อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน

มันสำปะหลังไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก ซึ่งมันสำปะหลังไทยแข่งขันได้ยากเพราะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ประกอบกับนักลงทุนจากจีนและเวียดนามมีแนวโน้มขยายฐานการผลิตโรงงานแป้งมันไปยังลาว ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกแป้งมันไทยชะลอตัว และมีแนวโน้มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดหลักอย่างจีนให้กับประเทศคู่แข่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยในประเทศที่ฉุดรั้งอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย เช่น ปัญหาโรคใบด่างระบาดที่เพิ่มมากขึ้น สภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรบางส่วนเริ่มหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน และคาดว่าผลผลิตรวมของมันสำปะหลังไทยจะหดตัวลงเกือบร้อยละ 9  

ภาคการก่อสร้างไทยเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ SCB EIC ระบุว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยกำลังเผชิญแรงกดดันมากขึ้น จากกรณีผู้รับเหมาจีนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดและลงทุนโดยตรงในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเงินลงทุนจากจีนในภาคการก่อสร้างไทยขยายตัวระหว่างปี 2563 – 2567 สูงถึงร้อยละ 21 สาเหตุเพราะภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนชะลอตัวลง ทำให้ผู้รับเหมาจีนขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในไทย ซึ่งมีการขยายตัวของเมืองและมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซ้ำเติมความเปราะบางของผู้รับเหมาไทยที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่แล้ว เช่น การขาดผลิตภาพในการก่อสร้าง ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และการจ้างงานของแรงงานไทย อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากผู้รับเหมาจีนส่วนใหญ่ใช้วัสดุก่อสร้าง และแรงงานจากจีนเป็นหลัก นอกจากนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังมีแนวโน้มหดตัวได้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้รับเหมาไทยได้รับงานน้อยลงต่อเนื่องด้วย

ผู้ลี้ภัยชาวจีนในไทยกังวลอิทธิพลของรัฐบาลจีน

สนข.AFP ของฝรั่งเศส รายงานเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวจีนในไทยที่แสดงความกังวลต่อการถูกคุกคามและความเสี่ยงถูกบังคับส่งตัวกลับประเทศ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนที่มีความเข้มแข็งมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในปี 2568 จะครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน จีนอาจใช้เป็นโอกาสในการกดดันไทยให้ส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวจีนกลับประเทศ ขณะที่ไทยไม่มีกฎหมายรองรับผู้ลี้ภัย โดยผู้ลี้ภัยชาวจีนหลายคนเริ่มเดินทางออกจากไทยไปยังแคนาดาและยุโรป AFP ยังได้สัมภาษณ์นาย Zhou Junyi ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานกักตัวคนต่างด้าวในกรุงเทพฯ ซึ่งถูก จนท.ตร.ไทยจับกุมหลังจากจัดงานรำลึกถึงเหยื่อจากการปราบปรามที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อ 4 มิ.ย. 68 ที่ จ.กาญจนบุรี โดยอ้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับวีซ่า และนาย Zhou กำลังเผชิญกับการเนรเทศ โดยระบุว่ามี จนท.สถานทูตจีนเข้าเยี่ยมหลายครั้งเพื่อให้ลงชื่อในแบบฟอร์มกลับประเทศโดยสมัครใจ แต่ตนปฏิเสธทุกครั้ง เพราะกังวลว่าหากถูกส่งตัวกลับจีนอาจต้องเผชิญกับการทรมานและถูกจำคุกเป็นเวลานาน ซึ่งการจับกุมนาย Zhou สอดคล้องกับสิ่งที่นักวิเคราะห์อธิบายว่าเป็นรูปแบบที่ชัดเจนและรุนแรงขึ้นของการปราบปรามข้ามชาติของจีน พร้อมอ้างถึงกรณีไทยบังคับส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คน ซึ่งถูกประณามจากรัฐบาลชาติตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชน

จีนประณามสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกร้อยละ 100

พณ.จีน ออกแถลงการณ์เมื่อ 12 ต.ค.68 ประณามสหรัฐฯ กรณีประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มจากอัตราเดิมอีกร้อยละ 100 ตั้งแต่ 1 พ.ย.68 โดยระบุว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของระบบสองมาตรฐาน ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของจีนและทำลายบรรยากาศการเจรจาทางการค้าทวิภาคีระหว่างกัน พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ แก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวทันที ทั้งนี้ พณ.จีนย้ำว่า นับตั้งแต่จีนกับสหรัฐฯ เจรจาการค้าที่กรุงมาดริด สเปน สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการจำกัดทางการค้าต่าง ๆ ต่อจีนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนในรายชื่อการห้ามส่งออก โดยย้ำด้วยว่าจีนไม่ต้องการสู้ แต่ก็ไม่กลัวที่จะสู้เช่นกัน

เกาหลีเหนือจัดพิธีฉลอง 80 ปี พรรคคนงาน

เกาหลีเหนือได้จัดพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งพรรคคนงานเกาหลี (ตรงกับ 10 ต.ค.ของทุกปี) ที่สนามกีฬา May Day Stadium กรุงเปียงยาง เมื่อค่ำของ 9 ต.ค.68 เนื่องจากสภาพอากาศฝนตกในพื้นที่โดยนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือได้กล่าวปาฐกถาเน้นย้ำให้ประชาชนยึดมั่นในแนวทางของพรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพด้านนิวเคลียร์ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ เป็นผู้ก่อ รวมถึงแรงกดดันและการแทรกแซงจากต่างประเทศ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังแสดงท่าทีมุ่งยกระดับภาพลักษณ์และความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรในกลุ่มสังคมนิยม โดยเชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนประเทศตามอุดมการณ์ดังกล่าวจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเป็นรัฐสังคมนิยมที่ดีที่สุดในโลกได้ในอนาคต

ผู้นำในลาตินอเมริกาแสดงท่าทีต่อนางมาเรีย โครีนา มาชาโด ที่รับได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ผู้นำหลายประเทศในลาตินอเมริกาแสดงท่าทีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ต่อการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2568 ของนางมาเรีย โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านในเวเนซุเอลา โดยประธานาธิบดีคลอเดีย ชายน์บอม ของเม็กซิโก เรียกร้องให้มีการเคารพอธิปไตยของเวเนซุเอลา ประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ คาเนล ของคิวบา และอดีตประธานาธิบดีเอโว โมราเลส ของโบลิเวีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา โจมตีว่า การมอบรางวัลดังกล่าวให้นางมาชาโด ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการแทรกแซงทางทหารจากต่างประเทศ เพื่อบ่อนทำลายประเทศของตน ไร้ศีลธรรม ขณะที่ประธานาธิบดีโจซู ราอูล มูลิโน ของปานามา ประธานาธิบดีเบอร์นาร์โด อาเรบาโล ของกัวเตมาลา และประธานาธิบดีซานติอาโก เปญา ของปารากวัย แสดงความยินดี และเห็นว่าการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของนางมาชาโด แสดงถึงการยกย่องและยอมรับในการต่อสู้อย่างสันติของผู้ฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ที่มีเป้าหมายปกป้องประชาธิปไตยและเสรีภาพของประชาชนชาวเวเนซุเอลา

เวียดนามและไทยพบหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

คำกล่าวของ นาย Pham Viet Hung ออท.เวียดนามประจำไทย ระหว่างหารือกับ นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ทปษ.รมว.กต. นอกรอบงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันชาติเวียดนาม ที่ สอท.เวียดนาม/กรุงเทพฯ เมื่อ 9 ต.ค.68  ฝ่ายเวียดนามให้คำมั่นว่าจะมุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับไทย ภายใต้การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน (CSP) ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนและหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในระดับพหุภาคี เพื่อความรุ่งเรืองของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน และเฉลิมฉลองครอบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเวียดนาม-ไทย ในปี 2569

จีนเพิ่มบริษัทต่างชาติ 23 แห่งในบัญชีหน่วยงานที่ไม่น่าไว้วางใจ

พณ.จีน เพิ่มบริษัทต่างชาติ 23 แห่ง อาทิ บริษัท Dedrone by Axon ผู้พัฒนาเทคโนโลยีต่อต้านโดรน บริษัท DZYNE Technologies ผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และบริษัท TechInsights Inc. ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์เทคโนโลยี รวมถึงบริษัทสาขาอีก 9 แห่ง ในบัญชีหน่วยงานที่ไม่น่าไว้วางใจ   มีผลตั้งแต่ 9 ต.ค.68 เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารกับไต้หวัน เผยแพร่ข้อความมุ่งร้ายเกี่ยวข้องกับจีน และช่วยเหลือรัฐบาลต่างชาติกดขี่ผู้ประกอบการจีน  โดยห้ามบริษัทข้างต้นประกอบกิจกรรมนำเข้าและส่งออกที่เกี่ยวข้องกับจีน ห้ามการลงทุนใหม่ในจีน และห้ามองค์กรหรือบุคคลในจีนดำเนินธุรกรรม ความร่วมมือ และกิจกรรมอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายโอนข้อมูลหรือให้ข้อมูลละเอียดอ่อนให้แก่บริษัทที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว

สหรัฐฯ เตรียมสั่งห้ามสายการบินจีนที่ให้บริการในสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย

กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ มีคำสั่งเมื่อ 9 ต.ค.68 สั่งห้ามสายการบินพาณิชย์จีนที่ให้บริการในสหรัฐฯ  บินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย หลังได้รับการร้องเรียนจากสายการบินพาณิชย์สหรัฐฯ ว่า การอนุญาตให้สายการบินจีนที่มีเที่ยวบินไป-กลับสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย ทำให้สายการบินจีนได้เปรียบเรื่องระยะเวลาบินที่สั้นลงและใช้น้ำมันเชื้อพลิงลดลง ขณะที่เที่ยวบินไปจีนของสายการบินสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะต้องบินอ้อมน่านฟ้ารัสเซีย ทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบทางการแข่งขัน  โดยสำนักงานการบินพลเรือนของสหรัฐฯ (USDOT) ระบุจะให้เวลาสายการบินจีน 2 วันในการโต้แย้งหรือตอบรับคำสั่งดังกล่าว ก่อนที่คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเร็วที่สุดใน พ.ย.68

กองทัพเมียนมาใช้เครื่องบินร่อนติดเครื่องยนต์ทิ้งระเบิดในงานเทศกาลออกพรรษา

สนข. BBC และ RFA รายงานเมื่อ 8 ต.ค.68 ว่า กองทัพเมียนมาใช้เครื่องบินร่อนติดเครื่องยนต์ (paramotor) ทิ้งระเบิด จำนวน 2 ลูก ลงที่เมืองชวงอู ภาคสะไกง์ เมื่อ 6 ต.ค.68 ขณะที่มีประชาชนประมาณ 100 คน รวมตัวชุมนุมกันเพื่อฉลองงานเทศกาลออกพรรษา หรือเทศกาลทาดิงยุต (Thadingyut) ของเมียนมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน และบาดเจ็บ 47 คน โดยกองทัพเมียนมาเชื่อว่าการรวมตัวดังกล่าวมีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อประท้วงต่อต้านการเกณฑ์ทหารและการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา ซึ่งภาคสะไกง์ถือเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ด้านองค์กร Amnesty International (AI) รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า กองทัพเมียนมาใช้เครื่องบินร่อนโจมตีมากขึ้นอย่างน่ากังวล เนื่องจากปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและลดการสูญเสียกำลังพล โดย AI เรียกร้องให้อาเซียนเพิ่มแรงกดดันต่อเมียนมาในการประชุมสุดยอดอาเซียนปลาย ต.ค.68 โดยเฉพาะการยับยั้งการโจมตีทางอากาศต่อพลเรือน