ผู้นำสหรัฐฯ อาจพบกับผู้นำรัสเซียใน ก.พ.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า อาจได้พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียภายใน ก.พ.68 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพในยูเครน พร้อมกันนี้ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งกับรัสเซีย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในโอกาสที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ นำโดยนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ พบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายรัสเซียครั้งแรก ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าตนเองมีอำนาจมาพอที่จะยุติสงครามนี้ได้ ตลอดจนย้ำด้วยว่ายูเครนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการหารือเพื่อเจรจายุติสงครามของรัสเซียในยูเครน และเป็นฝ่ายไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจา แม้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อกว่า 3 ปี พร้อมกับตั้งข้อสังเกตในเชิงลบต่อผู้นำยูเครนด้วยว่าตั้งใจทำให้สงครามยืดเยื้อ เพื่อรักษาอำนาจทางการเมือง เพราะยูเครนจะยังไม่มีการเลือกตั้งใหม่ หากยังเผชิญภาวะสงคราม ด้านผู้นำยูเครนยืนยันว่าไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมการเจรจาดังกล่าว และจะไม่ยอมรับผลการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย  

อาเซียนมุ่งแก้ปัญหาการหลอกลวงจ้างงานด้วยการร่วมมือกับองค์กรตำรวจอาเซียน

เว็บไซต์ Malaymail รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 อ้าง Datuk Mohamad Alamin รมช.ต่างประเทศของมาเลเซีย ว่า อาเซียนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงการจ้างงาน (Job scam) มาตั้งแต่ปี 2566 และยังคงส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหานี้ผ่านองค์กรตำรวจอาเซียน (Aseanapol) โดยกรณีการส่งตัวผู้เสียหายชาวต่างชาติจากการหลอกลวงจ้างงาน จำนวน 320 คนจากเมียนมาไปยังไทยผ่านกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism-NRM) เพื่อตรวจสอบตัวตน และส่งกลับประเทศต้นทาง เป็นตัวอย่างความมือของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

การเผชิญหน้าของอากาศยานในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์

สนข.รอยเตอร์ส รายงานอ้างหน่วยยามชายฝั่งฟิลิปปินส์ว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือจีนบินเข้าใกล้เครื่องบินตรวจการณ์ทางการประมงของฟิลิปปินส์ในระยะห่างเพียง 3 เมตร เมื่อ 18 ก.พ.68 ระหว่างปฏิบัติการลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ บริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ ซึ่งฟิลิปปินส์ก็อ้างว่าเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน ขณะที่กองทัพจีนอ้างว่า เป็นการปฏิบัติการขับไล่เครื่องบินของฟิลิปปินส์ออกจากน่านฟ้าเหนือเกาะสการ์โบโรห์ เนื่องจากละเมิดอธิปไตยของจีน และกล่าวหาว่า ฟิลิปปินส์เผยแพร่ข้อมูลเท็จ

มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ส่งเสริมการทำธุรกรรมสกุลเงินท้องถิ่น

สนข.The Nation รายงานเมื่อ 18 ก.พ.68 ว่า ธนาคารกลาง 3 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ประกาศกรอบความร่วมมือการทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency Transaction Framework-LCTF)เพื่อส่งเสริมการทำธุรกรรมข้ามแดนระหว่างกัน รวมทั้งเพิ่มโอกาสแก่นักลงทุนในการทำธุรกรรมข้ามแดนโดยไม่ต้องกังวลด้านอัตราแลกเปลี่ยน และทำให้ธุรกรรมมีความโปรงใสแก่ผู้ใช้งานและธนาคาร กรอบความร่วมมือดังกล่าวดำเนินการโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศเป็นหลัก แต่เปิดรับธนาคารพาณิชย์ที่ผ่านเกณฑ์เช่นกัน

ASE Taiwan เปิดโรงงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปีนัง

สนข.The Malaysian Reserve รายงานเมื่อ 18 ก.พ. 68 ว่า บริษัท ASE จากไต้หวันได้เปิดโรงงานแห่งที่ 5 ในมาเลเซีย โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยเสริมขีดความสามารถด้านบรรจุภัณฑ์และการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี Industry 4.0 มาใช้เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ASE ย้ำว่า เอเชีย ตอ.ต กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การลงทุนบริษัท ASE จากไต้หวันเพิ่มขึ้นในมาเลเซีย ตอกย้ำมาเลเซียเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ระดับภูมิภาค

บริษัทพลังงานแห่งชาติ Petronas ของมาเลเซียพิจารณากู้เงินเพื่อโครงการ LNG

สนข. WorldOil รายงานเมื่อ 18 ก.พ. 68 อ้าง สนข. Bloomberg ว่า บริษัทพลังงานแห่งชาติของมาเลเซีย Petronas (Petroliam Nasional Bhd) กำลังเจรจากับหลายธนาคาร  เพื่อขอสินเชื่อสำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas-LNG) โดยมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะมีระยะเวลากู้ยืมประมาณ 15 ปี เงินทุนดังกล่าวจะใช้ในการสร้างโรงงานแปรรูป LNG ในประเทศ อย่างไรก็ดี บริษัท Petronas ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

มาเลเซียจะใช้การทูตเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อยกระดับความร่วมมือกับนานาชาติ

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า การประชุมสภาการลงทุนแห่งชาติมาเลเซีย (MPN) ซึ่งมี ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นรม.มาเลเซีย เป็นประธาน ได้มีมติให้บรรจุการใช้การทูตเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor diplomacy) ไว้ในยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ (NSS) เพื่อยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั้งในระดับโลกและในอาเซียน โดยมอบหมายให้กระทรวงการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่างๆ  ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ (NSS) ระยะเวลา 10 ปี มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถานะมาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ดึงดูดมูลค่าการลงทุน 500,000 ล้านริงกิต (3.8 ล้านล้านบาท) ฝึกอบรมวิศวกรด้านเซมิคอนดักเตอร์ 60,000 คน และจัดตั้งบริษัทในประเทศที่สามารถออกแบบวงจรรวมและบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง ให้ได้อย่างน้อย 10 แห่ง

ลาวตรวจสอบสายส่งโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตเข้า-ออกประเทศตามแนวชายแดน

นสพ.Vientiane Times ภาษาลาว รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารลาว พร้อมคณะติดตามและดำเนินมาตรการต่อผู้ละเมิดเชื่อมต่อสายส่งโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตเข้า-ออกประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ อาทิ พื้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 บ้านหาดซายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของสายส่งโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตตามแนวชายแดน รวมถึงป้องกันการลักลอบเชื่อมต่อที่ผิดกฎหมาย เป้าหมายรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และป้องกันกลุ่มอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ใช้ประโยชน์ดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ลาวออกคำสั่งเมื่อ 7 ก.พ.68 ให้เข้มงวดการเชื่อมต่อโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตระหว่างลาวกับประเทศเพื่อนบ้าน

AI กังวลการเปลี่ยนนโยบาย Facebook ที่อาจละเมิดสิทธิมนุษยชน

Amnesty International (AI) แถลงเมื่อ 17 ก.พ.68 กังวลต่อกรณีนายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Meta เปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้ Meta Platforms หรือ Facebook เมื่อ ม.ค.68 โดยยกเลิกข้อกำหนดการใช้ถ้อยคำที่เคยถูกห้ามก่อนหน้านี้ เช่น การดูหมิ่น และการเหยียดเชื้อชาติ รวมถึงยกเลิกระบบกลั่นกรองเนื้อหาอัตโนมัติ  การปรับนโยบายดังกล่าวจะเริ่มใช้เฉพาะในสหรัฐฯ ก่อน แต่ AI ประเมินว่าเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติต่อไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเผยแพร่เนื้อหาที่ปลุกปั่นความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น เหตุรุนแรงต่อโรฮีนจาในเมียนมาเมื่อปี 2560 รายงานของคณะค้นหาข้อเท็จจริงอิสระระหว่างประเทศว่าด้วยเมียนมาของสหประชาชาติ (The Independent International Fact-Finding Mission on Myanmar) เมื่อปี 2561 ระบุว่ามีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการแพร่กระจายข้อมูลที่เป็นอันตรายและมุ่งสร้างความเกลียดชัง

กัมพูชาบังคับให้ลงทะเบียนโดรน

สนข. The Statesman ของอินเดีย รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า รมว.มหาดไทยกัมพูชาประกาศใช้กฎกระทรวงควบคุมการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (Unmanned aerial vehicles-UAV) กำหนดให้โดรนที่สามารถบรรทุกได้ 2 กิโลกรัมขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนที่สถานีตำรวจ อีกทั้งจำกัดให้ผู้ใช้งานต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป อนุญาตให้ทำการขึ้นบินได้ตั้งแต่ 6.00น.-18.00น.เท่านั้น ห้ามบินเป็นกลุ่มมากกว่า 5 ลำ และต้องอยู่ห่างจากพื้นที่ชุมชนและทางทหารอย่างน้อย 3 กิโลเมตร มาตรการดังกล่าว มีขึ้นหลังจากสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและประธานพรรคประชาชนกัมพูชา เผยแพร่คลิปเสียงแผนของกลุ่มเห็นต่าง จะใช้โดรนบรรทุกน้ำมันโจมตีบ้าน ณ เมืองตาเขมา