กาตาร์ยืนยันมีการคุยทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส

ดร.มาญิด อัลอันศอรี ทปษ.นรม. และโฆษก กต.กาตาร์ แถลงยืนยันเมื่อ 7 ม.ค.68 ว่า กาตาร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินกระบวนการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาและแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ขณะเดียวกันก็เปิดเผยว่า กระบวนการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยในระดับเทคนิค ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ทั้งในกรุงโดฮา กาตาร์ และกรุงไคโร อียิปต์ อย่างไรก็ดี โฆษก กต.กาตาร์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดของการพูดคุย อีกทั้งไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้เมื่อใด ทั้งนี้ เมื่อ 6 ม.ค.68 นาย David Barnea ผอ.หน่วยข่าวกรองอิสราเอล (Mossad) และนาย Brett McGurk ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้าน ตอ.กลาง เยือนกรุงโดฮา เพื่อเข้าร่วมการพูดคุยดังกล่าวที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ 3 ม.ค.68  ขณะที่ สนข.ต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสมาชิกกลุ่มฮะมาสว่า กลุ่มฮะมาสเห็นชอบต่อรายชื่อตัวประกันจำนวน 34 คน ที่จะได้รับการปล่อยตัวในห้วงการหยุดยิงระยะแรก หากอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันได้

นรม.กัมพูชาประกาศให้ 24 กันยายน เป็นวันรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ

นสพ. Khmer Times ฉบับ 9 ม.ค.68 รายงานว่า สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา ประกาศเมื่อ 8 ม.ค.68 ให้ 24 กันยายนของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญกัมพูชา เพื่อรำลึกถึงการนำรัฐธรรมนูญกลับมาใช้อีกครั้งเมื่อปี 2536 ภายหลังเกิดสงครามกลางเมืองภายในประเทศเป็นเวลามากกว่า 20 ปี  นรม.กัมพูชาย้ำว่า รัฐธรรมนูญกัมพูชาเสริมสร้างอำนาจอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมกับส่งเสริมการพัฒนาและการเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

จีนมีปริมาณแร่ลิเทียมสำรองมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 8 ม.ค.68 ว่า กรมสำรวจธรณีวิทยาจีนระบุว่า ปริมาณแร่ลิเทียมสำรองของจีนเพิ่มจากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 16.5 ของปริมาณแร่ลิเทียมทั้งหมดทั่วโลก ส่งผลให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีปริมาณแร่ลิเทียมสำรองมากที่สุดเป็นลำดับ 2 ของโลก จากลำดับ 6 นอกจากนี้ จีนยังค้นพบแหล่งสายแร่ลิเทียมประเภทสปอดูมีน (Spodumene) ความยาว 2,800 กม.ทางตะวันตกของจีน รวมถึงแร่ลิเทียมที่พบในทะเลสาบบนที่ราบสูงชิงไห่-ซีจ้าง (ทิเบต) ซึ่งเป็นแหล่งแร่ลิเทียมในทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก อีกทั้งนักวิจัยจีนยังสามารถสกัดลิเทียมจากแร่เลปิโดไลต์ (Lepidolite) ซึ่งมีปริมาณลิเทียมสูง

มาเลเซียตั้งภาษีนำเข้าพลาสติก PET จากจีนและอินโดนีเซียเพื่อป้องกันการทุ่มตลาดที่ไม่เป็นธรรม

กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 7 ม.ค.68 ว่า มาเลเซียจะบังคับใช้อัตราภาษีเพื่อป้องกันการทุ่มตลาด เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 7 ม.ค.-6 พ.ค.68 ที่ร้อยละ 6.33-37.44 สำหรับพลาสติกประเภท Polyethylene Terephthalate (PET) ที่นำเข้าจากจีนและอินโดนีเซีย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ไม่เป็นธรรม หลังพบว่าพลาสติก PET ที่นำเข้าจากจีนและอินโดนีเซีย ตั้งราคาจำหน่ายต่ำกว่าราคาตลาดในประเทศมาก

ออสเตรเลียเตือนประชาชนระวังการติดเชื้อโรคหัดที่ระบาดในเวียดนามและไทย

สนข.ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 8 ม.ค.68 ว่า สาธารณสุขรัฐวิกทอเรียของออสเตรเลีย ประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังการระบาดของโรคหัด หลังพบผู้ป่วย รวม 3 ราย ในรัฐวิกทอเรีย ตั้งแต่ 27 ธ.ค.67 โดยทั้งหมดมีประวัติเดินทางไปประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ก่อนหน้านี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐควีนสแลนด์ได้ประกาศแจ้งเตือนการระบาดเช่นเดียวกันตั้งแต่เมื่อ 24 ธ.ค.67 ออสเตรเลียยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคหัดที่เพิ่มมากขึ้นในเวียดนามและไทย โดยในเวียดนามพบผู้ป่วยมากขึ้น 130 เท่า ในปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่ในไทยมีรายงานผู้ป่วย 7,507 คน เพิ่มขึ้นจาก 38 คน เมื่อปี 2566 พร้อมกันนี้ ออสเตรเลียแนะนำประชาชนให้เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน ให้ครบจำนวน 2 โดส โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รัฐสภาสหรัฐฯ รับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2567 อย่างเป็นทางการ

รัฐสภาสหรัฐฯ นำโดยนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีและประธานวุฒิสภาสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 6 ม.ค.68 รับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 5 พ.ย.67 โดยว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะด้วยคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง 312 ต่อ 226 เสียง การรับรองผลการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ต่างจากเมื่อ 6 ม.ค.64 ที่กลุ่มผู้สนับสนุนว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประมาณ 2,000 คน บุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อขัดขวางการรับรองผลการเลือกตั้งปี 2563 ที่ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนได้รับชัยชนะ ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งแต่ห้วง 6 ม.ค.68 จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใน 20 ม.ค.68

ผู้นำยุโรปวิจารณ์นายอีลอน มัสก์

  ผู้นำและ รมว.หลายประเทศในยุโรป อาทิ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร และนายโอลาฟ ชอลซ์ นรม.เยอรมนี วิจารณ์นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.เทสลา อย่างรุนแรง เกี่ยวกับการพยายามแทรกแซงทางการเมืองในยุโรปอย่างชัดเจน เฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาจัดในยุโรป โดยในห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา นายมัสก์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า นายสตาร์เมอร์ ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง นรม.รวมถึงมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่กระทำโดยชายชาวปากีสถาน อีกทั้งยังแสดงท่าทีสนับสนุนพรรคขวาจัดอย่างพรรค AfD ของเยอรมนี และเรียกร้องให้รัฐสภายุโรปมีอำนาจมากขึ้น พร้อมโจมตีว่าคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission-EC) เป็นองค์กรที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

วาทกรรมของนายทรัมป์ก่อนรับตำแหน่งในปี 2568 : ยึดแคนาดา คลองปานามา และเกาะกรีนแลนด์

ก่อนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 20 มกราคม 2568 วาทกรรมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ร้อนแรงทีเดียวในห้วงส่งท้ายปี 2567 โดยประกาศจะยึดแคนาดา ยึดคลองปานามา และยึดเกาะกรีนแลนด์ แต่วาทกรรมของนายทรัมป์ ที่เป็นจะเป็นประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่วาทกรรมข่มขู่ และต่อรองเพียงอย่างเดียว แต่มีนัยแอบแฝงในเชิงยุทธศาสตร์อยู่ด้วย ได้แก่ เมื่อ 18 ธันวาคม 2567 ประกาศจะยึดแคนาดา เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ โดยว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ลงใน Truth Social ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียของตนเองว่า ชาวแคนาดาจำนวนมากต้องการให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ เพราะว่าไม่ต้องการถูกเก็บภาษีสินค้าในราคาสูง และต้องการได้รับการคุ้มครองทางทหาร  ซึ่งได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีกหลายครั้ง แม้กับนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรี แม้การที่แคนาดาจะเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ เป็นไปได้น้อยมาก  แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณจากว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ไปถึงรัฐบาลแคนาดาว่า สหรัฐฯ มีอิทธิพลเหนือกว่า แม้จะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากแคนาดามากเป็นอันดับ 1 และแคนาดายังมีทรัพยากรและแร่ธาตุหายากที่สหรัฐฯ ต้องการเป็นจำนวนมากที่นำไปใช้ในภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งระยะหลังจีนห้ามไม่ให้มีการส่งออกไปสหรัฐฯ เมื่อ…

งบประมาณด้านกลาโหมของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์ asiapacificdefencereporter.com เมื่อ 5 ม.ค.68 อ้างรายงานของ GlobalData ที่ระบุว่า ระหว่างปี 2563-2567 สิงคโปร์ได้จัดสรรงบประมาณด้านกลาโหม จำนวน 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 3.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพื่อใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงศักยภาพของกองทัพให้ทันสมัย เฉพาะอย่างยิ่งการจัดซื้ออาวุธและเทคโนโลยีที่สำคัญ อาทิ เครื่องบินรบ F-35A/B เพื่อทดแทนฝูงบิน F-16 เรือดำน้ำชั้น Invincible (Type 218SG)  ยานเกราะต่อสู้รุ่น Hunter เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพบก และเรือรบ Multi-Role Combat Vessels (MRCVs) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางทะเล   รายงานดังกล่าวยังคาดการณ์ว่าภายในปี 2572  งบประมาณด้านกลาโหมของสิงคโปร์จะเพิ่มขึ้นสูงอีก ประมาณ 19,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสิงคโปร์ในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธตกลงในทะเลตะวันออก

คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS)  ตรวจพบการยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 1,100 กิโลเมตร จากบริเวณใกล้กรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ เมื่อ 6 ม.ค.68 เวลาประมาณ 12.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 10.00 น. ตามเวลาไทย) ไปตกลงในทะเลตะวันออก  ซึ่งเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งแรกของเกาหลีเหนือในปี 2568   เกาหลีใต้ได้เพิ่มการเฝ้าระวังและการป้องกัน กรณ๊หากมีการยิงเกิดขึ้นอีก พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับขีปนาวุธของเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด อนึ่ง นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.กต. สหรัฐฯ กำลังเยือนกรุงโซลของเกาหลีใต้ในห้วงนี้ เพื่อหารือกับ รมว.กต.เกาหลีใต้ เกี่ยวกับความพยายามในการยับยั้งภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ และยังเกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองในเกาหลีใต้ หลังจากประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ประกาศกฎอัยการศึกระยะสั้น เมื่อ ธ.ค.67