ประธานาธิบดีจีนจะเข้าร่วมการประชุม SCO และเยือนกลุ่มประเทศในเอเชียกลาง

กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเมื่อ 30 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเข้าร่วมการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ครั้งที่ 24 ที่กรุงอัสตานา คาซัคสถาน ระหว่าง 3-4 ก.ค.67 ซึ่งจีนจะรับตำแหน่งประธานหมุนเวียนของ SCO ครั้งต่อไป จากนั้นจะเยือนคาซัคสถานและทาจิกิสถานอย่างเป็นทางการ โดยนักวิจัยและนักวิเคราะห์อาวุโสของจีนให้ความเห็นว่า ห้วงเวลาการจัดประชุม SCO สอดคล้องกับห้วงที่สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง การปิดล้อมและการเผชิญหน้าเข้มข้นขึ้น เป็นการส่งสัญญาณถึงประเทศตะวันตกให้รับฟังความเห็นที่แตกต่างจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทั้งยังสะท้อนถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศสมาชิก SCO รวมถึงการนำเสนอแนวทางใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายและความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น ส่วนการเยือนคาซัคสถานและทาจิกิสถานเป็นการย้ำถึงการให้ความสำคัญทางการทูตต่อประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งภูมิภาคเอเชียกลางเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญภายใต้ข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งคาดว่าการเยือนของผู้นำจีนครั้งนี้จะมีการลงนามข้อตกลงในโครงการเชื่อมต่อด้านโครงสร้างพื้นฐานระหว่างจีนกับเอเชียกลางมากขึ้น รวมถึงการก่อสร้างเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศทรานส์แคสเปียน (Trans-Caspian International Transport Route-TITR) หรือ Middle Corridor ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะช่วยให้ประหยัดต้นทุนการขนส่งระหว่างจีนกับยุโรปมากที่สุด

ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วยุโรปยกระดับการเฝ้าระวังเหตุโจมตีจากกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว Fox News รายงานเมื่อ 30 มิ.ย.67 ว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วยุโรป ยกระดับการเฝ้าระวังเหตุโจมตีจากกลุ่มก่อการร้าย เป็น “Force Protection Charlie” ที่หมายถึงกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้รับข่าวกรองที่เชื่อถือได้ แจ้งเตือนว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจก่อเหตุโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในยุโรป โดยคาดว่าอาจเกิดเหตุโจมตีในสัปดาห์หน้า ซึ่งฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วยุโรปเพิ่มความเข้มงวดอย่างยิ่งกับมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงและยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และสิ่งอำนวยความสะดวกในยุโรป ทั้งในเยอรมนี อิตาลี โรมาเนีย และบัลแกเรีย

กัมพูชา-ไทยกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีและย้ำจุดยืนไม่ให้ใช้ดินแดนเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอื่น

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน และเยี่ยมคารวะสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และหารือทวิภาคีกับนายซก จินดาซอเพีย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา โดยทั้งสองฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ผ่านมา เฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) หารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ความมั่นคงทางพลังงาน การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน รวมถึงการเปิดสถานกงสุลไทย/เสียมราฐ และสถานกงสุลกัมพูชา/สงขลา ในโอกาสครบรอบการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคีครบ 75 ปีในปี 2568 โอกาสนี้ กัมพูชาขอบคุณรัฐบาลไทยที่ผ่อนผันให้แรงงานกัมพูชาเดินทางข้ามแดนโดยไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อห้วง 1 เม.ย.-15 พ.ค.67 ขอให้ไทยส่งเสริมนักลงทุนเข้าลงทุนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น พร้อมย้ำจุดยืนไม่ให้บุคคลหรือกลุ่มใดใช้ดินแดนแต่ละฝ่ายเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลซึ่งกันและกัน

ไต้หวันยกระดับแจ้งเตือนการเดินทางไปยังจีน ฮ่องกง และมาเก๊า

สำนักข่าว Focus Taiwan รายงานเมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน (Mainland Affairs Council-MAC) ยกระดับการแจ้งเตือนประชาชนในการเดินทางไปยังจีน ฮ่องกง และมาเก๊า เป็นระดับสีเหลืองเป็นสีส้ม (สีแดงเป็นระดับสูงสุด) หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่จําเป็น การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลจากการที่จีน ฮ่องกง และมาเก๊า แก้ไขและบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงของชาติในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประกอบกับแนวปฏิบัติทางกฎหมายฉบับใหม่ของจีนที่มุ่งเป้าหมายผู้สนับสนุนการเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน ซึ่งอาจเป็นคุกคามความปลอดภัยของพลเมืองไต้หวันอย่างร้ายแรงหากเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว โดยที่ผ่านมาพบหลายกรณีที่ชาวไต้หวันถูกควบคุมตัว จับกุม และสอบปากคำอย่างผิดกฎหมายในจีน โฆษก MAC ย้ำว่า การแจ้งเตือนดังกล่าวไม่ใช่มาตรการตอบโต้ต่อจีน และไม่ใช่การห้ามประชาชนเดินทางไปยังจุดหมายข้างต้น แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินทางให้เลี่ยงการพูดคุยประเด็นอ่อนไหว การถ่ายรูปท่าเรือ สนามบิน สถานที่ฝึกซ้อมทางทหาร รวมถึงไม่นำหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ประวัติศาสตร์ และศาสนาติดตัวไปยังจีนด้วย

รมว.กห.รัสเซียมอบหมายคณะเสนาธิการเตรียมเสนอมาตรการตอบโต้ปฏิบัติการโดรนของสหรัฐฯ

นาย Andrey Belousov รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียมอบหมายให้คณะเสนาธิการเตรียมเสนอมาตรการตอบโต้โดยทันทีต่อปฏิบัติของสหรัฐฯ ที่เพิ่มกิจกรรมยั่วยุด้วยโดรนเหนือน่านน้ำทะเลดํา ทั้งการลาดตระเวนและกําหนดเป้าหมายอาวุธที่มีความแม่นยําที่ประเทศตะวันตกจัดหาให้กับกองทัพยูเครนใช้โจมตีรัสเซีย ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุการบินโดรนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เหนือทะเลดําจะเพิ่มความเสี่ยงของการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างพันธมิตรและรัสเซีย และเน้นย้ำว่ากลุ่มประเทศนาโตจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้

ผลคะแนนเบื้องต้นของการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่าน

นาย Mohsen Eslami โฆษกสำนักงานใหญ่การเลือกตั้งอิหร่าน ประกาศผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเบื้องค้น เมื่อ 29 มิ.ย.67 หลังขยายเวลาเปิดหีบลงคะแนนสามครั้งจนถึงเวลา 24.00 น. (ประมาณ 3.30 น. ตามเวลาไทย) โดยผลการนับคะแนนในหน่วยการเลือกตั้ง 32,000 หน่วย จากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ 58,640 หน่วย ปรากฏว่านายมัสอูด ปิซิชกียาน ผู้สมัครจากสายปฏิรูปมีคะแนนสูงเป็นอันดับแรกอยู่ที่ 5,000,354 คะแนน ขณะที่นายซะอีด ญะลีลี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้สมัครที่มาจากสายอนุรักษ์นิยมที่มีแนวคิดหัวรุนแรงมีคะแนนเป็นอันดับที่สองอยู่ที่ 4,875,269 คะแนน ส่วนผู้สมัครที่เหลืออีกสองราย ได้แก่ นายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาซึ่งมีคะแนนอยู่ที่ 1,620,628 คะแนน และนายมุศเฏาะฟา ปูรมุฮัมมัดดี อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคะแนนอยู่ที่ 95,172 คะแนน อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 50 อิหร่านจะมีการจัดการเลือกตั้งรอบสองระหว่างผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสียงมากที่สุด 2 อันดับแรก ใน 5…

ไบเดนยืนยันจะไม่ถอนตัวจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน พ.ย.67

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ ยืนยันจะไม่ถอนตัวจากการแข่งขันเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน พ.ย.67 แม้การแสดงวิสัยทัศน์ประชันกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ครั้งแรกเมื่อ 27 มิ.ย.67 ทำได้ไม่ดีนัก อีกทั้งยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมการแสดงวิสัยทัศน์ครั้งที่ 2 ใน 10 ก.ย.67 ทั้งนี้ ผลการสำรวจของ CNN พบว่า ชาวอเมริกันซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์การแสดงวิสัยทัศน์ครั้งนี้ ร้อยละ 67 ให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นฝ่ายชนะการแสดงวิสัยทัศน์ และร้อยละ 33 ให้ประธานาธิบดีไบเดน เป็นผู้ชนะ

อินเดียวิจารณ์รายงานเสรีภาพทางศาสนาของ กต.สหรัฐฯ บิดเบือนจากข้อเท็จจริง

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.67 อ้างนาย Randhir Jaiswal โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ที่แถลงตอบโต้สหรัฐฯ ว่า อินเดียไม่ยอมรับรายงานเสรีภาพทางศาสนาประจำปี 2566 (2023 Report on International Religious Freedom) ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อ 26 มิ.ย.67 เนื่องจากเป็นข้อมูลที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง และฉายภาพปัญหาเพียงด้านเดียว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความลำเอียงและเลือกปฏิบัติ รวมทั้งขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับพลวัตทางสังคมของอินเดีย จากที่รายงานดังกล่าวระบุว่า อินเดียมีการใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง มีกฎหมายต่อต้านการเปลี่ยนศาสนา การรื้อถอนที่พักอาศัยและสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชนกลุ่มน้อยในอินเดีย “เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล” นอกจากนี้ นาย Jaiswal ยังระบุว่า อินเดียและสหรัฐฯ ควรหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและการเคารพความหลากหลายร่วมกัน โดยเฉพาะหลังจากที่มีการทำร้ายชาวอินเดียและชาวต่างชาติในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเหยื่อของอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติที่รุนแรงขึ้น รวมถึงประเด็นการให้พื้นที่ทางการเมืองกับผู้ที่มีแนวคิดหัวรุนแรง และกลุ่มก่อการร้ายเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอินเดีย

รัสเซียมีเป้าหมายพัฒนากองทัพเรืออย่างรอบด้าน

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุในการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมการต่อเรือ เมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า รัสเซียมีเป้าหมายพัฒนากองทัพเรืออย่างรอบด้าน ทั้งเรือ เครื่องบิน ส่วนประกอบสิ่งก่อสร้างชายฝั่ง และโครงสร้างพื้นฐานของฐานทัพเรือ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการสู้รบ และความแข็งแกร่งในพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยหลายกระบวนการอยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งกองทัพเรือรัสเซียจะได้รับเรือใหม่อีกว่า 40 ลำ ภายในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2565 และ 2566 ที่ได้รับ 24 ลำ และ 30 ลำ ตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียหวังว่า ในอนาคตการออกแบบและพัฒนาเรือรบจะต้องใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบต่าง ๆ ในการผลิตแบบขั้นสูง ภายใต้กรอบโครงการเป้าหมายเพื่อบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและทำให้ต้นทุนในการสร้างเรือรบของรัสเซียถูกลง

ยูเครนและสหภาพยุโรปลงนามในข้อความตกลงความมั่นคงระยะเวลา 10 ปี

ทำเนียบประธานาธิบดียูเครน รายงานเมื่อ 27 มิ.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี นาย Charles Michel ประธานสภายุโรป และนาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมธิการยุโรป ร่วมลงนามในข้อตกลงความมั่นคงร่วมกันระหว่างยูเครนกับสหภาพยุโรป (EU) ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีข้อตกลงความมั่นคงในระยะยาวถึง 10 ปี กับรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ปะเทศ โดย EU จะสนับสนุนยูเครนครอบคลุมรอบด้าน ได้แก่ ความช่วยเหลือทางทหาร การเงิน มนุษยธรรม และการเมือง รวมทั้งจะสนับสนุนยูเครนในระยะยาวจนกว่าจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก EU นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมการป้องกันของ EU ในกรุงเคียฟ เสริมสร้างความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และจัดตั้งกลไกให้คำปรึกษา ทั้งนี้ ข้อตกลงความมั่นคงดังกล่าวเป็นผลมาจากปฏิญญาร่วมของกลุ่ม G7 เมื่อ 12 ก.ค.67