แคนาดาอพยพผู้ลี้ภัยออกจากอัฟกานิสถาน

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดาแถลงเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า แคนาดาอพยพผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานจำนวน 807 คน พร้อมกับเจ้าหน้าที่การทูตและกองทัพแคนาดาจำนวน 64 คน  ออกจากอัฟกานิสถาน เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในอัฟกานิสถานที่อาจส่งผลต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในแคนาดา พร้อมกับขอให้กลุ่มตอลิบันยุติการใช้ความรุนแรงและยินยอมให้ผู้ลี้ภัยเดินทางออกจากอัฟกานิสถานอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ แคนาดาส่งเสริมความร่วมมือกับสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันที่ต้องการตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง

เม็กซิโกมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในเฮติ

นายมาร์เซโล เอบราด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโก แถลงเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า เม็กซิโกส่งคณะ เจ้าหน้าที่และเครื่องบินลำเลียง C – 295  จำนวน 2 เครื่อง เพื่อมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ได้แก่  ยาและเวชภัณฑ์จำนวน 15.4 ตัน  อุปกรณ์ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อาหาร เตียงผ้าใบ แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในเฮติเมื่อ 14 ส.ค.64 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 1,297 ราย  ด้านเจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme-UNDP) ประจำลาตินอเมริกาแถลงว่า UNDP ร่วมมือกับรัฐบาลเฮติในการประสานความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศในการฟื้นฟูเฮติหลังเหตุแผ่นดินไหว

นายกรัฐมนตรีแคนาดาประกาศจะไม่รับรองรัฐบาลกลุ่มตอลิบันของอัฟกานิสถาน

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดาแถลงเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า แคนาดาจะไม่รับรองรัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถาน เนื่องจากกลุ่มตอลิบันยึดอำนาจการบริหารประเทศจากรัฐบาลชุดเดิมที่มาจากการเลือกตั้ง และการที่แคนาดาขึ้นบัญชีกลุ่มตอลิบันเป็นกลุ่มก่อการร้ายตามกฎหมายแคนาดา ด้านนางมิเชล การ์เนอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค Conservative พรรคฝ่ายค้านของแคนาดา เสนอแนะให้นายทรูโดและพรรค Liberal เพิ่มการประสานงานกับองค์กรเอกชนในการกำหนดแผนช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันโดยเร็ว

ชาวโรฮีนจา ขึ้นให้การเป็นครั้งแรกต่อศาลอาร์เจนตินา กรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในเมียนมา

สำนักข่าว Frontier Myanmar รายงานเมื่อ 18 ส.ค.64 ว่า ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาขึ้นให้การเป็นครั้งแรกต่อศาลอาร์เจนตินา ในการไต่สวนกองทัพเมียนมาในข้อหาเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา จากการใช้ปฏิบัติการทางทหารควบคุมพื้นที่รัฐยะไข่เมื่อปี 2560 จนทำให้ชาวโรฮีนจากว่า 700,000 คน ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานไปยังบังกลาเทศ  การพิจารณาคดีของศาลอาร์เจนตินา มีขึ้นหลังจากองค์กรด้านสิทธิโรฮีนจาและสิทธิมนุษยชนในละตินอเมริกา ที่สำคัญคือ Burmese Rohingya Organization UK (BROUK) ยื่นคำฟ้องต่อศาลในอาร์เจนตินาเมื่อปี 2562 โดยอาศัยหลักการเขตอำนาจรัฐเหนือความผิดสากล (Universal Jurisdiction)

อินโดนีเซียดัดแปลงเรือเฟอรีเป็นศูนย์กักตัวผู้ป่วย COVID-19

หนังสือพิมพ์ the Maritime Executive รายงานเมื่อ 17 ส.ค.64 ว่า อินโดนีเซียดัดแปลงเรือเฟอรี KM Umsini ซึ่งจอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือในเมืองมาคัซซาร์ ทางตอนใต้ของเกาะสุลาเวสี ให้เป็นศูนย์กักตัวผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง โดยเรือเฟอรี KM Umsini จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กักโรค ขนาด 800 เตียง มีบุคลากรทางการแพทย์ 60 คน ผลัดกันทำงานเพื่อดูแลผู้ป่วย ซึ่งระหว่างการกักตัวเจ้าหน้าที่จะตรวจสุขภาพ และตรวจหาเชื้อตามปกติ เสมือนอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้บริเวณดาดฟ้าของเรือ นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังดัดแปลงเรือเฟอรีอีก 4 ลำ ให้เป็นศูนย์กักตัวตามท่าเรือต่าง ๆ ได้แก่ เรือ KM Tatamailau ที่เมืองบิตุงในสุลาเวสี เรือ KM Bukit Raya ที่อ่าวจอดเรือเบอลาวันในเมืองเมดัน เรือ KM Sirimau และเรือ KM Tidar…

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะมอบเงินและอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือเมียนมา

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ฉบับ 17 ส.ค.64 รายงานอ้างจดหมายของ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ถึง พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และ นายกรัฐมนตรีเมียนมา ว่า กัมพูชาให้คำมั่นจะมอบเงินช่วยเหลือแก่เมียนมาผ่านอาเซียนจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมอบในฐานะรัฐบาลกัมพูชาอีก 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ หน้ากากอนามัย 3 ล้านชิ้น ชุดตรวจโรค rapid test kits 500,000 ชิ้น ชุดปฏิบัติการป้องกันโรค (PPE) 2,000 ชุด เครื่องผลิตออกซิเจน 100 เครื่อง เครื่องช่วยหายใจ 20 เครื่อง สถานีติดตามอาการผู้ป่วยพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ 20 ชุด โดยนายมอม บุนเฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะเดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษเพื่อส่งมอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้เมียนมาด้วยตนเอง (ยังไม่ระบุวัน) เป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเมียนมาต่อต้านโรค COVID-19 ขณะที่นาย Pa…

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศจะยึดทรัพย์สินของรัฐบาลอัฟกานิสถานในสหรัฐฯ

หนังสือวอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 17 ส.ค.64 ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศว่าจะยึดทรัพย์สินของรัฐบาลอัฟกานิสถานในธนาคารสหรัฐฯ เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มตอลิบันเข้าถึงทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจทำให้สภาวะเศรษฐกิจของอัฟกานิสถานย่ำแย่ลง เนื่องจากที่ผ่านมา อัฟกานิสถานต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ รวมทั้งจากสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ จะเผชิญความท้าทายหากเพิ่มการคว่ำบาตรกลุ่มตอลิบันหลังเหตุยึดเมืองคาบูลและเมืองสำคัญอื่น ๆ ในอัฟกานิสถานเมื่อ 15 ส.ค.64 เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อาจเป็นอุปสรรคต่อการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวอัฟกัน ด้านที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะหารือกับกลุ่มตอลิบันก่อนดำเนินมาตรการคว่ำบาตร เพราะสหรัฐฯ ยังคงต้องการให้ความช่วยเหลือแก่ชาวอัฟกันต่อไป

NGOs ระหว่างประเทศกังวลกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถานและเรียกร้องให้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

เว็บไซต์ FORUM-ASIA เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชน (Non Governmental Organizations- NGOs) ระหว่างประเทศ 9 องค์กร อาทิ FORUM-ASIA และเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections-ANFREL) เมื่อ 17 ส.ค.64 แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน รวมถึงการยึดกรุงคาบูลของกลุ่มตอลิบันเมื่อ 15 ส.ค.64 ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ ก.พ.63 ทำให้มีผู้ลี้ภัยหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลายพันคน พร้อมกับกังวลกับความเป็นอยู่ของชาวอัฟกัน เฉพาะอย่างยิ่งเด็ก สตรี และผู้ให้การสนับสนุนด้านประชาธิปไตยหรือสิทธิมนุษยชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางภายใต้การปกครองของกลุ่มตอลิบัน หลังจากสหรัฐฯ พันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ  (North Atlantic Treaty Organisation-NATO) และกองกำลัง Resolute Support Mission (RSM) ถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน NGOs ข้างต้นยังเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกลุ่มตอลิบัน กองทัพอัฟกานิสถาน สหรัฐฯ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ตุรกี สมาชิก NATO…

บริษัทออสเตรเลียเตรียมผลิตและจำหน่ายชุดทดสอบเชื้อ COVID-19 รูปแบบน้ำยาบ้วนปาก

หนังสือพิมพ์ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอร์รัลด์ รายงานเมื่อ 17 ส.ค.64 ว่า บริษัท Inventive Health ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ลงนามข้อตกลงควบรวมกิจการกับบริษัท Virusight Diagnostic ในอิสราเอล ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัป เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายชุดทดสอบเชื้อ COVID-19 “SpectraLIT” ซึ่งสามารถใช้ทดสอบได้กับการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูก และอยู่ระหว่างตรวจสอบความแม่นยำสำหรับใช้ในรูปแบบน้ำยาบ้วนปาก ชุดทดสอบ SpectraLIT ใช้เทคนิคซึ่งมีความไวในการตรวจวัดมวลต่อโมเลกุล สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างและระบุการติดเชื้อ COVID-19 ได้ในเวลาไม่กี่วินาที ชุดทดสอบจะเป็นประโยชน์สำหรับใช้ในสถานศึกษาที่ต้องการทดสอบด้วยความรวดเร็ว ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนกับองค์การเกี่ยวกับการบำบัดโรคของออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration-TGA)  และองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drug Administration-FDA) ของสหรัฐฯ  

จีนสนับสนุนบทบาทของกลุ่มตอลิบันที่จะสร้างความเป็นเอกภาพในอัฟกานิสถาน

นางหัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 16 ส.ค.64 ว่า จีนเคารพความต้องการและการตัดสินใจของประชาชนชาวอัฟกัน ขณะนี้สถานการณ์ในอัฟกานิสถานอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  การยุติสงครามที่ดำเนินมากว่า 40 ปี เป็นความคาดหวังร่วมกันของประชาชนอัฟกันและประชาคมโลก ซึ่งจีนคาดหวังว่ากลุ่มตอลิบันจะปฏิบัติตามคำมั่นที่ระบุว่าสงครามสิ้นสุดแล้วและจะจัดการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอิสลามที่เปิดกว้างและทุกฝ่ายมีส่วนร่วม รวมทั้งปกป้องความปลอดภัยพลเรือนอัฟกานิสถานและนักการทูตต่างประเทศ นอกจากนี้ จีนยังคาดหวังว่ากลุ่มตอลิบันจะปราบปรามการก่อการร้ายและอาชญากรรม ทำให้อัฟกานิสถานปลอดสงคราม และฟื้นฟูประเทศ นอกจากนี้ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการรับรองสถานะรัฐบาลตอลิบัน ว่า จีนติดต่อกับกลุ่มตอลิบัน และมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ต่อการแก้ไขปัญหาทางการเมืองในอัฟกานิสถาน ภายใต้หลักการเคารพอธิปไตยและความปรารถนาของทุกภาคส่วนในอัฟกานิสถาน ซึ่งจีนคาดหวังว่ากลุ่มตอลิบันจะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกับทุกกลุ่มและชนเผ่าในอัฟกานิสถาน และจีนยินดีที่กลุ่มตอลิบันแถลงไว้หลายครั้งว่าต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ส่งเสริมบทบาทจีนในการฟื้นฟูและพัฒนาอัฟกานิสถาน และจะไม่อนุญาตให้กลุ่มใดใช้พื้นที่อัฟกานิสถานเพื่อโจมตีจีน ขณะที่จีนเคารพอธิปไตย เอกราช บูรณภาพแห่งดินแดนของอัฟกานิสถาน และยึดหลักไม่แทรกแซงกิจการภายใน โดย เอกอัครราชทูตจีน และ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงคาบูล​อัฟกานิสถาน ยังทำการตามปกติ ส่วนประชาชนจีนในอัฟกานิสถานส่วนใหญ่เดินทางกลับประเทศแล้ว อนึ่ง นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือผู้นำกลุ่มตอลิบันที่นครเทียนจิน เมื่อ 28 ก.ค.64