กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ลงโทษบริษัทสหรัฐฯ ที่ขายซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ให้จีนและรัสเซีย

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ ๙ ส.ค.๖๔ ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ลงโทษบริษัท Keysight Technologies ของสหรัฐฯ ด้วยการให้จ่ายค่าปรับมูลค่า 6.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวขายซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการคาดการณ์ฉากทัศน์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ 17 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งจีนและรัสเซีย โดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การซื้อขายดังกล่าวละเมิดกฎระเบียบของสหรัฐฯ ที่ห้ามขายระบบและเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวให้ต่างประเทศ รวมทั้งเข้าข่ายเป็นภัยคุกคามแห่งชาติ ทั้งนี้ บริษัท Keysight Technologies ยินยอมจ่ายค่าปรับและให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ด้าน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้สะท้อนว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะกำหนดให้ เจ้าหน้าที่ทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนสนับสนุนมาตรการของ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่กำหนดให้ เจ้าหน้าที่ทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ภายในกลาง ก.ย.64 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ ประธานเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว และที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มแรกแล้วประมาณร้อยละ 73 โดย กองทัพเรือมีอัตราการฉีดวัคซีนมากที่สุด ทั้งนี้ ตามปกติ เจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันจะต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย 17 ชนิด เพื่อป้องกันโรค และเพื่อให้ทหารอเมริกันมีสุขภาพสมบูรณ์ที่สุด

อินเดียพบการฉีดวัคซีนสลับชนิดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรค COVID-19

สำนักข่าวThe Times of India รายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 อ้างผลการวิจัยของสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (Indian Council of Medical Research-ICMR) ว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สลับชนิดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าการฉีดวัคซีนชนิดเดียวกัน 2 เข็ม และมีความปลอดภัย โดย ICMR ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของประชาชน 18 ราย ในรัฐอุตตรประเทศ หลังจากได้รับวัคซีนสลับชนิดเป็นระยะเวลา 60-70 วัน เนื่องจากความผิดพลาดของสถานพยาบาล โดยวัคซีนที่ประชาชนกลุ่มนี้ได้รับ คือ วัคซีน Covishield (วัคซีนแบบใช้ไวรัสอื่นเป็นพาหะ-Viral Vector Vaccine) และวัคซีน Covaxin (วัคซีนเชื้อตาย-Inactivated Vaccine) เป็นเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ตามลำดับ

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า การฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เป็นการตัดสินใจระดับพันธมิตร

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้กรณีนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน แสดงท่าทีคัดค้านการฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ใน ส.ค.64 ระหว่างการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) เมื่อ 6 ส.ค.64 และระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวไม่สร้างสรรค์ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ละเว้นการสร้างความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ นั้น กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้มองว่า ท่าทีของจีนเป็นท่าทีผิดแปลก เนื่องจากประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจว่า การฝึกซ้อมดังกล่าวมีรูปแบบตั้งรับ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และไม่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศใด ซึ่งรวมถึงเกาหลีเหนือ และการจัดฝึกซ้อมรบร่วมเป็นการตัดสินใจระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ในระดับพันธมิตร โดย กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จะวิเคราะห์เบื้องหลังและเจตนาของถ้อยแถลงของนายหวัง อี้ ด้านนาย An Kwang-il เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ/จาการ์ตา ผู้แทนเกาหลีเหนือในที่ประชุมดังกล่าวก็ไม่ระบุถึงการฝึกซ้อมรบร่วม เพียงย้ำว่าเกาหลีเหนือมุ่งหวังให้คาบสมุทรเกาหลีมีสันติภาพและความมั่นคง

สหรัฐฯ เผชิญความท้าทายในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านมากขึ้น

สำนักข่าวบลูมเบอร์กรายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนเผชิญความท้าทายในการเจรจากับอิหร่านเพื่อกลับเข้าเป็นสมาชิกข้อตกลงนิวเคลียร์ (Joint Comprehensive Plan of Action-JCPOA) เนื่องจากความขัดแย้งล่าสุดจากกรณีสหรัฐฯ และบางประเทศเชื่อว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณนอกชายฝั่งอ่าวโอมานเมื่อปลาย ก.ค.64 ทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างมาก ประกอบกับผู้นำรัฐบาลอิหร่านคนใหม่มีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม และมีท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ จึงเป็นอุปสรรคต่อการเจรจากับอิหร่าน รวมทั้งทำให้การดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเน้นความร่วมมือพหุภาคีของประธานาธิบดีไบเดนไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง ทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และยังไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับการหารือครั้งต่อไป

ลาวรับมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บริษัท Sinopharm จำนวน 1 ล้านโดส จากจีน

เว็บไซต์ สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 8 ส.ค.64 ว่า นายบุนแฝง พูมมะไลสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาว และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตจีน/นครหลวงเวียงจันทน์ เข้าร่วมพิธีมอบ-รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บริษัท Sinopharm จำนวน 1 ล้านโดส ที่สนามบินนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 7 ส.ค.64 โดยวัคซีนจำนวนดังกล่าวเป็นความช่วยเหลือของจีน เพื่อให้ลาวสามารถบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้กับประชาชนร้อยละ 50 ภายในปี 2564 ทั้งนี้ ปัจจุบันลาวได้รับวัคซีนจากมิตรประเทศและโครงการ COVAX แล้ว 5.2 ล้านโดส

ซาอุดีอาระเบียยังไม่อนุมัติรับรองวัคซีน Sinopharm และ Sinovac อย่างเป็นทางการ

นาย Mohammed al-Abd al-Ali โฆษกกระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย แถลงเมื่อ 8 ส.ค.64 ปฏิเสธข่าวลือที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ซาอุดีอาระเบียอนุมัติและรับรองวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของบริษัท Sinopharm และบริษัท Sinovac จากจีน อย่างเป็นทางการแล้ว โดยยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย ยังไม่ได้อนุมัติและรับรองวัคซีน Sinopharm และ Sinovac อย่างเป็นทางการ แต่เป็นการอนุญาตและกำหนดให้พลเมืองและชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในซาอุดีอาระเบียและได้รับวัคซีน Sinopharm หรือ Sinovac ของจีนครบสองเข็มมาก่อนเดินทางกลับซาอุดีอาระเบีย สามารถรับวัคซีนที่ กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย อนุมัติและรับรองเป็นวัคซีนเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ และการอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าสำหรับการเดินทางมาประกอบพิธีอุมเราะฮ์ (แสวงบุญ) เดินทางเข้าซาอุดีอาระเบียได้ตั้งแต่ 1 ส.ค.64 โดยกำหนดเงื่อนไขว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้แสวงบุญต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ยี่ห้อและครบจำนวนเข็ม ที่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียอนุมัติและรับรอง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้แสวงบุญที่ฉีดวัคซีน Sinopharm หรือ Sinovac ครบสองเข็ม และได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยใช้วัคซีนยี่ห้อที่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียอนุมัติและรับรอง จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าซาอุดีอาระเบียได้ ทั้งนี้ วัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบีย อนุมัติและรับรองอย่างเป็นทางการ ยังมีเพียง…

ออสเตรเลียจะเป็นแหล่งทดลองวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Moderna ในเด็กเล็ก

สำนักข่าว ABC News รายงานเมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า บริษัท Moderna มีแผนทดลองใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 กับเด็กอายุระหว่าง 6 เดือน-12 ปี จำนวน 6,000 คน ในสหรัฐฯ แคนาดาและออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ทางการออสเตรเลียแถลงว่า ยังไม่ได้รับเอกสารขออนุมัติการทดลองอย่างเป็นทางการจากบริษัท Moderna ซึ่งต้องขออนุญาตผ่านองค์การเกี่ยวกับการบำบัดโรคของออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration-TGA) ในวันเดียวกัน นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงว่า TGA อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Moderna ในออสเตรเลียกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นการอนุมัติวัคซีนเพิ่มเติมจากวัคซีนของบริษัท AstraZeneca และ Pfizer ทั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลียทำข้อตกลงซื้อวัคซีนของบริษัท Moderna จำนวน 25 ล้านโดส โดยปี 2564 จะได้รับ 10…

ชาวฝรั่งเศสกว่า 240,000 คนประท้วงข้อบังคับใช้เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน

สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อ 8 ส.ค.64 ว่า ชาวฝรั่งเศสกว่า 237,000 คน รวมตัวประท้วงในหลายเมืองทั่วฝรั่งเศสต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 เพื่อเรียกร้องให้ทางการฝรั่งเศสยกเลิกการบังคับใช้เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 (Health Pass) และข้อบังคับให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อ 5 ส.ค.64 ซึ่งผู้ประท้วงมองว่า กฎหมายดังกล่าวละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเป็นการเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ ฝรั่งเศสกำหนดให้ผู้ที่อายุ 12 ปีขึ้นไปต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อเป็นลบและประวัติการฉีดวัคซีนก่อนเข้าใช้บริการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง และขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จนถึง 15 พ.ย.64 และอาจขยายระยะเวลาการบังคับใช้ต่อหากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังน่าห่วงกังวล โดยข้อบังคับดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน โดยฝรั่งเศสตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ประชากรร้อยละ 90 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ปัจจุบัน มีผู้เข้ารับวัคซีนเข็มแรกแล้วร้อยละ 65.6 ครบสองเข็มร้อยละ 49.7 จากประชากรทั้งหมด 67.06 ล้านคน

ฟิลิปปินส์ประสบปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา

กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์แถลงเมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า การแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา ส่งผลให้ฟิลิปปินส์อยู่ในระดับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น โดยยอดผู้ติดเชื้อในรอบสองสัปดาห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 ต่อวัน หรืออัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 7.2 คน ต่อประชากร 100,000 คน รวมถึงยอดผู้ติดเชื้อระหว่าง 1-7 ส.ค.64 เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 8,965 คน เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ 2,197 คน  โดยพบการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาในประเทศแล้ว 13 ภูมิภาค จากทั้งหมด 17 ภูมิภาค อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์จัดเป็นประเทศมีความเสี่ยงปานกลางในการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 เมื่อ 29 ก.ค.64 หลังจากยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเมื่อช่วงกลาง ก.ค.64