การเลือกตั้งของเมียนมาได้รับความเชื่อมั่นจากจีน

นายหลิน เจี้ยน โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 29 ธ.ค.68 จีนได้ส่งคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งเข้าร่วมกับประเทศอื่น ๆ ในการติดตามกระบวนการลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาเมื่อ 28 ธ.ค.68 ว่า ภาพรวมดำเนินไปอย่างสงบและเป็นระเบียบ ส่งผลให้การเลือกตั้งสามารถเริ่มต้นได้อย่างราบรื่น จีนแสดงความคาดหวังว่าการเลือกตั้งในระยะที่ 2 และ 3 จะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูภาวะปกติทางการเมืองและการส่งเสริมกระบวนการปรองดองที่ครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาของประเทศในระยะต่อไป

ประธานาธิบดีรัสเซียอวยพรปีใหม่แก่ประชาชนและทหาร

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อ 31 ธ.ค.68 เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ปรารถนาให้ประชาชนรัสเซียมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมั่งคั่ง รวมถึงแสดงความยินดีและเชื่อมั่นต่อนายทหารรัสเซียซึ่งปฏิบัติภารกิจสู้รบเพื่อมาตุภูมิ พร้อมทั้งย้ำว่าความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นของชาติเป็นสิ่งสำคัญต่ออธิปไตย ความมั่นคง และอนาคตของประเทศ ก่อนหน้านี้ ห้วงเทศกาลคริสต์มาส ประธานาธิบดีปูตินพบปะกับภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจรัสเซีย เพื่อหารือประเด็นข้อห่วงกังวลในการดำเนินธุรกิจห้วงปี 2569 โดยเน้นสถานการณ์ด้านประชากรและแรงงาน รวมถึงแผนการบริหารทรัพย์สินและทรัพยากรบุคคล การจัดการด้านภาษี การกู้เงิน และการทดแทนการนำเข้า

อินโดนีเซียตั้งเป้าเพิ่มปริมาณสำรองข้าวในปี 2569

นาย Zulkifli Hasan รมว.ประสานงานด้านกิจการอาหารของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 29 ธ.ค.68 ว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มปริมาณข้าวสำรอง จากระดับปัจจุบัน 3 ล้านตัน เป็น 4 ล้านตัน ภายในปี 2569 เพื่อรับมือกับผลผลิตและความต้องการอาหารในประเทศที่คาดการณ์ว่าจะสูงขึ้น รักษาเสถียรภาพราคา และปกป้องรายได้ของเกษตรกร รวมถึงใช้ในโครงการให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมรับมือกับความต้องการสินค้าอาหารอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น ไข่ ปลา ไก่  กล้วย ทั้งนี้ คลังสำรองอาหารของอินโดนีเซียอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาล บริหารจัดการโดย สนง.โลจิสติกส์แห่งรัฐ (Bulog) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา รองรับภาวะฉุกเฉิน และสนับสนุนโครงการทางสังคม

กลุ่ม SAC-M เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศปฏิเสธการเลือกตั้งทั่วไปเมียนมา

สภาที่ปรึกษาพิเศษว่าด้วยเมียนมา (Special Advisory Council for Myanmar – SAC-M) เรียกร้องเมื่อ 29 ธ.ค.68 ให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิเสธการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา เนื่องจากขาดความชอบธรรม  เพราะจัดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามกลางเมือง และวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อ 28 มี.ค.68 นอกจากนี้ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา ยังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ด้านชาวเมียนมาในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ได้ชุมนุมประท้วงต่อต้านการเลือกตั้ง บริเวณด้านหน้า สอท.เมียนมา เมื่อ 28 ธ.ค.68  นอกจากนี้ องค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ได้แสดงจุดยืนร่วมกันว่าการเลือกตั้งของรัฐบาลเมียนมาเป็นเพียงการเลือกตั้งลวง เนื่องจากมีการกีดกันพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม

ประธานาธิบดีทรัมป์หารือกับ นรม.เนทันยาฮู ของอิสราเอล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ต้อนรับ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่เยือนสหรัฐฯ เมื่อ 29 ธ.ค.68 การแถลงข่าวหลังการหารือ ได้แก่ 1) สหรัฐฯ ยืนยันจะทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่าน แต่พร้อมร่วมมือ หากอิหร่านต้องการกลับสู่การเจรจา 2) การขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในกาซาที่จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 เร็ว ๆ นี้ โดยกลุ่มติดอาวุธต้องวางอาวุธก่อนตามข้อตกลงสันติภาพ 3) สหรัฐฯ หวังว่าอิสราเอลจะสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซีเรีย และตุรเคียที่มีส่วนสำคัญในการขับไล่อดีตประธานาธิบดีบัชชาร อัลอะซัด  และ 4) การปลดอาวุธกองกำลังฮิซบุลลอฮ์ ซึ่งรัฐบาลเลบานอนยังขาดขีดความสามารถในการขับเคลื่อนกระบวนการปลดอาวุธ

รมว.กต.จีนหารือกับ รมว.กต.ไทยเพื่อย้ำสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน พบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย ซึ่งนำคณะเดินทางไปยังเมืองยวี่ซี มณฑลยูนนานเมื่อ 28 ธ.ค.68 ตามคำเชิญของฝ่ายจีน โดยย้ำว่า จีนจะพยายามฟื้นฟูสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาต่อไป และยินดีมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนในฐานะเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของไทยและกัมพูชา ไม่ต้องการเห็นทั้งสองประเทศทำสงครามและคาดหวังที่จะเห็นทั้งสองประเทศฟื้นฟูสันติภาพ โดยจีนจะยังสนับสนุนบทบาทของอาเซียน และยินดีให้ความช่วยเหลือแก่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เพื่อติดตามการหยุดยิง ขณะที่ฝ่ายไทยชื่นชมความพยายามแข็งขันของจีน และย้ำว่าการใช้กำลังไม่ใช่ทางเลือกของไทย  พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่ยั่งยืนและแสวงหาสันติภาพที่แท้จริง

ชาวเมียนมาใช้สิทธิการเลือกตั้งทั่วไปอยู่ในระดับต่ำ

การเลือกตั้งทั่วไประยะที่ 1 ของเมียนมา ซึ่งจัดขึ้นในเมื่อ 28 ธ.ค.68 ใน 102 เมืองทั่วประเทศ ดำเนินไปภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเกิดเหตุความรุนแรงและความไม่สงบในหลายพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง อาทิ การโจมตีทางอากาศในเมืองขิ่นอู ภาคสะไกง์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต  ในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เกิดเหตุระเบิดหลายจุดใกล้ที่ทำการพรรคสหสามัคคีและการพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party-USDP) ซึ่งเป็นพรรคที่กองทัพเมียนมาให้การสนับสนุน นำไปสู่การตอบโต้ทางทหาร  ขณะที่ในเขตเมืองสำคัญ เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปียดอ มีการรักษาความปลอดภัยหนาแน่น แต่มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2563 โดยผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและทหาร อีกทั้งยังมีรายงานการกดดันประชาชนให้ไปลงคะแนน

เวียดนามคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 9 ในปี 2569

สนข.Vietnam Investment Review รายงานเมื่อ 29 ธ.ค.68 ว่า เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตที่ร้อยละ 9 ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่รัฐบาลเวียดนามต้องการผลักดันให้เติบโตมากกว่าร้อยละ 10 โดยภาคการส่งออกสินค้าจะยังขยายตัวอย่างเข้มแข็ง แม้เผชิญความท้าทายจากมาตรการแข็งกร้าวทางภาษีจากต่างประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการจัดหาเงินลงทุนเพื่อสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ เพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการทำงานของภาครัฐส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นอย่างยืดหยุ่น รวมถึงการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน

ไทยขาดดุลการค้าเพิ่ม มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

Bloomberg รายงานกรณีไทยขาดดุลการค้าสูงกว่าคาดการณ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยเมื่อ พ.ย. 68 ไทยขาดดุลการค้า 2,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่การส่งออกชะลอตัว ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น คุกคามความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทย เมื่อ พ.ย. 68 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38 จากปี 67 เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทำให้ความต้องการสินค้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น

ซาอุดีอาระเบียคัดค้านกรณีอิสราเอลรับรองเอกราชโซมาลีแลนด์

กต.ซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 26 ธ.ค.68 ยืนยันการสนับสนุนของซาอุดีอาระเบียต่ออธิปไตย ความเป็นเอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของโซมาเลีย โดยคัดค้านการประกาศของอิสราเอลและโซมาลีแลนด์ที่ต่างยอมรับอธิปไตยของกันและกัน เนื่องจากซาอุดีอาระเบียเห็นว่าเป็นการสนับสนุนความเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนฝ่ายเดียวของโซมาลีแลนด์ออกจากโซมาเลีย ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียยังคงย้ำจุดยืนที่ไม่ยอมรับความพยายามใด ๆ ในการจัดตั้งองค์กรคู่ขนานขึ้นมาบ่อนทำลายเอกภาพของโซมาเลีย อีกทั้งยืนยันการสนับสนุนต่อสถาบันที่ชอบด้วยกฎหมายของโซมาเลีย ทั้งนี้ การแสดงท่าทีดังกล่าวของซาอุดีอาระเบียมีขึ้นหลังจาก นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และนาย Gideon Sa’ar รมว.กต.อิสราเอล ร่วมลงนามในปฏิญญารับรองโซมาลีแลนด์ ซึ่งประกาศเอกราชฝ่ายเดียวจากโซมาเลียตั้งแต่ปี 2534 ส่งผลให้อิสราเอลกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่รับรองโซมาลีแลนด์เป็นรัฐเอกราชที่มีอธิปไตย พร้อมทั้งเตรียมสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันภายใต้ข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ต่อไป