อาเซียนออกแถลงการณ์ในวาระครบรอบ 50 ปี สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (TAC)

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมของ รมว.กต.อาเซียน เมื่อ 24 ก.พ.69 เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (TAC) และเปิดตัวตราสัญลักษณ์วาระครบรอบ 50 ปีของ TAC โดยแถลงการณ์ระบุถึงความสำคัญของ TAC ในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค โดยยึดมั่นในหลักการเคารพซึ่งกันและกันในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ อีกทั้งเน้นย้ำถึงหลักการและเจตนารมณ์ของ TAC ที่เป็นรากฐานสำคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) และมีบทบาทในการเสริมสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นผู้นำ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการหารือและความร่วมมือ ทั้งยังเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045  

ญี่ปุ่นเรียกร้องความร่วมมือจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ส่งเสริมความมั่นคงทางทะเล

สุนทรพจน์ของนายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น ในที่ประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศญี่ปุ่น-หมู่เกาะแปซิฟิก ครั้งที่ 3 (Japan Pacific Islands Defense Dialogue-JPIDD) เมื่อ 23 ก.พ.69 ที่กรุงโตเกียว ได้เรียกร้องให้ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกกระชับความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล ย้ำถึงความสำคัญของการรักษาไว้ซึ่งมหาสมุทรที่เสรีและเปิดกว้าง  พร้อมทั้งระบุว่าการใช้กำลังเพื่อพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม  ไม่อาจยอมรับได้  และยืนยันความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นต่อการรักษาสันติภาพ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมีแผนริเริ่มโครงการเชิญเจ้าหน้าที่ระดับต้นและระดับกลางจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ที่รับผิดชอบด้านการกำหนดนโยบายความมั่นคง เดินทางเยือน กห.ญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและพัฒนาความร่วมมือด้านบุคลากร

ไทยดำเนินนโยบายส่งเสริมสุขภาพโดยการลดความหวานในเครื่องดื่ม

The Guardian ระบุว่า รัฐบาลไทยกำลังพยายามลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม เพื่อปรับรสนิยมความหวานของผู้บริโภค และปรับปรุงสุขภาพของประชาชน โดยคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยวันละ 21 ช้อนชา มากกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา ซึ่งเครื่องดื่มหวานเป็นต้นเหตุสำคัญ ไทยยังดำเนินมาตรการอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงภาษีน้ำตาล โดยเครือข่ายร้านกาแฟรายใหญ่ของประเทศหลายแห่งตกลงที่จะลดปริมาณน้ำตาลลงครึ่งหนึ่งจากปกติ แต่ภาษีดังกล่าวไม่ครอบคลุมผู้ขายริมทางหรือคาเฟ่

กองทัพเม็กซิโกสังหารหัวหน้ากลุ่ม CJNG ที่ค้ายาเสพติด

กห.เม็กซิโกแถลงเมื่อ  22  ก.พ.69  ว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเม็กซิโกร่วมกันปฏิบัติการสังหารนายเนเมซิโอ โอเซเกรา หรือ “เอล เมนโช” หัวหน้ากลุ่ม  Jalisco New Generation Cartel (CJNG) ที่ค้ายาเฟนทานิลและยาเสพติดอื่นๆ  รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มอีก  4 คน ที่เมืองตาปัลปา บริเวณชายฝั่งของรัฐฮาลิสโก  อย่างไรก็ดี  การเสียชีวิตของนายเอล  เมนโชทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่ม CJNG  ออกมาก่อเหตุรุนแรง ได้แก่ จุดไฟเผารถยนต์  สร้างสิ่งกีดขวางตามถนนในรัฐฮาลิสโก ด้านกต.สหรัฐฯ แจ้งเตือนให้พลเมืองสหรัฐฯ  พำนักในสถานที่ปลอดภัยในรัฐฮาลิสโก  รัฐตาเมาลิปัส  รัฐมิโชอากัน  รัฐเกร์เรโร  และรัฐนวยโบเลออน ของเม็กซิโกที่มีการก่อเหตุรุนแรงเช่นกัน

ชาติอาหรับประณาม กรณีผู้แทนสหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอลยึดครองดินแดนในตะวันออกกลาง

กต.ประเทศอาหรับ/มุสลิมในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชีย รวมถึงองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง ออกแถลงการณ์เมื่อ 21 ก.พ.69 ประณามถ้อยแถลงของนาย Mike Huckabee ออท.สหรัฐฯ/อิสราเอล ซึ่งให้สัมภาษณ์นาย Tucker Carlson อดีตผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Fox News ของสหรัฐฯ ว่า อิสราเอลมีสิทธิตามคัมภีร์ไบเบิลที่จะครอบครองดินแดนทั่วทั้งตะวันออกกลาง และหากอิสราเอลใช้อำนาจควบคุมดินแดนที่ยึดครองอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ กต.ประเทศอาหรับ/มุสลิม ระบุว่า ถ้อยแถลงของนาย Huckabee แสดงให้เห็นว่า อิสราเอลสามารถเข้าควบคุมเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ หรือดินแดนของรัฐอาหรับอื่นได้ ซึ่งถือเป็นถ้อยคำที่เป็นอันตรายและยั่วยุ อีกทั้งยังเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ (UN) อย่างร้ายแรง ตลอดจนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค

อิหร่านทำข้อตกลงลับซื้ออาวุธจากรัสเซียมูลค่า 500 ล้านยูโร

นสพ. Financial Times รายงานเมื่อ 22 ก.พ.69 อ้างเอกสารรัสเซียที่รั่วไหลว่า ผู้แทนกระทรวงกลาโหมและการส่งกำลังบำรุงกองทัพอิหร่าน (MODAFL) ประจำกรุงมอสโก ทำข้อตกลงลับกับบริษัท Rosoboronexport ซึ่งเป็นบริษัทค้าอาวุธของรัฐบาลรัสเซีย เมื่อ ธ.ค.68 เพื่อจัดซื้อระบบขีปนาวุธนำวิถีแบบประทับบ่า รุ่น Verba จำนวน 500 เครื่อง และขีปนาวุธ รุ่น 9M336 จำนวน 2,500 ลูก รวมถึงกล้องมองกลางคืน Mowgli-2 จำนวน 500 ตัว มูลค่า 500 ล้านยูโร (ประมาณ 589 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีกำหนดส่งมอบห้วงปี 2570-2572

สหรัฐฯ จะจัดการประชุมความมั่นคงด้านพลังงานอินโด-แปซิฟิก ที่ญี่ปุ่น

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้าง สอท.สหรัฐฯ /กรุงโตเกียว เมื่อ 22 ก.พ.69 ว่า สภาพลังงานแห่งชาติ (National Energy Dominance Council) ของสหรัฐฯ  จะจัดการประชุมระดับ รมต.และภาคธุรกิจด้านความมั่นคงพลังงานอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Energy Security Ministerial and Business Forum) เป็นครั้งระหว่าง 14-15 มี.ค.69 ที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น โดยนายคริส ไรต์ รมว.พลังงาน  และนายดัก เบอร์กัม รมว.มท. จะเยือนญี่ปุ่น และเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพื่อหารือด้านความมั่นคงทางพลังงานกับผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก 12 ประเทศ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจต่าง ๆ  อาทิ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และการเงิน

ญี่ปุ่นจะส่ง ออท.ประจำกระทรวงเยือนไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์

นายฮายาชิ เทจิ ออท.ประจำกระทรวง (รับผิดชอบด้านความร่วมมือลุ่มน้ำโขง) จะเยือนไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ (ประธานอาเซียนประจำปี 2569) ระหว่าง 23-27 ก.พ.69 เพื่อพบหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นกับ จนท.ของรัฐของทั้งสามประเทศในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นได้ดำเนินการผ่านหลายช่องทางเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ระหว่างกัมพูชากับไทย รวมถึงการประสานงานผ่านช่องทางการทูต การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการจัดสรรงบประมาณสำหรับจัดหาสิ่งอุปกรณ์ให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ภายใต้กรอบความช่วยเหลือเพื่อความมั่นคงอย่างเป็นทางการ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศ

ออสเตรเลียเตรียมสร้างเรือลำเลียงพลขนาดใหญ่เพิ่ม

เว็บไซต์กองทัพออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 20 ก.พ.69 ว่า ออสเตรเลียได้ลงนามในสัญญาฉบับที่ 2 กับบริษัท Austal Defence Shipbuilding มูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 87,922 ล้านบาท) เพื่อดำเนินการต่อเรือลำเลียงพลขนาดใหญ่ (Landing Craft Heavy) จำนวน 8 ลำ ให้กับกองทัพบกออสเตรเลีย โดยเรือดังกล่าวมีความยาวประมาณ 100 เมตร และมีขีดความสามารถในการขนส่งอาวุธโจมตีพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูง อันจะช่วยเสริมศักยภาพด้านการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก การลำเลียงยุทโธปกรณ์ ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ลงนามสัญญาฉบับที่ 1 มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 21,983 ล้านบาท) เพื่อจัดหาเรือลำเลียงพลขนาดกลาง

รัสเซียและคิวบาหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย พบหารือกับนายบรูโน โรดริเกซ ปาร์รียา รมว.กต.คิวบา เมื่อ 19 ก.พ.69 ซึ่งทั้งสองฝ่ายร่วมกันประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรงกรณีสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการที่ไม่ชอบธรรม รวมถึงการกดดันทางเศรษฐกิจและการทหารต่อคิวบา พร้อมกับยืนยันความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน นอกจากนี้ พล.ท.โรเบร์โต โซโตลองโก เสนาธิการใหญ่กองทัพคิวบาและ รมช.กห.คิวบา พบหารือกับนายวาซีลี ออสมาคอฟ รมช.กห.รัสเซีย เมื่อ 19 ก.พ.69 ประเด็นความร่วมมือด้านเทคนิคทางการทหารและแผนความร่วมมือระหว่าง กห.ในระยะต่อไป ทั้งนี้ การเยือนรัสเซียของคณะผู้แทนคิวบาดังกล่าว มีขึ้นห้วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับสหรัฐฯ ตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรต่อประเทศที่ 3 ซึ่งส่งออกน้ำมันให้คิวบาของสหรัฐฯ