เลขาธิการ UN กังวลการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงผ่านแอปพลิเคชัน X เมื่อ 9 ธ.ค.68 กังวลต่อการปะทะกันด้วยอาวุธครั้งใหม่ระหว่างกัมพูชากับไทย โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์ และกลับมายึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง รวมทั้งใช้กลไกการเจรจาทั้งหมด เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ยั่งยืนผ่านวิถีทางที่สันติ ทั้งนี้ UN พร้อมสนับสนุนความพยายามทุกประการที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาในภูมิภาค

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ แจ้งเตือนการปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ ออกประกาศเมื่อ 8 ธ.ค.68 เรื่อง แจ้งเตือนการปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ฉบับที่ 7)  นอกจากนี้ ขอให้ชาวญี่ปุ่นปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการอย่างเคร่งครัด ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดในพื้นที่ชายแดนดังกล่าว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลญี่ปุ่นปรับเพิ่มการแจ้งเตือนความเสี่ยงการเดินทางไปไทยเป็นระดับ 3 สำหรับพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.อุบลราชธานี จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี และ จ.ตราด ในรัศมี 50 กม. จากชายแดนกัมพูชา นับแต่ไทยและกัมพูชาเริ่มสู้รบเมื่อ ก.ค.68 ซึ่งการแจ้งเตือนดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน  ในกรณีฉุกเฉิน ให้ติดต่อฝ่ายกงสุล สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ

อินเดียเรียกร้องให้จีนปฏิบัติต่อพลเมืองอินเดียอย่างเป็นธรรม ขณะเดินทางไปจีน

ถ้อยแถลงของโฆษก กต.อินเดีย ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ มื่อ 8 ธ.ค.68 กรณีทางการจีนกักขังพลเมืองอินเดียจากรัฐอรุณาจัลประเทศโดยพลการ โดยอ้างว่าบุคคลดังกล่าวถือหนังสือเดินทางที่เป็นโมฆะ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ เมื่อ 21 พ.ย.68 ว่า อินเดียขอเรียกร้องให้ทางการจีนและท่าอากาศยานนานาชาติจีนทุกแห่ง ปฏิบัติต่อพลเมืองอินเดียอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่กักขังโดยพลการหรือคุกคาม รวมถึงเคารพอนุสัญญาด้านการควบคุมการบินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อพลเมืองอินเดียในการเดินทางไปจีนหรือเดินทางผ่านจีน อย่างไรก็ดี กต.อินเดีย ขอแนะนำให้พลเมืองอินเดียใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสม ขณะเดินทางเยือนจีนหรือเดินทางผ่านจีน พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่า “รัฐอรุณาจัลประเทศ” เป็นส่วนหนึ่งของอินเดียและเป็นส่วนสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากอินเดียได้

เศรษฐกิจในอำเภอแม่สอดกลับมาฟื้นตัว

The Business Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจใน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่กลับมาฟื้นตัว สะท้อนจากการเข้ามาของแฟรนไชส์นานาชาติ โดยเฉพาะจีน และความต้องการของคนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อปี 2558 รัฐบาลไทยได้กำหนดให้แม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และต้องการให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงไทยกับเมียนมา แต่ต้องเผชิญทั้งสถานการณ์ COVID-19 การรัฐประหารในเมียนมา และการเกิดขึ้นของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเมืองเมียวดี ทำให้การพัฒนาหยุดชะงัก ขณะที่เศรษฐกิจในแม่สอดส่วนใหญ่เป็นเศรษฐกิจนอกระบบ  การที่อำเภอแม่สอดจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของเมียนมา และความเต็มใจของไทยที่จะทำให้กิจกรรมที่อยู่ใต้โต๊ะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมผลประโยชน์ตามนโยบาย America First

สหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ (NSS) เมื่อ 4 ธ.ค.68  ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผลประโยชน์สหรัฐฯ เพื่อรักษาบทบาทมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ตามนโยบาย America First  โดยปรับการดำเนินนโยบายต่อทวีปอเมริกาเป็นอันดับแรก เน้นการปกป้องชายแดนด้วยการเพิ่มกำลังการทหาร เพื่อสกัดกั้นผู้อพยพและการค้ายาเสพติด ขณะที่โจมตีการดำเนินนโยบายที่อ่อนแอของประเทศพันธมิตรในยุโรป ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ การรับผู้อพยพ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน  ขณะเดียวกัน NSS ฉบับใหม่ ยังคงความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยสหรัฐฯ มุ่งรักษาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน ควบคู่กับเรียกร้องให้พันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่ม QUAD เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคร่วมกับสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งการป้องปรามความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวัน

ผู้นำเมียนมาพบกับ รมว.กต.ไทย

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา พบกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต. และคณะผู้แทน กต.ในระหว่างเยือนกรุงเนปยีดอ เมื่อ 7 ธ.ค.68 เพื่อหารือความร่วมมือ และการรักษาผลประโยชน์ร่วม โดยเน้นประเด็นสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง การป้องกันการค้าชายแดนผิดกฎหมาย ที่สำคัญคือการค้าอาวุธและกระสุนปืนผิดกฎหมาย การพัฒนาการค้าชายแดน การผลักดันความร่วมมือของเมียนมาในกรอบอาเซียน การเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาระหว่าง 28 ธ.ค.68-ม.ค.69 และแผนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยใน ม.ค.69

MSS เตือนให้ระวังถูกจารกรรมข้อมูลจากการใช้ WIFI สาธารณะ

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 7 ธ.ค.68 อ้างประกาศกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน (MSS) เตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐให้ระมัดระวังการถูกโจมตีไซเบอร์และจารกรรมข้อมูลโดยหน่วยข่าวกรองต่างชาติ จากการฝังมัลแวร์ในระบบ WIFI สาธารณะใกล้อาคารสำนักงานทั้งของรัฐและเอกชน ในจีน เพื่อล่อลวงให้เชื่อมต่อเข้าใช้งาน ซึ่งเป็นโอกาสให้ถูกโจมตีโดยมัลแวร์ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณ WIFI และถูกจารกรรมข้อมูลหรือใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายดังกล่าวเป็นช่องทางในการโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งนี้ MSS ขอให้ประชาชนตระหนักประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้ WIFI สาธารณะ

ไทยกับคาซัคสถานลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  สนข.Kazinform รายงานเมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า ประธานคณะกรรมาธิการสำนักส่งเสริมการพัฒนาระหว่างประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan Agency of International Development -KazAID) นำคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผู้นำโครงการความร่วมมือไตรภาคี Asia-Pacific Regional Directors Forum for South-South and Triangular Cooperation หรือ SSC&TrC ครั้งที่ 7  ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาจัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ที่กรุงเทพฯ โดยไทยและคาซัคสถานแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือในอนาคต และประเด็นที่แต่ละฝ่ายให้ความสำคัญ นอกจากนี้ KazAID และกรมความร่วมมือระหว่างประเทศของไทย (TICA) ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และตกลงร่วมมือกันดำเนินโครงการพัฒนาในประเทศระหว่างกันรวมถึงกับประเทศสมาชิกอื่นใน SSC&TrC เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างประเทศและการฝึกอบรมบุคลากร

กลุ่มฮะมาสส่งมอบร่างตัวประกันชาวไทยแก่อิสราเอล

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอลเปิดเผยผลการพิสูจน์อัตลักษณ์ของร่างผู้เสียชีวิตที่ได้รับมอบจากกลุ่มฮะมาสและกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) เมื่อ 3 ธ.ค.68 ซึ่งเป็นร่างของนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ แรงงานชาวไทย อายุ 43 ปี ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธสังหารบริเวณนิคมเกษตร Be’eri ทางใต้ของอิสราเอล และถูกนำร่างเข้าไปยังฉนวนกาซาตั้งแต่ 7 ต.ค.66 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษก กต. แถลงเมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า สอท.ไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งส่งร่างนายสุทธิศักด์กลับไทย เพื่อมอบให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การส่งคืนร่างของนายสุทธิศักดิ์ ทำให้ตัวประกันชาวไทยทั้งหมด 31 รายที่อยู่ในฉนวนกาซา ได้รับการปล่อยตัวครบหมดแล้ว โดยเป็นการปล่อยตัวขณะยังมีชีวิตอยู่ 28 ราย และเป็นร่างผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย

การเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ สูงถึง 1.17 ล้านตำแหน่ง

สนข.CNBC รายงานอ้าง Challenger, Gray & Christmas บริษัทจัดหางานชั้นนำของสหรัฐฯ เมื่อ 4 ธ.ค.68 ว่า การเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ ห้วง พ.ย.68 มีจำนวน 71,321 ตำแหน่ง ลดลงจากห้วง ต.ค.68 แต่การเลิกจ้างในห้วง ม.ค.-พ.ย.68 สูงถึง 1.17 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากห้วงเดียวกันของปี 2567 ถึงร้อยละ 54 และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 2563 โดยมีปัจจัยจากสภาพเศรษฐกิจและการตลาดที่ซบเซา ทั้งจากความกังวลจากมาตรการภาษีศุลกากร และการนำเทคโนโลยี AI ทดแทนแรงงานมนุษย์