มาเลเซียไม่ตอบโต้ภาษีสหรัฐฯ เดินหน้าหาทางออกผ่านเจรจาและขยายตลาดการค้า

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย (MITI) ยืนยันเมื่อ 3 เม.ย. 68 ว่า จะไม่ดำเนินมาตรการทางภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากมาเลเซียร้อยละ 24 เพื่อตอบโต้ที่มาเลเซียกำหนดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 47 โดยมีแนวทางเชิงรุกเ ได้แก่ 1) เจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกร่วม 2) ผลักดันกรอบข้อตกลงการค้าและการลงทุนกับสหรัฐฯ รวมถึงการจัดทำข้อตกลงด้านการป้องกันเทคโนโลยี (Technology Safeguards Agreement) กับสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อวกาศ และเศรษฐกิจดิจิทัล 3) ขยายตลาดการค้า เน้นภูมิภาคที่มีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง 4) ส่งเสริมข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีอยู่เดิม และ 5) พิจารณาแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย ทั้งนี้ MITI มั่นใจว่า รากฐานทางเศรษฐกิจของมาเลเซียยังคงแข็งแกร่งและพร้อมเผชิญทุกความท้าทายจากภายนอก ความต้องการบริโภคภายในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

เวียดนามได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์มากกว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สนข.Vietnam Plus รายงานเมื่อ 2 เม.ย.68 อ้างข้อมูลหน่วยความมั่นคงทางไซเบอร์ของบริษัท Viettel ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม (กห.เวียดนาม เป็นเจ้าของ) ว่า เมื่อปี 2567 เวียดนามถูกโจมตีทางไซเบอร์ด้วยแรนซัมแวร์ต่อเครื่อง/ระบบเป้าหมายจำนวนมากพร้อมกัน (Distributed denial of service-DDoS) สร้างความเสียหายมูลค่าประมาณ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลมากกว่า 14.5 ล้านบัญชี (คิดเป็นร้อยละ 12 ของข้อมูลทั่วโลกที่รั่วไหล) โดยภาคการเงินและธนาคารได้รับผลกระทบมากที่สุดร้อยละ 71 ของการโจมตีทั้งหมด รองลงมาเป็นภาคพลังงานและเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งอาชญากรทางไซเบอร์นิยมใช้วิธีสร้างเว็บไซต์และอีเมลแอบอ้างเป็นตราสินค้าที่มีชื่อเสียงเพื่อหลอกลวงข้อมูลและฉ้อโกงเงิน

อาเซียนจัดส่งเครื่องบินทหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างพลจัตวา Azrin Iskandar Zulkaply ผู้แทนกลาโหมอาเซียนประจำศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) ว่า กองกำลังเตรียมความพร้อมอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (ASEAN Militaries Ready Group on Humanitarian Assistance and Disaster Relief-AMRG on HADR) ประกอบด้วย สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ได้จัดส่งเครื่องบินทหารและกำลังพลเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา เพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัย ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ และจัดส่งสิ่งของจำเป็น โดยชุดแรกส่งถึงตั้งแต่ 29 มี.ค.68 ซึ่งเป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วของประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ การช่วยเหลือจะมุ่งเน้นค้นหาผู้รอดชีวิตและส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ เช่น ยา อาหาร และที่พัก ผ่านการกระจายสิ่งของจากคลังสิ่งของเพื่อตอบสนองความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNHRD) ที่เมืองซูบัง มาเลเซีย และคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียนที่ จ.ชัยนาท ไทย ผ่านการประสานงานจาก AHA Centre อีกทั้ง AMRG on…

จีนเสร็จสิ้นการฝึกทหารร่วมรหัส Strait Thunder-2025A เน้นป้องปรามไต้หวัน

กองทัพจีน (PLA) ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินซานตง (Shandong) ปฏิบัติการและฝึกซ้อมในบริเวณทะเลจีนตะวันออก ใกล้ช่องแคบไต้หวัน เพื่อป้องปรามความเคลื่อนไหวที่อาจเป้นภัยคุกคามต่อจีน โดยเมื่อ 2 เมษายน 2568 จีนระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน Shandong และกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพจีน สามารถควบคุมความเคลื่อนไหวของไต้หวันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการนำเข้าพลังงาน เส้นทางการรับความช่วยเหลือด้านการทหารจากต่างประเทศ และเส้นทางหลบหนี เพราะจากการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศจีน รหัส “Strait Thunder-2025A” สะท้อนชัดเจนว่าจีนสามารถโจมตีไต้หวันได้ทั้งเป้าหมายบทบกและบนทะเล ตลอดจนสามารถเคลื่อนกำลังพลไปยังภาคตะวันออกของไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว

อิสราเอลขยายปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา มุ่งสร้าง Security Zones

รัฐบาลอิสราเอลประกาศเมื่อ 2 เม.ย.68 ขยายปฏิบัติการทางการทหารในฉนวนกาซา เป้าหมายเพื่อกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกของกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ พร้อมกับสั่งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากพื้นที่สงคราม อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังไม่เปิดเผยรายละเอียดการปฏิบัติการภาคพื้นดิน นักวิเคราะห์เชื่อว่าอิสราเอลจะใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป็นหลัก นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลยังประกาศว่า กองทัพอิสราเอลจะสร้างพื้นที่ด้านความมั่นคง หรือ Security Zones ในฉนวนกาซา ซึ่งภายหลัง นรม.เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลระบุว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เพื่อประจำการทหารอิสราเอล ชื่อ Morag corridor ทั้งนี้ อิสราเอลเคยยึดครองพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซาชั่วคราว ได้แก่บริเวณเมือง Rafah และ Khan Younis ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุว่า Security Zones อาจครอบคลุมพื้นที่บริเวณพรมแดนอิสราเอล-ฉนวนกาซาทั้งหมด

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ รวมทั้งไทย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 2 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศร้อยละ 10 ตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 และขึ้นภาษีนำเข้าแบบเฉพาะเจาะจงต่อประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ ตั้งแต่ 9 เมษายน 2568 เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยแต่ละประเทศคู่ค้าจะถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าแตกต่างกัน และสินค้าบางรายการจะถูกเก็บภาษีมากกว่าสินค้าอื่น ๆ ด้วย ได้แก่ เหล็กและอะลูมิเนียม ทองแดง ยารักษาโรค อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ แร่ธาตุบางชนิดและพลังงาน มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะสร้างยุคทอง (Golden Age)  และปลดปล่อย (Liberation Day) ชาวอเมริกันจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม และทำให้สหรัฐฯ ไม่เสียเปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศอีกต่อไป

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร จนท.ระดับสูงของจีนและฮ่องกง

กต.สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานตามรัฐบัญญัติ Hong Kong Policy Act ประเมินสถานการณ์การเมืองในฮ่องกง ห้วง ม.ค.-ธ.ค.67 พร้อมกับขึ้นบัญชีคว่ำบาตร จนท.ระดับสูงของจีนและฮ่องกง จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย 1) นาย Sonny Au Chi Kwong เลขาธิการใหญ่ประจำคณะกรรมาธิการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 2) นาย Dong Jingwei ผอ.สำนักงานปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลกลางประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 3)นาย Dick Wong Chung Chun ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฮ่องกง ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ 4) นาง Margaret Chiu Wing Lan ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฮ่องกง ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ 5) นาย Raymond Siu Chak Yee ผบ.ตร.ฮ่องกง และ 6) นาย Paul…

รัสเซียเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับโครงการแร่หายากกับสหรัฐฯ

นายคิริลล์ ดมิทรีเยฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีและหัวหน้ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย (RDIF) ให้สัมภาษณ์ นสพ. Izvestia ของรัสเซีย เมื่อ 31 มี.ค.68 ยืนยันว่า รัสเซียและสหรัฐฯ ได้เริ่มกระบวนการเจรจาเกี่ยวกับโครงการแร่หายาก รวมถึงความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ สนใจจะร่วมลงทุนด้วย ส่วนประเทศตะวันตกอื่น ๆ อาจต้องพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เพื่อเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมลงทุน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เสนอเมื่อ 24 ก.พ.68 ให้สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ร่วมลงทุนในโครงการเหมืองแร่หายากในรัสเซีย รวมถึงในดินแดนของยูเครนที่รัสเซียยึดครอง ขณะที่ยูเครนและสหรัฐฯ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงแร่หายากฉบับปรับปรุงใหม่ที่สหรัฐฯ เสนอเมื่อ 27 มี.ค.68 เนื่องจากยังมีรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกับร่างข้อตกลงฉบับก่อนหน้านี้

สหรัฐฯ จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมและเร่งรัดการลงทุนในภาคธุรกิจ

คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 31 มี.ค. 68 ระบุการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมและเร่งรัดการลงทุนในภาคธุรกิจของสหรัฐฯ (United States Investment Accelerator) สังกัด พณ. สหรัฐฯ เพื่อเร่งเสริมสร้างศักยภาพให้บริษัทในการลงทุนขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ด้วยวงเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,000 ล้านบาท  ด้วยการ (1) ลดภาระด้านกฎระเบียบ (2) เร่งรัดกระบวนการอนุญาตให้กับบริษัท (3) ประสานกับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาของนักลงทุน (4) เพิ่มการเข้าถึงทรัพยากรของชาติให้กับภาคเอกชน (5) อำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกับห้องปฏิบัติการของประเทศ และ (6) ทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นทั้ง 50 รัฐพร้อมกับองค์กรพัฒนาเศรษฐกิจระดับรัฐ ตามอำนาจทางกฎหมาย ทั้งนี้ สำนักงานดังกล่าวจะทำหน้าที่กำกับดูแลภายใต้ข้อกำหนดของรัฐบัญญัติ “Chips and Science Act หรือ CHIPS Act” เพื่อจะสร้างผลประโยชน์แก่ผู้เสียภาษีทุกคนในสหรัฐฯ ที่ดีกว่าสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ เคยแสดงความเห็นว่าควรยกเลิกรัฐบัญญัติ CHIPS Act

แนวโน้มความต้องการน้ำมันดิบโลกปี 2568 ลดลง

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 31 มี.ค. 68 คาดว่าความต้องการน้ำมันดิบของโลกในปี 2568 ลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและอุปสงค์น้ำมันในอินเดียต่ำกว่าที่คาด ประกอบกับนโยบายเก็บภาษีเพิ่มของประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงส่งผลให้ความต้องการน้ำมันทั่วโลกลดลง อย่างไรก็ดี กลุ่ม OPEC+ คาดว่าจะคงแผนการขยายกำลังการผลิตน้ำมันดิบต่อเนื่องใน เม.ย. และ พ.ค. 68 ตามเดิม แต่จะไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากเกินไป เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันตกต่ำ ทั้งนี้ ผลสำรวจนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งจัดทำโดย Reuters ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอนห้วง มี.ค. 68 จะอยู่ที่ 72.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากการประมาณการเมื่อ ก.พ. 68 ที่ 74.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก จะอยู่ที่ 69.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากการประมาณการเมื่อ ก.พ. 68 ที่ 70.66…