สหรัฐฯ จะยุติการรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานจากประเทศโลกที่สาม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อ 28 พ.ย.68 ผ่าน Truth Social และ X ว่าสหรัฐฯ จะยุติการรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานจาก “ประเทศโลกที่สาม” อย่างถาวร เพื่อทบทวนและปฏิรูปการบริหารจัดการนโยบายการรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานของสหรัฐฯ  พร้อมจะยกเลิกการรับผู้อพยพหลายล้านคนในสมัยประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน และเนรเทศผู้อพยพหรือโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่สามารถสร้างประโยชน์ต่อสหรัฐฯ หรือไม่รักความเป็นอเมริกัน กับทั้งจะยกเลิกสวัสดิการและเงินสนับสนุนจากภาครัฐทั้งหมดของผู้ที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน ยกเลิกการให้สถานะสัญชาติอเมริกันกับผู้ได้รับการแปลงสัญชาติ (denaturalize migrants) และผู้บ่อนทำลายความสงบสุขในบ้านเมือง รวมทั้งจะขับไล่ชาวต่างชาติที่เป็นภาระและสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐบาลก  ผู้ที่เป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยสาธารณะ หรือผู้ที่มีค่านิยม “ไม่สอดคล้องกับอารยธรรมโลกตะวันตก

เวเนซุเอลาเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของเวเนซุเอลา

กต.เวเนซุเอลา ออกแถลงการณ์เมื่อ 29 พ.ย.68 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า น่านฟ้าเหนือและรอบ เวเนซุเอลาเป็นน่านฟ้าปิด แถลงการณ์มีเนื้อหาเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของเวเนซุเอลาซึ่งได้รับการคุ้มครองภายใต้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization -ICAO) และเวเนซุเอลาจะไม่ยอมรับคำสั่ง คำขู่ หรือการแทรกแซงจากต่างประเทศและองค์กรใด ๆ ต่อพื้นที่น่านฟ้าแห่งชาติของประเทศ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ สหประชาชาติ และองค์กรพหุภาคีที่เกี่ยวข้อง อย่านิ่งเฉยต่อการดำเนินกิจกรรมทางทหารของสหรัฐฯ ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในทะเลแคริบเบียนและพื้นที่ตอนเหนือของอเมริกาใต้ ทั้งนี้  เวเนซุเอลายืนยันว่า ท่าอากาศยานนานาชาติ Simón Bolívar ในเมือง Maiquetía  ยังคงให้บริการเที่ยวบินตามปกติ แม้สหรัฐฯ ขู่จะปิดน่านฟ้าเวเนซุเอลา

เหยื่อค้ามนุษย์ชาวฟิลิปปินส์ถูกล่อลวงด้วยข้อเสนองานในไทย

GMA News ของฟิลิปปินส์ รายงานกรณี สตม.ฟิลิปปินส์ (BI) เปิดเผยว่า ชาวฟิลิปปินส์ 7 คน ที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ในเมียนมาได้เดินทางจากไทยกลับประเทศอย่างปลอดภัยแล้ว โดยเหยื่อส่วนหนึ่งเล่าว่า ได้รับการชักชวนผ่านประกาศรับสมัครงานในกลุ่มเฟซบุ๊ก เสนอให้ทำงานในไทย เงินเดือนประมาณ 30,000 บาท โดยติดต่อกับผู้ประสานงานชาวฟิลิปปินส์ผ่านเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ และเทเลแกรม จากนั้นถูกสั่งให้เดินทางโดยเรือไปยังมาเลเซีย ถูกพาไป อ.แม่สอด และไปยังเมียนมา โดยถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ และถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ออกมาและขอความช่วยเหลือ

ตำรวจรัฐปีนังทลายขบวนการคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่นและจีน

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 28 พ.ย.68 ว่า กรมตำรวจรัฐปีนัง มาเลเซีย เปิดปฏิบัติการกวาดล้างฐานปฏิบัติการกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ในรัฐปีนัง และจับกุมผู้กระทำผิด 18 ราย เป็นชาวญี่ปุ่น 14 ราย และชาวจีน 4 ราย อายุระหว่าง 25-51 ปี ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำงานให้กับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้ 3 เดือน ได้รับค่าจ้าง 5,000-8,000 ริงกิต/เดือน (ประมาณ 39,000-62,000 บาท) จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ขบวนการฯ เลือกชาวญี่ปุ่นที่พำนักในญี่ปุ่นผ่านแอปพลิเคชัน Telegram โดยหลอกว่าเป็น จนท.ตำรวจญี่ปุ่น และให้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน Go

สหรัฐฯ ทบทวนสถานะผู้ลี้ภัยจาก 19 ประเทศ

สนข.CNN รายงานเมื่อ 28 พ.ย.68 ว่า สหรัฐฯ เตรียมทบทวนการพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัยที่ได้รับวีซ่าผู้พำนักถาวร (green card) ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จาก 19 ประเทศ ที่น่าห่วงกังวล อาทิ เมียนมา ลาว อัฟกานิสถาน คองโก เอริเทรีย เฮติ อิหร่าน ลิเบีย และเวเนซุเอลา หลังเกิดเหตุกรณีนาย Rahmanullah Lakanwal ชาวอัฟกันที่อพยพมาสหรัฐฯ ผ่านโครงการ Operation Allies Welcome ของประธานาธิบดีไบเดน และเคยทำงานให้กับหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ในอัฟกานิสถาน ก่อเหตุยิงกองกำลังป้องกันชาติสหรัฐฯ 2 นาย ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 27 พ.ย.68 ทำให้สหรัฐฯ ประกาศระงับคำขอเข้าเมืองทั้งหมดของชาวอัฟกัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะดำเนินทุกมาตรการเพื่อกำจัดผู้อพยพที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงออกจากประเทศ

รัสเซียกล่าวหาสหรัฐฯ กรณีหาทหารรับจ้างในฟิลิปปินส์เข้าร่วมกองทัพยูเครน

สนข.Tass รายงานเมื่อ 27 พ.ย.68 อ้างโฆษก กต.รัสเซียว่าบริษัท RMS International ของสหรัฐฯ ซึ่งมีสำนักงานในฟิลิปปินส์ (สำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐฟลอริดา) เริ่มดำเนินการสรรหาพลเมืองชาวฟิลิปปินส์เข้าร่วมกองทัพยูเครนเพื่อสู้รบกับรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่งอดีต จนท.หน่วยงานด้านความมั่นคงและสำนักงานตำรวจของฟิลิปปินส์ โดยจะได้รับวีซ่าเชงเกนที่ออกโดย สอท.เยอรมนี/กรุงมะนิลา สำหรับเดินทางไปเยอรมนี จากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรป อาทิ โปแลนด์ และส่งต่อไปยูเครน

กัมพูชาย้ำยึดมั่นนโยบายจีนเดียวอย่างแน่วแน่

สนข. AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 26 พ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต.กัมพูชาที่ตอบจุดยืนของกัมพูชาต่อสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่นว่า กัมพูชายึดมั่นในนโยบายจีนเดียว รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ไต้หวันเป็นดินแดนของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ประเด็นไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีน กัมพูชาสนับสนุนการรวมชาติของจีน และคัดค้านการประกาศเอกราชไต้หวัน  อย่างไรก็ดี กัมพูชาสนับสนุนการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความสามัคคีในภูมิภาค โดยยึดหลักเคารพซึ่งกันและกัน และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นภายหลังสื่อมวลชน

ผู้เลี้ยงสุกรไทยกังวลการนำเข้าเนื้อสุกรราคาถูกจากสหรัฐฯ

Al Jazeera รายงานกรณีผู้ผลิตเนื้อสุกรของไทยกำลังเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงกับเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อสุกรรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก จากข้อตกลงการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยร้อยละ 19 ขณะที่ต้องการให้สินค้าสหรัฐฯ เข้าไทยโดยปลอดภาษี 10,000 รายการ รวมถึงเนื้อสุกร ข้าวโพด ถั่วเหลือง และผลไม้บางชนิด เพื่อลดการขาดดุลการค้า ข้อตกลงดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้เลี้ยงสุกรของไทย เพราะกังวลว่าอาจไม่สามารถอยู่รอดได้หากต้องเผชิญกับเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ที่ราคาถูก

ทหารกองกำลังป้องกันชาติสหรัฐฯ ถูกลอบยิงใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เกิดเหตุลอบยิงทหารกองกำลังป้องกันประเทศ (U.S. National Guard) ของสหรัฐฯ  จนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย ซึ่งกำลังลาดตระเวนบริเวณทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 26 พ.ย.68 แต่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทันที คือ นาย Rahmanullah Lakanwal ชายสัญชาติอัฟกัน อายุ 29 ปี จากรัฐวอชิงตัน เดินทางเข้าสหรัฐฯ เมื่อปี 2564 ผ่านโครงการวีซาพิเศษสำหรับชาวอัฟกันที่เคยให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในห้วงการปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน และเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีโดยรัฐบาลตอลิบัน แต่นาย Lakanwal เป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย เพราะพำนักอยู่ในสหรัฐฯ เกินกำหนดของวีซาดังกล่าว ทั้งนี้ จนท.สืบสวนของ ยธ.สหรัฐฯ ระบุถึงเหตุลอบยิงครั้งนี้ว่า เป็นการซุ่มโจมตีแบบมีเป้าหมาย และอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อขยายผลจับกุมและดำเนินคดีในฐานความผิดก่อการร้าย ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประณามการก่อเหตุดังกล่าว และสั่งประจำการกองกำลังป้องกันชาติสหรัฐฯ เพิ่มเติมในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

เวียดนามเตรียมแผนรับมือกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและภัยธรรมชาติ

นาย Nguyen Ton Quan รองหัวหน้าฝ่ายการจัดการภัยพิบัติชุมชนและสื่อสาร สังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนามระบุว่า ได้เตรียมแผนรับมือกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและภัยธรรมชาติ อาทิ อุทกภัยและดินถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นในปลายปี 2568 และปีต่อไป ที่สำคัญได้แก่ การเพิ่มศักยภาพและเครือข่ายติดตามปริมาณน้ำฝนและการพยากรณ์อากาศ การจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติในระดับท้องถิ่น การโยกย้ายบ้านเรือนประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง การปรับปรุงแนวทางทำเกษตรกรรมให้สอดรับกับสภาพอากาศและพื้นที่ธรรมชาติ การตรวจสอบอ่างและพื้นที่กักเก็บน้ำ การฝึกซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติและพัฒนาระบบการสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน และการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อฟื้นฟูความเสียหาย ทั้งนี้ ตั้งแต่ ม.ค.-26 พ.ย.68 เวียดนามเผชิญกับพายุและดีเปรสชันเขตร้อน 19 ลูก และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ