ผู้แทนอินเดียกับจีนร่วมประชุมระดับผู้บัญชาการทหารบริเวณพื้นที่พิพาท ครั้งที่ 12

เว็บไซต์ Business Standard ของอินเดีย รายงานเมื่อ 31 ก.ค.64 ว่า พล.ท. P.G.K. Menon ผู้บัญชาการกองพลทหารที่ 14 และนาย Naveen Srivastava ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ฝ่ายกิจการตะวันออก. เป็นผู้แทนฝ่ายอินเดีย เข้าร่วมการประชุมหน่วยทหารที่ประจำการบริเวณพรมแดนพิพาทของอินเดียและจีน ครั้งที่ 12 กับ พล.อ.Xu Qiling ผู้บัญชาการภาคพื้นตะวันตก. กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ผู้แทนฝ่ายจีน บริเวณ Moldo พื้นที่พิพาทซึ่งอยู่ในการควบคุมของจีน  โดยทั้งสองฝ่ายร่วมหารือเกี่ยวกับการบรรเทาความตึงเครียดในพื้นที่ Gogra และ Hot Spring แต่ยังไม่หยิบยกกรณีที่ราบสูง Depsang มาหารือในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย การประชุมครั้งนี้มีระยะเวลาห่างจากการประชุมครั้งที่ 10 ถึง 3 เดือน และกองทัพอินเดียกับจีนเพิ่มกำลังทหารในบริเวณพื้นที่พิพาทอย่างต่อเนื่อง โดยอินเดียประจำการทหารบริเวณพรมแดนพิพาทเพิ่มกว่า 50,000 นาย ขณะที่จีนเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารตลอดแนวพรมแดนพิพาท กับทั้งโยกย้ายทหารจากเขตปกครองตนเองทิเบต มาประจำการเพิ่มเติมในเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับพื้นที่รัฐอุตตราขัณฑ์ของอินเดีย อีกทั้งประจำการปืนใหญ่ และเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในบริเวณที่ราบสูงทิเบตเพิ่มเติม

ญี่ปุ่นเริ่มใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก

สำนักข่าว Kyodo รายงานเมื่อ 31 ก.ค.64 ว่า มหาวิทยาลัยโตเกียว และ International Business Machines Corp. ได้เปิดใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computer) ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นที่ศูนย์พัฒนาธุรกิจคาวาซากิ จังหวัด คานากาว่า โดยให้สมาชิกกลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมและวิชาการ อาทิ บริษัท Toyota Motor Corp. บริษัทSony Group Corp. บริษัท Mitsubishi Chemical Holdings Corp. บริษัท Hitachi บริษัท Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. และ บริษัท Yokogawa Electric Corp. มีสิทธิ์เข้าถึงคอมพิวเตอร์เพื่อการวิจัยร่วมกัน โดยจะมีการสำรวจการใช้งานจริงของควอนตัมคอมพิวเตอร์ และมีการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรขององค์กรกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งความสามารถของควอนตัมคอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนด้วยความเร็วที่เหนือกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ จะนำมาใช้เพื่อพัฒนายารักษาโรค สร้างแบบจำลองทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และการเข้ารหัสสำหรับอินเทอร์เน็ตและสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ใน ส.ค.64

เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ Tuoi Tre News รายงานเมื่อ 31 ก.ค.64 ว่า นางคามาลา แฮร์ริส จะเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่เดินทางเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ใน ส.ค.64 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศหุ้นส่วนสำคัญในอินโด-แปซิฟิก โดยรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดจะหารือกับผู้นำเวียดนามและสิงคโปร์ในประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค การรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก และความพยายามส่งเสริมการจัดระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานกฎระเบียบร่วมกัน แต่ไม่ได้ระบุวันเดินทางชัดเจน การเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ครั้งนี้แสดงให้เห็นพันธสัญญาสหรัฐฯ ต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะยาว ขณะที่นักวิเคราะห์เห็นว่า สหรัฐฯ อาจให้คำมั่นสัญญาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดส่งวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้แก่ประเทศในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ การเยือนเวียดนามและสิงคโปร์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของรองประธานาธิบดีแฮร์ริสในการเดินทางเยือนต่างประเทศ หลังจากเยือนกัวเตมาลาและเม็กซิโกเมื่อ มิ.ย.64

เมียนมา พร้อมจะร่วมมือกับอาเซียนและจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในปี 2566

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 1 ส.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (The State Administration Council) ของเมียนมาให้คำมั่นว่า จะจัดการเลือกตั้งใหม่และยกเลิกการบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินภายใน ส.ค.2566 (2 ปี 6 เดือน นับจากการยึดอำนาจเมื่อ 1 ก.พ.64) โดยย้ำถึงการเลือกตั้งแบบหลายพรรคการเมือง (multi-party election) และการสร้างชาติภายใต้ระบอบประชาธิปไตยและการเป็นสหพันธรัฐ  นอกจากนี้ รัฐบาลเมียนมายังพร้อมจะให้ความร่วมมือภายใต้กรอบการดำเนินงานของอาเซียน ซึ่งรวมถึงการทำงานร่วมกับผู้แทนพิเศษของอาเซียน เพื่อแก้ไขปัญหาภายในเมียนมา ตามฉันทามติของที่ประชุมผู้นำอาเซียนวาระฉุกเฉินเมื่อ เม.ย.64  อนึ่ง อาเซียนจะจัดการประชุมระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน ใน 2 ส.ค.64 ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือในประเด็นการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษให้ชัดเจนขึ้น

ฟิลิปปินส์ประกาศระงับการเดินทางจากมาเลเซียและไทย พร้อมทั้งกระชับมาตรควบคุมโควิดภายในประเทศ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 23 ก.ค.64 ว่า นาย Harry Roque โฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ประกาศระงับการเดินทางจากมาเลเซียและไทยตั้งแต่ 25-31 ก.ค.64 ขณะเดียวกันยังประกาศว่า กรุงมะนิลาและพื้นที่ 4 จังหวัด ของฟิลิปปินส์ ได้แก่ Ilocos Norte, Ilocos Sur, Davao de Oro และ Davao del Norte จะยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา ที่สำคัญได้แก่ ปิดสถานบริการในร่ม ห้ามผู้มีอายุระหว่าง 5-17 ปีออกจากที่พัก ทั้งนี้ ปัจจุบันฟิลิปปินส์มียอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมว่า 1.54 ล้านคน และมีผู้เสียชีวติแล้วกว่า 27,000 คน ซึ่งเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย

กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาถูกจารกรรมข้อมูลเกี่ยวกับแม่น้ำโขง

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 22 ก.ค.64 ว่า กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ตกเป็นเป้าหมายของผู้ต้องหาชาวจีน 4 ราย ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ อยู่ระหว่างส่งคำร้องเพื่อดำเนินคดีใน 19 ก.ค.64 โดยสหรัฐฯ พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 รายจารกรรมข้อมูลการหารือระหว่างรัฐบาลจีนและกัมพูชาเกี่ยวกับแม่น้ำโขงในการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Lancang-Mekong Cooperation-LMC) เมื่อ 10 ม.ค.61 และจารกรรมข้อมูลการใช้เสียงอะคูสติก (hydroacoustic) สำรวจพื้นที่ใต้น้ำ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่พบข้อมูลชัดเจนว่าข้อมูลที่ถูกจารกรรมเกี่ยวข้องกับข้อมูลของแม่น้ำโขงหรือไม่ ทั้งนี้สถานทูตจีนในกัมพูชาและรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว

ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร

สำนักข่าว BNN Bloomberg รายงานเมื่อ 22 ก.ค.64 ว่า นาย Perry Warjiyo ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย แถลงคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรอายุ 7 วัน (7-day reverse repurchase rate) ที่ร้อยละ 3.5 เพื่อรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนและระบบการเงิน พร้อมทั้งลดอัตราคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจากเดิมร้อยละ 4.1-5.1 เป็นร้อยละ 3.5-4.3 หลังรัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเข้มงวด ส่งผลต่อการผลิตสินค้าและการบริโภคภายในประเทศ  นอกจากนี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฟื้นตัวช้าลง ทั้งนี้ธนาคารกลางอินโดนีเซียยืนยันจะดำเนินมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนหรือมาตรการดูแลในเชิงป้องกัน (Macroprudential policy) โดยรักษาอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินแก่ภาคธุรกิจ

WHO วิตกกับการแพร่ระบาดโรค COVID-19 สายพันธุ์เดลตาที่รุนแรงขึ้น

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 21 ก.ค.64 ว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) กังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์เดลตาใน 124 ประเทศและเขตปกครอง เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 13 แห่ง และอาจพัฒนาเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดทั่วโลกในอีกเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ WHO ขึ้นบัญชีสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of concern-VOCs) ได้แก่ อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา ซึ่งยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์อัลฟาใน 180 ประเทศ สายพันธุ์เบตาใน 130 ประเทศ และสายพันธุ์แกมมาใน 78 ประเทศ

ญี่ปุ่นเรียกร้องให้ออสเตรเลียเพิ่มความร่วมมือทางทหารเพื่อรับมือกับความท้าทายจากจีน

สำนักข่าว The Guardian รายงานเมื่อ 21 ก.ค.64 ว่า ในวันเดียวกัน นาย Shingo Yamagami เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำออสเตรเลีย เรียกร้องให้ออสเตรเลียพิจารณาการซ้อมรบร่วมกับญี่ปุ่นในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งมีเส้นทางเดินเรือที่สำคัญต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของออสเตรเลียเช่นเดียวกับทะเลจีนใต้ โดยญี่ปุ่นต้องการให้ประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกันร่วมกันจัดการความท้าทายที่เกิดจากจีน ซึ่งมีท่าทีรุกรานเพิ่มขึ้นทั้งในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นและออสเตรเลียอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาข้อตกลงด้านการป้องกันที่จะอนุญาตให้กองกำลังของทั้งสองประเทศซ้อมรบในอาณาเขตของกันและกันได้ โดยนาย Yamagami คาดว่าความซับซ้อนในการฝึกซ้อมด้านการป้องกันที่เพิ่มขึ้นระหว่างญี่ปุ่นและออสเตรเลียจะเป็นการยกระดับการป้องปรามให้ดีขึ้นในภูมิภาค  

ราคาบิทคอยน์ลดลงอย่างรวดเร็ว หลังโรค COVID-19 สายพันธุ์เดลตาระบาดทั่วโลก

สำนักข่าว 9News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 21 ก.ค.64 ว่าราคาบิทคอยน์ลดลงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่ มิ.ย.64 เนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดไปทั่วโลก และหลายประเทศยังคงไม่มีมาตรการการรับมือที่มีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้กระแสตื่นตระหนกดังกล่าวส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดหุ้นวอลสตรีทของสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงลงไปถึงร้อยละ 2.1 เมื่อ 19 ก.ค.64 ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน