จีนแจ้งเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น

กต.จีน ประกาศแจ้งเตือนพลเมืองจีนเมื่อ 14 พ.ย.68 ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น สืบเนื่องจากนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อ 7 พ.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงหากจีนโจมตีไต้หวัน เพราะเป็นสถานการณ์ที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น โดย กต.จีนระบุว่า ความเห็นในเชิงยั่วยุดังกล่าวทำลายบรรยากาศการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนอย่างรุนแรง  ขณะเดียวกันยังขอให้ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับกฎหมายและคำสั่งต่าง ๆ และเพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม เนื่องจากญี่ปุ่นมีความปลอดภัยลดลงในปี 2568 ทั้งนี้ ชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยในห้วง ม.ค.-ก.ย.68 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปญี่ปุ่นประมาณ 31.65 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนประมาณ 7.49 ล้านคน

นรม.มาเลเซียหารือกับ นรม.กัมพูชา และประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 14 พ.ย.68 หลังการหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.กัมพูชา โดย นรม.อันวาร์ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่กัมพูชาเลือกเส้นทางสันติภาพและให้ความสำคัญกับกระบวนการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และมาเลเซียจะยังคงมีบทบาทในฐานะผู้อำนวยความสะดวกที่เป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยเหลือมิตรทั้งสองประเทศให้บรรลุทางออกที่ยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค นอกจากนี้ นรม.อันวาร์ ยังหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยชี้แจงว่า ไทยและกัมพูชายังคงเลือกใช้แนวทางการทูตและการเจรจาในการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศได้ถอนกำลังทหารออกจากชายแดนแล้ว มาเลเซียสนับสนุนบทบาทเชิงรุกของประธานาธิบดีทรัมป์

คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติขายในช่วงกลางวัน

 Bloomberg รายงานกรณีที่ประชุม คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีมติอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในเวลา 14.00 – 17.00 น. และประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในอีก 6 เดือน ทั้งนี้ คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เร่งทบทวนมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงกลางวันหลังจากเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยกำลังพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่อยู่ในภาวะชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนลดลงตั้งแต่ปี 2568

สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา

นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ ประกาศผ่าน X13 พ.ย.68  ว่า กห.สหรัฐฯ  เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา  โดยหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจจะดำเนินการร่วมกับกองบัญชาการภาคใต้ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) เพื่อปกป้องสหรัฐฯ และปราบปรามผู้ก่อการร้ายค้ายาเสพติดในซีกโลกตะวันตก  ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประกาศใช้ปฏิบัติการ Southern Spear ในพื้นที่ดังกล่าวดังกล่าวตั้งแต่ ม.ค.68 ซึ่งเป็นการทดสอบยุทโธปกรณ์ที่ใช้ระบบหุ่นยนต์ที่สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองในสถานการณ์จริงร่วมกับยานพาหนะไร้คนขับในการลาดตะเวนชายฝั่งเพื่อตรวจจับกลุ่มค้ายาเสพติด

สนข.เบอร์นามาแก้ไขเนื้อหาข่าวว่า AOT ยืนยันทุ่นระเบิดที่ห้วยตามาเรียมาวางใหม่

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 เวลา 09.26 น. ตามเวลาไทย ขอแก้ไขเนื้อหาข่าวที่รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของ ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ยืนยันทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ นั้น สนข.เบอร์นามา ระบุว่า เกิดจากความผิดพลาดในการแปลจากภาษามาเลเซียเป็นภาษาอังกฤษ โดยข้อความที่ถูกต้องคือ AOT ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีบริษัทในไทยที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์เมียนมา

เว็บไซต์ของ OCCRP องค์กรสื่อมวลชนต่อต้านคอร์รัปชัน รายงานกรณี กค.สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรกองทัพกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) รวมถึงชาวไทยและบริษัทไทย 2 แห่ง เนื่องจากร่วมมือกับ DKBA ในการทำงานสนับสนุนแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ด้าน The Irrawaddy ของเมียนมา นำเสนอบทความเกี่ยวกับข่าวการคว่ำบาตรดังกล่าวในลักษณะว่า พ.อ. ซอชิตตู่ ผบ.กองกำลังพิทักษ์ชายแดนเมียนมา (BGF) อาจเป็นเป้าหมายในการปราบปรามต่อจากนายเฉอ จื้อเจียง และ DKBA เมื่อพิจารณาจากความใกล้ชิดของ พ.อ. ซอชิตตู่กับนายเฉอ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 13-17 พ.ย.68 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวถึง การเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน และมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เมียนมาขอใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาขอให้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในเส้นทาง ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมากับไทย แทนการใช้ด่านพรมแดนเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยงที่ปิดทำการ รวมถึงได้มีการออกใบอนุญาตนำเข้าและดำเนินการค้าชายแดนผ่านด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉานเข้าสู่ จ.เชียงราย ของไทย เพื่อให้การนำเข้า–ส่งออกของทั้งสองประเทศดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมียนมากำลังดำเนินการจัดตั้งเส้นทางการค้าใหม่เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการค้าชายแดน โดยเฉพาะในเส้นทางเมียนมา–จีน ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการปิดทำการของด่านชินชเวฮอ ลเวเจ และมูเซ ในรัฐฉาน จึงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่จีน

บังกลาเทศปฏิเสธว่าเป็นฐานของกลุ่มก่อการร้ายโจมตีอินเดีย

เว็บไซต์ bdnews24 ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 11 พ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Touhid Hossain ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของบังกลาเทศ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ นสพ.The Times of India ของอินเดีย ที่ระบุว่า กลุ่มก่อการร้าย Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานอยู่ในปากีสถาน กำลังใช้บังกลาเทศเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอินเดีย หลังเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้ป้อมแดง (Red Fort) ในกรุงนิวเดลี นครหลวงของอินเดีย เมื่อ 11 พ.ย.68  นาย Hossain ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล และเป็นความพยายามที่จะโยนความรับผิดชอบให้แก่บังกลาเทศโดยไม่เป็นธรรม

การประชุม BIMP-EAGA หารือการเชื่อมโยงเส้นทางการบินและอุตสาหกรรมฮาลาล

การประชุม รมว. ภายใต้กรอบความร่วมมือเขตพัฒนาเศรษฐกิจด้านอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 จัดขึ้นที่เมืองดาเวา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 12 พ.ย.68 มุ่งหารือความร่วมมือในกรอบ BIMP-EAGA (ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) โดยเฉพาะแนวทางฟื้นฟูเส้นทางการบินระหว่างเมืองดาเวากับเมืองมานาโดของอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งอาเซียน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานด้านฮาลาล (Task Force on Halal) เพื่อรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมฮาลาลและส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน