอัฟกานิสถาน เพื่ออพยพชาวนิวซีแลนด์และชาวต่างชาติออกจากกรุงคาบูล รัฐบาลนิวซีแลนด์ประเมินว่า มีชาวนิวซีแลนด์ติดค้างอยู่ในอัฟกานิสถาน 104 คน เบื้องต้นได้รับความช่วยเหลือทางกงสุลแล้ว และนิวซีแลนด์จะช่วยอพยพชาวอัฟกันที่เคยช่วยเหลือนิวซีแลนด์ พร้อมครอบครัวประมาณ 200 คน