เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเมื่อปี 2563

หนังสือพิมพ์ China Daily รายงานเมื่อ 3 ส.ค.64 ว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนเมื่อปี 2563 มีมูลค่ารวม 5.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 จากเมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่เร็วที่สุดในโลก ทั้งนี้ จีนแถลงสถิติดังกล่าวระหว่างงาน Global Digital Economy Conference ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งนายจ้วง หรงเหวิน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการไซเบอร์สเปซของจีน แถลงว่า เศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งเป็นตัวกระตุ้นใหม่ต่อการพัฒนาคุณภาพสูง ในห้วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเปราะบาง

สาระสำคัญของการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อาเซียนและอินเดีย

สำนักข่าว VNA ของเวียดนาม รายงานเมื่อ 4 ส.ค.64 ว่า การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน-อินเดีย จัดขึ้นในวันเดียวกันผ่านการประชุมทางไกล โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาและยกระดับความร่วมมือผ่านการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอาเซียน-อินเดีย ปี 2564-2568 อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะจัดลำดับความสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน ความเชื่อมโยง (connectivity) ความร่วมมือทางทะเล เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (blue economy) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การป้องกันภัยธรรมชาติ การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการลดช่องว่างของการพัฒนา นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำความช่วยเหลือร่วมกันในการตอบสนองต่อโรค COVID-19 โดยอาเซียนชื่นชนความช่วยเหลือของอินเดียที่ให้เงินจำนวน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐในกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโรค COVID-19 (COVID-19 ASEAN Response Fund) และหวังที่จะยกระดับความร่วมมือกับอินเดียเพื่อเพิ่มความพยายามสำหรับการฟื้นฟูอย่างครอบคลุมและยั่งยืนในภูมิภาค   ด้านความมั่นคง อินเดียยืนยันสนับสนุนบทบาทของอาเซียนและความพยายามที่จะส่งเสริมการเจรจาและการประนีประนอมในเมียนมา และจะทำงานใกล้ชิดกับอาเซียนเพื่อสนับสนุนความพยายามในการรักษาสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเลในทะเลจีนใต้   ทั้งนี้ อินเดียเสนอให้ปี 2565 เป็นปีแห่งมิตรภาพของอาเซียน-อินเดียเพื่อเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ ซึ่งรวมถึงการครบรอบความสัมพันธ์ 25 ปีของการเป็นคู่เจรจา และ…

ญี่ปุ่นพบผู้มีอาการแพ้แบบรุนแรงต่อวัคซีนของ Pfizer 5 กรณีต่อการฉีด 1 ล้านโดส

สำนักข่าว JIJI Press รายงานข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขฯ ของญี่ปุ่นเมื่อ 5 ส.ค.64 ว่า พบผู้มีอาการแพ้แบบรุนแรง (anaphylaxis) ต่อวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บริษัทPfizer 5 กรณีต่อการฉีด 1 ล้านโดส ในญี่ปุ่น ขณะที่พบผู้มีอาการแพ้แบบรุนแรงต่อวัคซีนของ Moderna 2 กรณีต่อการฉีดวัคซีน 1 ล้านโดส และข้อมูลจนถึง 30 ก.ค.64 มีผู้เสียชีวิต 912 รายหลังจากได้รับวัคซีน Pfizer และเสียชีวิต 7 รายหลังได้รับวัคซีน Moderna อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าวได้รวมถึงผู้เสียชีวิตด้วยโรคชรา และยังไม่มีการยืนยันถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่ามีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการฉีดวัคซีนของทั้งสองบริษัทหรือไม่ ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นรวบรวมจากสถิติการฉีดวัคซีนในประเทศญี่ปุ่นจนถึง 25 ก.ค.64 ที่ฉีดวัคซีนของ Pfizer ไปแล้ว 74.14 ล้านโดส และวัคซีนของ Moderna 3.59 ล้านโดส  

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาออกคำสั่งห้ามเก็บค่าใช้จ่ายชุดตรวจ Antigen Rapid Test กับประชาชน

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 4 ส.ค.64 อ้างคำสั่งของนายมอม บุนเฮง รมว.สธ.กัมพูชา ให้ โรงพยาบาลสาธารณสุขจังหวัด หรือสถานพยาบาลทั่วประเทศ ไม่เก็บค่าใช้จ่ายสำหรับชุดตรวจโรค COVID-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (Antigen Rapid Test) กับประชาชนที่เข้ารับการตรวจเชื้อ COVID-19 ทุกคน โดยนาย Vei Samnang ผู้ว่าราชการจังหวัดกัมปงสปือ และ นาย Kong Sophorn ผู้ว่าราชการจังหวัดกันดาล กล่าวว่า ในพื้นที่ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว และเตือนว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ละเมิดคำสั่งดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

FORUM-ASIA และ Progressive Voice เรียกร้องอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศร่วมมือกับ NUG ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับเมียนมา

เว็บไซต์องค์กรเวทีเอเชียเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (Asian Forum for Human Rights and Development-FORUM-ASIA) เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกับองค์กร Progressive Voice เมื่อ 4 ส.ค.64 เรียกร้องอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้กับเมียนมาผ่านคณะกรรมการด้านการแก้ไขปัญหา COVID-19 (COVID-19 Task Force) ซึ่งจัดตั้งโดยกระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) องค์การด้านสาธารณสุขของกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนช่องทางข้ามพรมแดน เครือข่ายมนุษยธรรมในท้องถิ่น และองค์กรในชุมชน แทนการส่งความช่วยเหลือผ่านศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) ตามฉันทามติการประชุมผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษ เนื่องจากกังวลต่อประสิทธิภาพและความเป็นอิสระจากกองทัพเมียนมาของศูนย์ AHA แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ศูนย์ AHA เอื้อประโยชน์ทางการเมือง การเงิน และยุทธวิธีให้กับกองทัพเมียนมา อีกทั้งยังเพิกเฉยต่อการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มชาติพันธุ์ชาวโรฮีนจาของกองทัพเมียนมาเมื่อปี 2560 การส่งความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดังกล่าวจึงเป็นความเสี่ยงที่จะส่งเสริมความแข็งแกร่งและความชอบธรรมของกองทัพเมียนมาในระดับภูมิภาคและระดับระหว่างประเทศ โดย FORUM-ASIA และ Progressive Voice เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และอาเซียนให้ยอมรับและร่วมมือกับ NUG รวมทั้งยุติการสนับสนุนความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมผ่านกองทัพเมียนมา เพื่อป้องกันการโจมตีเจ้าหน้าที่และสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการช่วยเหลือ รวมถึงเรียกร้องอาเซียนให้ทำงานร่วมกับสหประชาชาติ (United Nations-UN) และประชาคมระหว่างประเทศ…

เวียดนามกระตุ้นรัสเซียให้ความสำคัญกับสัญญาจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของเวียดนาม

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VnExpress International รายงานเมื่อ 4 ส.ค.64 ว่า นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ของเวียดนาม กล่าวในการหารือกับนาย Gennady Bezdetko เอกอัครราชทูตรัสเซีย/ฮานอย ขอบคุณรัสเซียที่จัดสรรวัคซีน Sputnik V ให้เวียดนาม และขอให้รัสเซียช่วยเวียดนามต่อไป ทั้งการเร่งกระบวนการจัดซื้อวัคซีน Sputnik V เพื่อให้ได้วัคซีนโดยเร็วที่สุดในปี 2564 และความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยาและวัคซีนป้องกัน COVID-19 ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามเห็นพ้องกับข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ที่อนุญาตให้บริษัท T&T Group เจรจากับกองทุนการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย (RDIF) เพื่อซื้อวัคซีน Sputnik V จำนวน 40 ล้านโดส โดยใช้กองทุนของบริษัทเอง ขณะที่นาย Bezdetko ยืนยันว่า เวียดนามเป็นหุ้นส่วนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่รัสเซียให้ความสำคัญในลำดับต้น ๆ และจะพยายามกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งนี้ เวียดนามฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่ประชาชนแล้วเป็นจำนวนกว่า 7.29 ล้านคน และฉีดวัคซีนครบ…

เวียดนามลดห้วงเวลากักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเหลือ 7 วัน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 4 ส.ค.64 อ้างประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่า เวียดนามได้ลดห้วงเวลากักตัวผู้ที่เดินทางเข้าประเทศและฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ครบ 2 เข็มแล้ว (โดสที่ 2 ต้องฉีดแล้วอย่างน้อย 15 วัน แต่ไม่นานกว่า 1 ปี) จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน และเฝ้าสังเกตอาการ ณ ที่พักต่ออีก 7 วัน โดยติดตั้ง Bluezone app ช่วยติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด นอกจากนี้ ต้องแสดงเอกสารยืนยันผลการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR เป็นลบ ภายใน 72 ชม. ก่อนเดินทางถึงเวียดนาม ส่วนผู้ที่เคยติดเชื้อ COVID-19 จะต้องแสดงเอกสารยืนยันการรักษาโรคดังกล่าวหายแล้วในห้วง 6 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี สธ.เวียดนามไม่ได้เปิดเผยวันบังคับใช้ หลังจากเลือก จังหวัดกว๋างนิญ ภาคเหนือ…

อาเซียน-สหรัฐฯ กระชับความร่วมมือเพื่อรับมือกับโรค COVID-19

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 4 ส.ค.64 ว่า ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อาเซียน-สหรัฐฯ ในวันเดียวกัน หารือเกี่ยวกับความท้าทายระหว่างประเทศที่เร่งด่วนในภูมิภาค โดยนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนเงินจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโรค COVID-19 (COVID-19 ASEAN Response Fund) เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อวัคซีน และจะสนับสนุนสำนักเลขาธิการอาเซียนในการพัฒนาระบบประสานงานภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (Public Health Emergency Coordination System) ต่อไป ทั้งนี้ สหรัฐฯ บริจาควัคซีนให้กับอาเซียนมากกว่า 23 ล้านโดส และให้ความช่วยเหลือในการรับมือกับโรค COVID-19 แล้วประมาณ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับความร่วมมืออื่น ๆ สหรัฐฯ สนับสนุนอาเซียนในการจัดการความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโรค COVID-19 โดยให้ความช่วยเหลือต่อธุรกิจต่าง ๆ ในอาเซียนเพื่อกลับมาเริ่มดำเนินการอีกครั้ง ทั้งยังสนับสนุนระบบพลังงานที่ยั่งยืนในอาเซียน และการดำเนินการของโครงการหุ้นส่วนเมืองอัจฉริยะสหรัฐฯ-อาเซียน (US-ASEAN Smart Cities Partnership) ในการจัดการกับความท้าทายของการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองด้านการขนส่ง…

สิงคโปร์พบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนชนิด mRNA ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาใช้เวลาฟื้นตัวเร็วกว่าผู้ไม่ฉีดวัคซีน

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 4 ส.ค.64 อ้างผลวิจัยของสถาบันด้านสาธารณสุข Saw Swee Hock ของสิงคโปร์จากการศึกษาผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาจำนวน 200 คน โดย 71 คน เป็นผู้ฉีดวัคซีนชนิด mRNA ครบสองเข็ม และ 130 คน ยังไม่ฉีดวัคซีน พบว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีน สามารถฟื้นตัวและใช้เวลารักษาเร็วกว่าผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน  โดยจะมีปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดอยู่ที่ 7 วัน ขณะที่ผู้ไม่ฉีดวัคซีนอยู่ที่ 14 วัน และเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย เพราะยังสามารถติดเชื้อได้ง่ายแม้ฉีดวัคซีน  นอกจากนี้ ผู้วิจัยเสนอให้นำไปปรับใช้กับนโยบายควบคุมการแพร่ระบาด โดยผู้ที่ฉีดวัคซีนและติดเชื้ออาจอนุญาตให้แยกตัวรักษาในระยะสั้น เพื่อไม่ให้ระบบสาธารณสุขได้รับผลกระทบ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีอาการรุนแรง ซึ่งร้อยละ 12.7 มีอาการปอดบวม และร้อยละ 2.8 ต้องใช้เครื่องออกซิเจน ขณะที่ผู้ไม่ฉีดวัคซีน มากกว่าร้อยละ 50 มีอาการปอดบวม และ 1 ใน 5…

ตำรวจรัฐกลันตัน ปฏิเสธกรณีกองทัพไทยกล่าวอ้างว่า ผู้ก่อการร้ายก่อเหตุโจมตีทหารพรานไทยจากฝั่งมาเลเซีย

เว็บไซต์ Malaysiakini รายงานอ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ชาเฟียน มามัต ผู้บังคับการตำรวจประจำรัฐกลันตัน เมื่อ 4 ส.ค.64 ว่า ข้อกล่าวหาของกองทัพไทยที่ระบุว่า ผู้ก่อการร้ายไทยใช้พื้นที่มาเลเซีย ริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ก่อเหตุโจมตีทหารพรานไทยใน จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 3 ส.ค.64 ไม่มีมูลความจริงและไม่มีหลักฐานที่ส่งมาจากฝ่ายกองทัพไทยแต่อย่างใด โดย ตำรวจรัฐกลันตัน ตรวจสอบพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ Pengkalan Haram Ikan Kering, Kubang Pak Ikan และ Pasir Mas ในรัฐกลันตัน ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ผกร.ใช้เป็นพื้นที่โจมตีแล้ว แต่ไม่พบหลักฐานปลอกกระสุนหรือร่องรอยการยิงปืนบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันตำรวจรัฐกลันตันเพิ่มการเฝ้าระวังในพื้นที่ดังกล่าว