UN เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมหาแนวทางหยุดยิงในฉนวนกาซา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) แถลงเมื่อ 1 มี.ค.68 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมแสวงหาแนวทางหยุดยิงในฉนวนกาซาในขั้นต่อไป หลังจากข้อตกลงหยุดยิง 6 สัปดาห์ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสสิ้นสุดลงเมื่อ 1 มี.ค.68  เลขาธิการ UN ระบุด้วยว่าการหยุดยิงถาวรและการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดเป็นการป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดเพิ่มขึ้น และผลกระทบต่อชีวิตของพลเรือน รวมถึงเรียกร้องให้มีการจัดสรรเงินทุนและส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเพียงพอในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทั้งนี้ เลขาธิการ UN มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสันนิบาตอาหรับ (Arab League) ที่อียิปต์ ใน 4 มี.ค.68 เพื่อหารือเกี่ยวกับการฟื้นฟูฉนวนกาซา

ผู้นำยูเครนยืนยันจะไม่ลาออกหลังเหตุการณ์ประชุมตึงเครียดกับผู้นำสหรัฐฯ

สนข.Kyivpost รายงานเมื่อ 28 ก.พ.68 ว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แสดงความคิดเห็นผ่านช่อง Fox News ของสหรัฐฯ หลังการพบหารือที่ตึงเครียดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 28 ก.พ.68 โดยประธานาธิบดีเซเลนสกียืนยันจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง การตัดสินใจประเด็นนี้ต้องมาจากประชาชนยูเครนเท่านั้น อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีเซเลนสกี ยอมรับว่าผิดหวังกับการพบหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ที่ไม่ดีนัก แต่ยูเครนจะยินดีลงนามข้อตกลงแร่หายากกับสหรัฐฯ ต่อเมื่อสหรัฐฯ ให้หลักประกันความมั่นคงกับยูเครน โดยแม้ว่าการสนับสนุนของสหรัฐฯต่อยูเครนจะสำคัญอย่างยิ่ง แต่การรักษาคุณค่าของประเทศ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน และยูเครนไม่อาจเพิกเฉยต่อการรุกรานจากรัสเซีย

เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ จะหารือยกเว้นภาษีและความร่วมมือทางการค้า

นสพ.โคเรียเฮรัลด์ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 28 ก.พ.68 ว่า การหารือระหว่างนายอัน ด็อก-กึน รมว.การค้า อุตสาหกรรม และพลังงานกับนายฮาวเวิร์ด ลุตนิก รมว.พณ.สหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 27 ก.พ.68 เกาหลีใต้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็ก อลูมิเนียม และรถยนต์ที่ร้อยละ 25 รวมถึงภาษีศุลกากรตอบโต้ ต่อเกาหลีใต้ และได้หารือถึงการขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมต่อเรือ และแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบแนวทางจัดตั้งช่องทางการหารือประเด็นการยกเว้นภาษีและความร่วมมือทางการค้าระดับ จนท.ปฏิบัติ ทั้งนี้ เกาหลีใต้พยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ ในฐานะหุ้นส่วนอุตสาหกรรมระยะยาวในการประชุมระดับรัฐมนตรีระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่ง เมื่อ ม.ค.68

การหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำยูเครนไม่ราบรื่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พบหารือกับประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 28 ก.พ.68 บรรยากาศไม่ราบรื่น โดยประธานาธิบดีทรัมป์และรองประธานาธิบดี JD Vance ของสหรัฐฯ ไม่พอใจท่าทีของผู้นำยูเครนที่ระบุว่าไม่ไว้วางใจผู้นำรัสเซีย จุดเริ่มต้นของบรรยากาศตึงเครียดเกิดขึ้นหลังจากรองประธานาธิบดี Vance กล่าวถึงการใช้การทูตแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทำให้ผู้นำยูเครนต้องชี้แจงที่มาของความขัดแย้งครั้งนี้ โดยระบุว่าหลายปีก่อนจะมีสงคราม รัสเซียได้พยายามผนวกดินแดนของยูเครนตั้งแต่ปี 2557 โดยที่ไม่มีประเทศใดคัดค้าน และแม้ว่ายูเครนจะลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิงกับรัสเซียแล้ว แต่รัสเซียก็ยังปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครนอีก จึงไม่เห็นด้วยว่า “การทูต” จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ จากนั้นเกิดการโต้เถียงระหว่างผู้นำยูเครนกับรองประธานาธิบดี Vance ที่ยกปัญหากำลังพลของยูเครนมากดดันให้ผู้นำยูเครนยอมรับว่าต้องพึ่งพาสหรัฐฯ

รัสเซียอาจอนุญาตให้บริษัทเมตากลับมาให้บริการในรัสเซีย

สนข. Tass รายงานเมื่อ 27 ก.พ. 68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า บริษัทเมตา ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ เฟสบุ๊ก อินสตราแกรม รวมถึงบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ อื่น ๆ ต้องยินยอมปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของรัสเซีย จึงจะกลับมาให้บริการในรัสเซียได้ แม้ว่ารัสเซียจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ  ทั้งนี้ บริษัทเมตาถูกห้ามดำเนินงานในรัสเซีย เนื่องจากศาลรัสเซียพิพากษาเมื่อ 21 มี.ค.65 ว่า สื่อสังคมออนไลน์ของเมตา เป็นพื้นที่เผยแพร่ความเชื่อสุดโต่ง และเป็นภัยต่อความมั่นคง รวมถึงแพลตฟอร์ม ยูทูป ที่แม้จะไม่มีคำสั่งห้ามใช้งานอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลรัสเซียได้จำกัดการเข้าถึงยูทูปในรัสเซีย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับ นรม.สหราชอาณาจักรเกี่ยวกับยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พบหารือกับนายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักรซึ่งเยือนสหรัฐฯ เมื่อ 27 ก.พ.68 เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในยูเครน ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงด้านแร่หายากระหว่างสหรัฐฯ – ยูเครน เป็นการรับประกันความปลอดภัยที่ยูเครนต้องการ และเลี่ยงข้อเรียกร้องของ นรม.สหราชอาณาจักรที่ย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต่อสันติภาพในยูเครน และต้องการให้สหรัฐฯ ยังคงการสนับสนุนทางการทหารให้กับยูเครน  ผู้นำสหรัฐฯ ยังเชื่อมั่นต่อรัสเซียที่จะไม่รุกรานยูเครน หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ขณะที่ นรม.สหราชอาณาจักรกังวลว่า การบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างรีบเร่ง อาจส่งผลให้ยุโรปเผชิญปัญหาด้านความมั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบรับการเยือนสหราชอาณาจักร

IDF เผยแพร่ผลสอบสวนความผิดพลาดที่นำไปสู่การโจมตีของฮะมาส

กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) เผยแพร่รายงานเมื่อ 27 ก.พ.68 เกี่ยวกับผลการสอบสวนความผิดพลาดที่นำไปสู่การก่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮะมาสต่ออิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 อย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรก โดยมีสาระสำคัญว่า IDF ยอมรับว่าล้มเหลวในการแจ้งเตือนเหตุโจมตีจากกลุ่มฮะมาส รวมถึงไม่สามารถรับมือและปกป้องพลเรือนอิสราเอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากให้ความสำคัญกับอิหร่านและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนว่าเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่สำคัญลำดับแรก ขณะที่กลุ่มฮะมาสเป็นภัยคุกคามที่สำคัญรองลงมา  จึงประเมินศักยภาพและเจตนารมณ์ของกลุ่มฮะมาสผิดพลาดและต่ำเกินไป โดยเชื่อว่ากลุ่มฮะมาสไม่ต้องการทำสงครามขนาดใหญ่กับอิสราเอล และแผนโจมตีของกลุ่มฮะมาสไม่สมเหตุสมผลและไม่น่าจะปฏิบัติได้จริง

นรม.กัมพูชาผลักดันการท่องเที่ยวในแนวคิด “One Tourist, One Scarf”

สนข. Fresh News รายงานเมื่อ 27 ก.พ.68 อ้างถ้อยแถลงของสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา ระหว่างพิธีเปิดการประชุมประจำปี 2567 ของกระทรวงการท่องเที่ยวว่า ต้องการพัฒนาแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ส่งเสริมผลิตชุมชนภายใต้แนวคิด One Tourist, One Scarf หรือ 1 นักท่องเที่ยว 1 ผ้ากรอมา (Krama) เพื่อส่งเสริมการผลิตผ้ากรอมา หรือผ้าพันคอทอมือแบบดั้งเดิม  นรม.ยังแนะนำให้จัดตั้งกลไกตัวกลางเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้าที่ระลึกในท้องถิ่นกับตลาดและนักท่องเที่ยว เพื่อหวังให้ร้านขายของที่ระลึกและตลาดกลางคืนมีผลิตภัณฑ์กัมพูชาที่มีคุณภาพสูง น่าดึงดูดใจ และราคาหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมผู้ผลิตเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ สื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งนี้ นรม.กัมพูชา ผลักดันและสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ปี 2569-2578 ของกระทรวงการท่องเที่ยว

สอท.สหรัฐฯ /กรุงเทพ เตือนพลเมืองสหรัฐฯ ในไทยเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

สอท.สหรัฐฯ ประจำกรุงเทพ ประกาศผ่านทางเว็บไซต์เมื่อ 28 ก.พ.68 เตือนพลเมืองสหรัฐฯ ในไทย เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่ เพราะมีความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุรุนแรง จากกรณีที่ไทยส่งตัวผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ 45 คนกลับไปจีนเมื่อ 27 ก.พ.68 เนื่องจากเมื่อปี 2558 ไทยเคยส่งชาวอุยกูร์ให้จีน และเกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่ศาลพระพรหมเอราวัณในกรุงเทพ ซึ่งมีผู้เสีย 20 รายและบาดเจ็บอีก 125 ราย เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน

อินโดนีเซียรับกลับเหยื่อคอลเซนเตอร์ จากเมียนมาผ่านทาง จ.ตาก

กต.อินโดนีเซียแถลงเมื่อ 28 ก.พ.68 ว่า พลเมืองอินโดนีเซียที่เป็นเหยื่อขบวนการคอลเซนเตอร์จากเมียนมาจำนวน 84 ราย (ชาย 69 รายและสตรี 15 ราย ซึ่งมีสตรีมีครรภ์รวมอยู่ด้วย 3 ราย) ได้รับความช่วยเหลือจากเมียนมาเดินทางมาถึง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 27 ก.พ.68 โดย จนท. กต.อินโดนีเซีย สอท.อินโดนีเซีย/ย่างกุ้ง และ สอท.อินโดนีเซีย/กรุงเทพฯ ลงพื้นที่รอรับตั้งแต่ 23 ก.พ.68 ชาวอินโดนีเซียดังกล่าว ผ่านขั้นตอนตรวจสุขภาพ กระบวนการ ตม. และกลไกการส่งต่อระดับชาติ จากนั้นเดินทางต่อไปกรุงเทพฯ โดยมีกำหนดเดินทางกลับประเทศในช่วงค่ำของ 28 ก.พ.68 ซึ่งหลังจากเดินทางกลับ จะต้องผ่านการกระบวนการประเมิน รวมทั้งการฟื้นฟูเยียวยาก่อนการส่งกลับภูมิลำเนาต่อไป