ฝรั่งเศสและประเทศพันธมิตรร่วมมือกันต่อต้านภัยคุกคามจากการประมงผิดกฎหมาย

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 20 ก.ค.64 ว่า นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงเมื่อ 19 ก.ค.64 ว่าฝรั่งเศสจะร่วมมือกับประเทศพันธมิตรบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ สร้างเครือข่ายทางทะเลป้องกันภัยคุกคาม เฉพาะอย่างยิ่งจากการทำประมงผิดกฎหมาย โดยจะแบ่งปันข้อมูล ฝึกซ้อม และปฏิบัติการทางทะเลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นในห้วงเวลาใกล้เคียงกับที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร ทั้งฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ขยายพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารเพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของจีน

WFP ร่วมกับ WHO จัดตั้งโครงการ INITIATE2 เพื่อรับมือวิกฤตฉุกเฉินทางสาธารณสุข

โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (World Food Program-WFP) ร่วมกับองค์การองค์อนามัยโลก (World Health Organization-WHO) เมื่อ 19 ก.ค.64 จัดตั้งโครงการ INITIATE2 เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ในการรับมือและตอบสนองวิกฤตฉุกเฉินทางสาธารณสุข โดยจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะจากผู้เชี่ยวชาญในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน สถาบันวิจัยและการศึกษา และพันธมิตรนานาชาติ รวมถึงพัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมในการแก้ปัญหา อาทิ การทดสอบสิ่งอำนวยความสะดวกและชุดเครื่องมือภาคสนามเฉพาะโรคในสถานการณ์จริง การฝึกอบรมหน่วยงานด้านการขนส่งและหน่วยกู้ภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินจำลอง

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกการเยือนญี่ปุ่น

สำนักข่าว metro.us รายงานเมื่อ 19 ก.ค 64 ว่า ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ตัดสินใจไม่เยือนญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และยกเลิกแผนการประชุมสุดยอดเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นครั้งแรกกับนรม.สึกะ โยชิฮิเดะ ของญี่ปุ่นใน 23 ก.ค.64 เนื่องจากความคืบหน้าของการหารือเกี่ยวกับการจัดประชุมสุดยอดระหว่างกันยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุผลลัพธ์ของการประชุมได้ ทั้งยังเกิดเหตุการณ์ที่นักการทูตอาวุโส ประจำ สอท.ญี่ปุ่น/กล.ต. แสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมต่อประธานาธิบดีมุน แจ-อิน อย่างไรก็ดี เกาหลีใต้ได้ส่ง รมว.วธ. เป็นผู้แทนเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิด และหวังว่าญี่ปุ่นจะประสบผลสำเร็จในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

สหราชอาณาจักรยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แม้ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 19 ก.ค.64 ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เฉพาะอย่างยิ่งมาตรการบังคับให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ เพื่อเปิดประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยร้านค้าและสถานบันเทิงจะเริ่มเปิดให้บริการตามปกติใน 18 ก.ค.64 เวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร และสหราชอาณาจักรจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าเมืองโดยไม่ต้องกักตัว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขห่วงกังวลว่าการยกเลิกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในห้วงที่สหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อ COVD-19 เพิ่มกว่าวันละ 50,000 ราย จะส่งผลให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขทำงานหนักยิ่งขึ้น กับทั้งยังเพิ่มโอกาสให้ไวรัสกลายพันธุ์เพิ่มเติม

รัฐบาลลาวประกาศขยายมาตรการล็อกดาวน์

สำนักข่าว ซินหัว รายงานเมื่อ 19 ก.ค.64 ว่า นาง Thipphakone Chanthavongsa รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลาว แถลงยืนยันว่ารัฐบาลลาวขยายมาตรการล็อกดาวน์ถึง 3 ส.ค.64 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์โดยอนุญาตให้สถานประกอบการที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคเริ่มเปิดบริการ กับทั้งจะอนุญาตให้สถานศึกษาในนครหลวงเวียงจันทร์เริ่มจัดการเรียนการสอนตามปกติ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด

ไต้หวันประกาศกักตัวผู้ที่เดินมาจากเมียนมา

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 16 ก.ค.64 ว่า ศูนย์ควบคุมโรคระบาดกลางของไต้หวัน (Central Epidemic Command Center-CECC) ประกาศในวันเดียวกันว่า ผู้ที่เปลี่ยนเครื่องหรือเดินทางมาจากเมียนมาห้วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องกักตัวในสถานที่กักที่ทางการกำหนดตั้งแต่ 18 ก.ค.64 เป็นต้นไป และเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 รวม 3 ครั้งตลอดระยะเวลากักตัว โดยตรวจโควิดแบบ PCR ในวันแรกและวันสุดท้ายของการกักตัว และตรวจหาเชื้ออย่างง่าย (Rapid Test) ในห้วงวันที่ 10-12 ของการกักตัว เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ทางการไต้หวันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ปัจจุบันประเทศที่อยู่ในรายชื่อกลุ่มประเทศความเสี่ยงสูงของไต้หวัน ได้แก่ บราซิล อินเดีย สหราชอาณาจักร เปรู อิสราเอล อินโดนีเซีย บังกลาเทศ และเมียนมา

จีนทบทวนข้อเสนอการสอบสวนหาต้นตอ COVID-19 ขององค์การอนามัยโลก

สำนักข่าว BNN Bloomberg รายงานอ้าง นาย จ้าว ลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเมื่อ 16 ก.ค.64 ว่า จีนกำลังทบทวนแผนข้อเสนอของนาย Tedros Adhanom Ghebreyesus ผอ.องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ที่เรียกร้องให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับต้นกำเนิดไวรัส COVID-19 เพิ่มเติมในจีนด้วยความโปร่งใส เปิดกว้าง และร่วมมือ แม้ว่าจีนเคยปฏิเสธก่อนหน้านี้โดยอ้างว่าสหรัฐฯและพันธมิตรอยู่เบื้องหลังการผลักดันและรื้อฟื้นการสอบสวนดังกล่าวก็ตาม ทั้งนี้นาย จ้าว ลี่เจี้ยน ย้ำว่า ในการดำเนินการสอบสวนที่ผ่านมาจีนได้ให้ความร่วมมือกับ WHO ให้เข้าถึงข้อมูลและอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงการตรวจสอบห้องปฏิบัติการที่อู่ฮั่น

ญี่ปุ่นพบคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในโรงแรมที่นักกีฬาโอลิมปิกจากบราซิลจะเข้าพัก

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 15 ก.ค. 64 ว่า โรงแรมในเมืองฮามามัตสึ จ.ชิซุโอกะ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว พบพนักงานของโรงแรม 8 คนมีผลตรวจเชื้อ COVID-19 เป็นบวก ซึ่งการคัดกรองเสร็จสิ้นก่อนที่นักกีฬายูโดจากบราซิลประมาณ 30 คนจะเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวใน 17 ก.ค.64 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิก ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อคนใดใกล้ชิดกับนักกีฬา และให้เฉพาะผู้ที่มีผลตรวจเชื้อเป็นลบเข้าทำงาน ด้านจนท.สาธารณสุขและกีฬาของเมืองฮามามัตสึได้อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและมาตรการป้องกันโรค COVID-19 ให้กับนักกีฬาแล้ว ทั้งนี้ กรุงโตเกียวอยู่ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อ ณ 14 ก.ค.64 อยู่ที่ 1,149 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ ม.ค.64

ผู้นำเยอรมนีพบหารือกับผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับภัยคุกคามจากรัสเซียและจีน

สำนักข่าว The Guardian รายงานเมื่อ 16 ก.ค. 64 ว่า นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี พบหารือกับประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 64 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ในโอกาสที่จะสิ้นสุดวาระในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้นำทั้งสองประเทศให้คำมั่นว่าจะร่วมกันทำงานเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากทั้งรัสเซียและจีน โดยสหรัฐฯ ห่วงกังวลเกี่ยวกับท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Nord Stream 2 ที่จะส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนี ขณะที่เยอรมนียืนยันว่าจะไม่ให้รัสเซียใช้ประเด็นก๊าซธรรมชาติเป็นเครื่องมือต่อรองกับประชาคมระหว่างประเทศ นอกจากนี้สองประเทศจะร่วมกันต่อสู้เพื่อรักษาประชาธิปไตยที่กำลังโดนจีนท้าทาย รวมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่กำลังระบาดทั่วโลก อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอาจดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยน เนื่องจากนางแมร์เคิลจะไม่สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยต่อไป ทำให้อาจไม่มีเวลาเพียงพอกับการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจามที่หารือกัน

แคนาดาวางแผนอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้วเข้าประเทศใน ก.ย.64

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 16 ก.ค. 64 ว่า นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ยืนยันเมื่อ 15 ก.ค. 64 ว่า แคนาดาพร้อมรับชาวอเมริกันที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบ 2 โดสเข้าประเทศโดยไม่ต้องมีเหตุจำเป็นภายในเดือน ส.ค.64 และวางแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบแล้วจากทั่วโลกภายใน ก.ย.64 โดยจะเริ่มผ่อนปรนมาตรการป้องกันชายแดนเมื่อรัฐบาลแคนาดาสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้มากกว่าร้อยละ 75 ของประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลแคนาดาสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแล้ววกว่าร้อยละ 50 กับทั้งยังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 น้อยลงต่อเนื่อง