รัสเซียจะจัดทำแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการผลิตแร่หายากระยะยาว

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อ 4 พ.ย.68 ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน สั่งการรัฐบาลให้จัดทำแผนเกี่ยวกับการผลิตแร่หายากของรัสเซียระยะยาว ภายใน 1 ธ.ค.68 เพื่อให้สอดรับกับผลประโยชน์จากอุปสงค์แร่หายากที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกทั้งแร่หายากจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของรัสเซีย ทั้งนี้ รัสเซียมีแหล่งแร่หายากสำรอง 29 ชนิด ปริมาณรวมกว่า 658 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นหลักประกันอุปทานในประเทศในระยะยาว

 ไทย-กัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน

Reuters รายงานอ้างการเปิดเผยของโฆษก นร. และโฆษก กห. ของไทย ว่าขณะนี้ไทยและกัมพูชาเริ่มถอนอาวุธหนักและปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาทแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดความตึงเครียด หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามข้อตกลงขยายการหยุดยิงที่มาเลเซีย เมื่อ 26 ต.ค. 68 ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งสองฝ่ายยังยกระดับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามชาติ และเร่งดำเนินการปักปันเขตแดนร่วมกันในพื้นที่ที่มีข้อพิพาท แต่ไทยจะไม่ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกควบคุมตัวไว้ หรือเปิดด่านชายแดน จนกว่าจะประเมินแล้วว่ากัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลง

จอร์เจียปล่อยตัวชาวสหราชอาณาจักรลักลอบขนกัญชาจากไทย

สำนักข่าว Reuters BBC และ The Guardian รายงานกรณี น.ส.Bella Culley ชาวสหราชอาณาจักร อายุ 19 ปี ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และถูกจำคุกในจอร์เจียฐานลักลอบขนกัญชาจากไทยเข้าประเทศ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำหลังจากทำข้อตกลงรับสารภาพในข้อหาค้ายาเสพติด โดย น.ส.Culley ถูกจับกุมที่สนามบินทบิลิซี เมื่อ 10 พ.ค. 68 พร้อมกัญชา 14 กิโลกรัมในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งในตอนแรกอ้างว่าถูกทรมานในไทยและถูกบังคับให้ขนยาเสพติด  ศาลจอร์เจียตัดสินโทษจำคุก 5 เดือน 25 วัน และปรับเงิน 137,000 ปอนด์ (ประมาณ 5.89 ล้านบาท)

ไทยทำโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้

Bloomberg รายงานอ้างการเปิดเผยของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รอง นรม./รมว.กค. เกี่ยวกับการจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ มูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท ว่า จะช่วยเหลือลูกหนี้ได้ประมาณ 2 ล้านคน นับเป็นโครงการริเริ่มสำคัญภายใต้การนำของ นรม.อนุทิน ชาญวีรกุลและนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ในระดับสูงที่สุดในเอเชีย ตอ.ต.  จากที่การารระบาดของ COVID-19 ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ไต้หวันมีขีดความสามารถในด้านดิจิทัลลำดับ 10 ของโลก

ไต้หวันมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลระดับโลกอันดับ 10 ของประเทศ อ้างอิงจากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันดิจิทัลโลกของสถาบันพัฒนาการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development-IMD) ปี 2568 ในสวิตเซอร์แลนด์ พิจารณาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความรู้ (ไต้หวันอยู่ในอันดับ 16 สูงขึ้น 3 อันดับ) เทคโนโลยี (อันดับ 11 ลดลง 4 อันดับ) และความพร้อมในอนาคต (อันดับ 3 สูงขึ้น 3 อันดับ) ด้านกระทรวงกิจการดิจิทัลไต้หวันระบุว่า จุดแข็งดังกล่าวเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านไต้หวันไปสู่ความเป็นดิจิทัล ขณะที่ปัจจัยด้านความพร้อมในอนาคตสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจท้องถิ่นและความสำเร็จของรัฐบาลในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน รวมถึงการปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยกระทรวงฯ จะทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไปเพื่อกำหนดข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และออกแนวปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้าน AI และยกระดับนวัตกรรมและนโยบายดิจิทัลของไต้หวันให้โดดเด่นในระดับโลก

มาเลเซียสามารถยกเลิกข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ได้ทุกเมื่อ

สำนักงานอัยการสูงสุด มาเลเซีย เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 3 พ.ย.68 ว่า มาเลเซียมีสิทธิถอนตัวจากข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐฯ (Malaysia-US Agreement on Reciprocal Trade – ART) ได้ทุกเมื่อ ด้วยการส่งหนังสือแจ้งต่อสหรัฐฯ และไม่ต้องรอให้สหรัฐฯ ยินยอม หากการดำเนินการไม่ปกป้องหรือธำรงไว้ ซึ่งอธิปไตยและผลประโยชน์ของมาเลเซียตามบทบัญญัติที่ 7.5 ของข้อตกลงดังกล่าว   ข้อตกลง ART ยังกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายปรึกษาหารือกันก่อนที่จะบังคับใช้มาตรการด้านเศรษฐกิจต่ออีกฝ่าย และในฐานะประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) จะยังยอมรับสิทธิ ภาระผูกพัน และการคุ้มครองภายใต้ข้อตกลง WTO ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ข้อตกลง ART จะมีผลบังคับใช้ภายใน 60 วัน หลังจากวันที่ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ดำเนินกระบวนการภายในประเทศเสร็จสิ้นแล้ว

ญี่ปุ่นเข้มงวดกับชาวต่างชาติมากขึ้น

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น และ รมต.ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายต่อชาวต่างชาติประชุมที่ทำเนียบ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 4 พ.ย.68 เพื่อหารือประเด็นการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ และแนวทางยกระดับมาตรการควบคุมด้านการตรวจคนเข้ามืองและการขอมีถิ่นที่อยู่ในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาชาวต่างชาติที่ไม่มีเอกสารอนุญาตให้พำนักในประเทศอย่างถูกกฎหมาย นรม.ทาคาอิจิสั่งการให้ รมต.ที่เกี่ยวข้องจัดทำร่างนโยบายเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติให้เสร็จสิ้นภายใน ม.ค.69 เนื่องจากชาวญี่ปุ่นกังวลและรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่ชาวต่างชาติฝ่าฝืนและกระทำผิดกฎหมายญี่ปุ่น

ผู้นำประเทศเอเชียกลางจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีคาซิม โจมาร์ท โทคาเยฟ ของคาซัคสถาน พร้อมด้วยผู้นำอุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถานจะเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ใน 6 พ.ย.68 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเอเชียกลาง 5 ประเทศ – สหรัฐฯ (C5+1 summit) ซึ่งเป็นการประชุมครบรอบ 10 ปีการจัดตั้งกรอบ C5+1 ด้วย ประเด็นหลักที่คาซัคสถานซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ถึงร้อยละ 60 ของภูมิภาคเอเชียกลางต้องการผลักดัน คือการส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียกลาง อาทิ Meta และ Tesla ซึ่งปัจจุบันเริ่มลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ และฐานข้อมูล (data center) ในคาซัคสถาน รวมถึงโน้มน้าวสหรัฐฯ ให้ลงทุนโครงการพัฒนาระบบรางและระบบขนส่งที่ทันสมัย ตอลดจนส่งเสริมการบูรณาการระบบศุลกากร เพื่อเป็นช่องทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงแหล่งแร่หายากในเอเชียกลาง และใช้เส้นทางขนส่งเชื่อมโยงภูมิภาคตะวันออกกลางโดยไม่ผ่านอิหร่าน จีน หรือรัสเซีย

ญี่ปุ่นกังวลต่อจีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารในทะเลจีน ตอ.และมหาสมุทรแปซิฟิก

นายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น พบหารือกับ พล.ร.อ. ต่ง จุน รมว.กห.จีน เป็นครั้งแรกเมื่อ 1 พ.ย.68 ที่มาเลเซีย นายโคอิซูมิกังวลกรณีจีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารในทะเลจีน ตอ.และมหาสมุทรแปซิฟิก เฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณใกล้หมู่เกาะเซ็นกากุ จ.โอกินาวะ ทางใต้ของญี่ปุ่น พร้อมแสดงความเห็นว่าความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับจีนเป็นมิติความสัมพันธ์ที่ยากลำบากที่สุด และยังคงมีประเด็นปัญหาระหว่างกัน ทั้งสองฝ่ายต้องหารือและพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ญี่ปุ่น และจีนย้ำถึงความสำคัญของการจัดการพูดคุยระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันของสองประเทศ รวมทั้งการใช้งานสายด่วน (Hotline) เพื่อป้องกันการปะทะโดยมิได้เจตนา

ไต้หวันไม่กังวลว่าสหรัฐฯ จะลดการสนับสนุน

กต.ไต้หวัน ออกแถลงการณ์เมื่อ 2 พ.ย.68 แสดงความเสียใจต่อการขาดความเข้าใจการรายงานของ สนข. CNN เมื่อ 29 ต.ค.68 ที่อ้างว่า ไต้หวันกังวลว่าสหรัฐฯ จะลดการสนับสนุนก่อนการพบหารือระหว่างผู้นำจีนกับสหรัฐฯ สืบเนื่องจาก จนท.สหรัฐฯ เพิกเฉยและไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ตามคำเชิญของนายหลิน เจียหลง รมว.กต.ไต้หวัน โดยระบุว่า นายหลินไม่ใช่เจ้าภาพ แต่เป็นผู้ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ร้าน Le Bernardin  กต.ไต้หวันย้ำด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ยังคงเข้มแข็งและมั่นคง